-->
ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 18,238.31 บวก 32.44 จุด --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 920.54 จุด บวก 1.20 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 47,813.06 ล้านบาท --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,441.07 บวก 9.11 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,122.15 ลบ -13.17 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,986.66 บวก 3.83 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,782.58 บวก 34.34 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาด 1,247.50-1,248.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 20,868.92 บวก 245.09 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 255.17 บวก 5.41 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,775.73 บวก 11.04 จุด ---

 
 
ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ตลาดไอที ปี 51 ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 10:38:00
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

การฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ที่แล้วเสร็จลง พร้อมกับการทยอยประกาศเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้จะทำให้ภาคเอกชน เริ่มมีความหวังหลังเผชิญภาวะ "สะดุด" ของการใช้จ่ายงบประมาณรัฐในยุครัฐบาลขิงแก่ แต่เมื่อมองไกลไปถึงบริบทด้านเศรษฐกิจนอกประเทศ โดยเฉพาะจากตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ ทำให้อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี (ไอที) อาจต้องเผชิญภาวะความไม่แน่นอนจากปัจจัยเสี่ยงของปีนี้ต่อไป

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เนื่องจากหากเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่ไม่ค่อยสดใสนัก ภาคเอกชนอาจต้องรอดูจังหวะการลงทุน และให้น้ำหนักความสำคัญของการลงทุนในด้านอื่นๆ ที่สำคัญกว่าการลงทุนด้านไอที

ส่วนภาคครัวเรือน ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น จากแนวโน้มราคาน้ำมันและผลผลิต

มูลค่าตลาดไอทีปีนี้ 1.6 แสนล้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าตลาดไอทีปี 2551 ว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 168,791 ล้านบาท ขยายตัว 13.4% จากปีก่อนหน้านี้ที่ขยายตัว 13.2%

แบ่งเป็น มูลค่าตลาดฮาร์ดแวร์ 79,158 ล้านบาท ขยายตัว 10% ตลาดซอฟต์แวร์ 72,744 ล้านบาท ขยายตัว 17% และตลาดบริการด้านคอมพิวเตอร์ 16,889 ล้านบาท ขยายตัว 15%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดไอทียังคงต้องเผชิญกับปัจจัยลบ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายด้านไอที โดยปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ จะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาคส่งออกของไทย ที่ยังต้องเผชิญแนวโน้มบาทแข็งค่า

เนื่องจากวิกฤตการณ์สินเชื่อซับไพร์มของสหรัฐอเมริกา อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่คาดไว้ และแนวโน้มราคาน้ำมันที่ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง

ขณะที่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังต้องขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่

ภาครัฐ-ธุรกิจกลไกขับเคลื่อน

ด้านอุปสงค์ของตลาดไอทีปีนี้ จะมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนเป็นหลัก โดยภาครัฐจะเร่งเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนและการใช้จ่าย ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ชะลอการดำเนินการไว้เมื่อปีที่ผ่านมา

รวมทั้ง โครงการลงทุนต่อเนื่องของหน่วยราชการต่างๆ โครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ที่คาดว่าจะต้องมีการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม จากวงเงินงบประมาณที่รัฐบาลชุดก่อนอนุมัติไว้

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดก่อนอนุมัติงบประมาณรายจ่ายด้านการลงทุนปีงบ 2551 ไว้จำนวน 404,677 ล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 289,756 ล้านบาท และตั้งเป้าให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 74% ของวงเงินงบประมาณ และรัฐวิสาหกิจตั้งเป้าไว้ถึง 90%

ขณะที่ โดยทั่วไปเงินลงทุนของโครงการภาครัฐในตลาดไอทีจะมีมูลค่าประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดไอทีโดยรวม

โครงการเด่นภาครัฐปี 51

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมตัวอย่างโครงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับไอทีของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบบัตรโดยสาร e-Ticket มูลค่า 4,500 ล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, โครงการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ 3,336 ล้านบาท และโครงการบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคม 1,350 ล้านบาทของ บมจ.ทีโอที

โครงการจัดหาอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ 1,879 ล้านบาทของ บมจ. การบินไทย, โครงการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (ยูเอสโอ) 1,840 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อระบบสำรอง Integrated Billing and Customer Care 1,000 ล้านบาทของ บมจ. กสท โทรคมนาคม, โครงการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงมหาดไทย

อุตฯ สื่อสารเบอร์ 1 ลงทุนไอที

ขณะที่ แผนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับไอทีของภาคเอกชนนั้น คาดว่าปีนี้กลุ่มอุตสาหกรรมสื่อสารและโทรคมนาคม จะใช้งบพัฒนาระบบเครือข่ายอีกไม่ต่ำกว่า 68,000 ล้านบาท, ภาคการเงินการธนาคาร เตรียมลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ซีอาร์เอ็ม, อี-เปย์เมนท์ ไม่ต่ำกว่า 25,000-30,000 ล้านบาท

ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง เตรียมใช้จ่ายเพื่อพัฒนาระบบไอทีด้านโลจิสติกส์ ไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท, บริการ/ร้านอาหาร/โรงแรม มีแผนใช้งบเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร เช่น ระบบอีอาร์พี ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท, กลุ่มสุขภาพ/โรงพยาบาล มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายสารสนเทศพื้นฐาน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท



Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select ScoreVote,NoVote From TKTNewsVote Where NewsID=230138" IS DEAD
: