คนไทยคลั่งปลาส้มสุดๆ! “NSC” ชี้ คนไทยกินแซลมอนแซงหน้าคนญี่ปุ่น ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย หลังโควิด-19 กินอาหารทะเลเยอะขึ้น ให้ความสำคัญกับสุขภาพ-สะดวก-ปรุงง่าย จับตา “ซาบะนอร์เวย์” ดาวรุ่งมาแรง ราคาถูกกว่า-ไขมันดีเยอะ รับเที่ยวบินไทย-นอร์เวย์ ลดกระทบขนส่งบางส่วน คู่ค้าเป็น “เดอะแบก” รับต้นทุนไม่ให้กระเทือนผู้บริโภค
สถิติการกินแซลมอนของคนไทยแทบไม่เคยลดลง แม้ว่าอัตราการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะถึงจุดอิ่มตัว แต่กลายเป็นว่า ขณะนี้พฤติกรรมการกินแซลมอนของคนไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะอาหารประเภทซูชิ ซาชิมิ อีกแล้ว ยังกลายเป็นวัตถุดิบหลักในร้านยำหรือแม้กระทั่งเมนูส้มตำก็มีแซลมอนเป็นส่วนประกอบเช่นกัน โดยล่าสุดสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ หรือ “NSC” ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ระบุว่า คนไทยกินแซลมอนกันเยอะฉ่ำจนแซงหน้าญี่ปุ่น ขึ้นแท่นประเทศอันดับที่ 2 ในเอเชียที่มีการบริโภคแซลมอนมากที่สุดเรียบร้อยแล้ว
“โอซฮิลด์ นัคเค่น” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ บอกว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดแซลมอนในไทยอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ตัวเลขการบริโภคแซลมอนของไทยรั้งอันดับที่ 3 ตามหลัง “จีน” และ “ญี่ปุ่น” แต่ปัจจุบันแซงหน้าขึ้นเป็นอันดับที่ 2 แล้ว
ที่น่าสนใจ คือ ไม่ใช่แค่ “แซลมอน” แต่ยังรวมไปถึง “เทราต์” และ “ซาบะ” ที่มีแนวโน้มการเติบโตเป็นบวกด้วย โอซฮิลด์ ระบุว่า แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนแปลงจนยากจะคาดการณ์ แต่คนไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง ในทางกลับกันยังเห็นว่า ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องคุณภาพมากขึ้น ช่างเลือกมากขึ้น ยอมจ่ายถ้าได้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับราคา
ข้อมูลการส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ชี้ว่า ภายหลังวิกฤติโรคระบาดใหญ่โควิด-19 จบลง คนหันมากินอาหารทะเลเพิ่มมากขึ้น อยู่บ้านเยอะขึ้น เน้นทำอาหารกินเอง ที่สำคัญต้องการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มปลาแซลมอน คนจะเลือกกินจาก 3 ปัจจัยหลักๆ อย่างแรกคือ เรื่องสุขภาพ มองเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี สองคือ รสชาติอร่อย สีสันสวยงาม และสามคือ ความสะดวกสบาย หาซื้อได้ง่าย ปรุงอาหารง่าย ประกอบกับเทรนด์ “Longevity” ที่กำลังเติบโตในขณะนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม “NSC” มองว่า ไม่ได้มีแค่แซลมอนเท่านั้นที่น่าจับตา แต่ยังเป็นโอกาสของปลาทะเลชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ซาบะนอร์เวย์” ที่มีคุณค่าสารอาหารดี ไขมันดีสูง แต่มีราคาต่ำกว่าแซลมอนเกือบๆ สองเท่า หากเทียบในกลุ่มซาบะ “ซาบะนอร์เวย์” จัดเป็นพรีเมียม ทว่า เทียบกับแซลมอนแล้วนับเป็นสินค้าราคาเข้าถึงง่าย แถมยังมีสารอาหารบางชนิดมากกว่าแซลมอนด้วยซ้ำไป
“ปลาซาบะเป็นเหมือนกลุ่มย่อยของคนที่ชื่นชอบปลากลุ่มแมคเคอเรล ให้เป็นตัวเลือกที่ขยับขึ้นมาอีกนิด แต่ยังให้รสชาติ และเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับซาบะ ซาบะนอร์เวย์เป็น Superfood ที่ดีมากๆ แต่ไม่คิดว่า ซาบะนอร์เวย์จะมาแทนที่แซลมอนได้ เพราะมีรสชาติ และโปรไฟล์ที่แตกต่างกัน อย่างไรเบอร์หนึ่งของตลาดก็ยังเป็นแซลมอน”
สำหรับตัวเลขการบริโภคซาบะสายพันธุ์แมคเคอเรลในไทยอยู่ที่ราวๆ 42,000 ตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นซาบะนอร์เวย์ 8,200 ตัน ความโดดเด่นของซาบะ คือ กลิ่นหอม และเนื้อที่ชุ่มฉ่ำเมื่อนำไปย่าง คนที่กินแซลมอนอยู่แล้วจึงมักจะกินซาบะควบคู่กันไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม “โอซฮิลด์” ระบุว่า ยังเจอ “Pain Point” ของคนไทยที่กลัวว่าซาบะจะทำอาหารยากกว่าแซลมอน บางส่วนมีความเชื่อเรื่องไขมันสูง น้ำมันเยอะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “NSC” ต้องการจะสื่อสารไปยังผู้บริโภคเช่นกัน เพราะจริงๆ แล้ว ซาบะมีสารอาหารที่ดีอยู่มาก
-ซาบะนอร์เวย์ จาก Seafood from Norway-
ทั้งนี้ ในส่วนของต้นทุนการขนส่งขณะนี้ ผู้บริหารบอกว่า ยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่เริ่มมองเห็นจากเที่ยวบินที่ลดลง ซึ่งแซลมอนกว่า 98% ใช้วิธีขนส่งทางอากาศ คนที่น่าจะได้รับผลกระทบคือ คู่ค้าผู้นำเข้าอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ต้องรับหน้าที่ “เดอะแบก” ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้กระเทือนไปยังผู้บริโภค
ส่วนคาดการณ์เรื่องราคาแซลมอนหรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ อนาคต มองว่า ยากที่จะคาดการณ์ได้ หวังเพียงให้ทุกอย่างคลี่คลาย ตอนนี้ที่เห็นชัดที่สุดคือ เที่ยวบินไทย-นอร์เวย์ของสายการบินไทย เหลือ 5 วันต่อสัปดาห์ ส่วนการขนส่ง “ซาบะนอร์เวย์” ใช้วิธีขนส่งทางเรือ ไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจาก ใช้เส้นทางคลองสุเอซมาตั้งแต่แรก
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


