“เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ขณะที่ดัชนี SET ร่วงลงจากสัปดาห์ก่อน”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เงินบาทขยับอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด (ซึ่งระบุว่า ตลาดอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าอาจประเมินโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ น้อยเกินไป) หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ บางส่วนเข้ามาจากกลุ่มผู้ค้าทองคำ อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงติดลบ และดีดตัวแข็งค่ากลับมาได้ในช่วงปลายสัปดาห์ หลังรายงานการประชุมเฟดตอกย้ำว่า เฟดน่าจะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบใกล้ๆนี้
- สำหรับในวันศุกร์ (8 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.11 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (1 เม.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (11-12 เม.ย. ในช่วงก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.00-35.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตากระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ซึ่งในระหว่างสัปดาห์จะมีจุดที่น่าสนใจอยู่ที่คำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟด และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนเม.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ และข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนก.พ. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามจีดีพีไตรมาส 1/2559 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมี.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนีหุ้นไทยร่วงลง จากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารและสื่อสาร โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,369.64 จุด ลดลง 2.22% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 10.03% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 36,745 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 513.07 จุด ลดลง 1.08% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มธนาคาร หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อผลกำไรของธนาคาร นอกจากนี้ยังมีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มสื่อสารจากข่าวเรื่องการแผนการเปิดประมูล 4 จีคลื่น 900 MHz โดยใช้ราคาประมูลก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวขึ้นได้อีกครั้งในวันศุกร์ จากแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารและสื่อสารหลังจากที่ราคาร่วงลงไปมากในช่วงก่อนหน้า
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (11-12 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,350 และ1,330 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,380 และ 1,400 จุด ตามลำดับ โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนมี.ค และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนเม.ย. สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส1/2559 และข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค.ของจีน

