“เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 34.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 34.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาด ประกอบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดก็ยังคงระบุถึงโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Hard Brexit และแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้าในประเทศ ซึ่งบางส่วนอาจมาจากผู้ค้าทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก
- สำหรับในวันศุกร์ (7 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 34.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 34.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ (30 ก.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.70-35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในช่วงต้นสัปดาห์น่าจะยังคงอยู่ที่ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และผลการดีเบตรอบสองระหว่างคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติมในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ขณะที่ ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วยสถานการณ์ปัญหาในภาคธนาคารของเยอรมนี รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,504.34 จุด เพิ่มขึ้น 1.42% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16.37% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 46,280.68 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 560.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.56% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ จากมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการที่น่าจะฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีปรับลดลงในวันศุกร์จากแรงขายทำกำไร รวมทั้งแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารจากการคาดการณ์ถึงการตั้งสำรองที่ยังคงเพิ่มขึ้น
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (10-14 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,480 และ 1,460 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,525 และ 1,550 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/59 รวมทั้ง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การเปิดเผยบันทึกการประชุมเฟด และยอดค้าปลีก สำหรับข้อมูลต่างประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน และข้อมูลการค้าของจีน

