บล.บัวหลวง โชว์สัญญาณเทคนิค ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว แม้พื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดรายชื่อ “หุ้นน่าเก็บ" และ “ถือต่อ”
นายธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค บล.บัวหลวง ระบุว่า สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นอาจทำให้ตลาดหุ้นไทยเกิดอัพไซด์ภายในสัปดาห์นี้ ฉะนั้นแนะนำถือลงทุนต่อในหุ้น 3 ตัว
1.หุ้น PTT ราคาเป้าหมาย 366 บาท จุด Stop loss < 350 บาท หลังหุ้น PTT ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ฉะนั้นมีโอกาสทะลุจุดยอดเดิม 356 บาท ซึ่งเคยเป็นจุดต้านสำคัญ หนุนด้วยค่า MACD ตัดเส้น signal line ขึ้นเหนือเส้น 0
2.หุ้น RJH ราคาเป้าหมาย 24.2 บาท จุด Stop loss< 23.2 บาท หลังราคาปรับตัวขึ้นได้โดดเด่น เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม ปัจจุบันราคาปิดทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1เดือน หนุนด้วยค่า Stochastic ปรับขึ้น
สุดท้าย คือ หุ้น TKN ราคาเป้าหมาย 25 บาท จุดStop loss < 23 บาท เนื่องจากอัตราเร่งของหุ้นน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้น จากการปิดสูงทะลุเส้นแนวโน้ม 21 บาท หนุนด้วยวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนั้นยังแนะนำให้ “ซื้อลงทุน” หุ้น 3 ตัว คือ 1.หุ้น SMT ราคาเป้าหมาย 7.2 บาท จุดStop loss < 6.5 บาท หลังราคาปรับตัวขึ้นโดดเด่น และมีโอกาสขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ จากการปิดสูง ขณะที่ค่า RSI ปรับขึ้นบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของหุ้น
2.หุ้น TRC ราคาเป้าหมาย 1.7 บาท จุดStop loss < 1.42 บาท คาดว่า โครงสร้างของหุ้นจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ปัจจุบันราคาทะลุเส้น Neck line ที่ราคา 1.46 บาท แนะนำ Follow buy คาดวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3.หุ้น SAPPE ราคาเป้าหมาย 33 บาท จุดStop loss < 28.5 บาท หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญที่ 28 บาท หนุนด้วยค่า MACD ตัดเส้น signal line ขึ้น บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นรอบใหม่
นายธนรัตน์ มีมุมมองต่อตลาดหุ้นในปัจจุบันว่า ตลาดปรับตัวขึ้นมาปิด Gap และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลก หากไม่มีปัจจัยเชิงลบที่สำคัญมากระทบ ตลาดหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง แม้ปัจจัยพื้นฐานไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากมูลค่า PER ของตลาดได้ปรับตัวลดลง
ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยดูเหมือนจะมองหาโอกาสในการปรับตัวขึ้น จากมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างถูก และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มดีขึ้น ฉะนั้นตลาดหุ้นไทยอาจกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,500 จุด อีกครั้ง
“ปลายปีเป้าหมาย SET อยู่ที่ 1,520 จุด จากราคา PER ที่ 15.7 เท่า โดยมีอัพไซต์จากราคา PER ที่สูงขึ้นได้อีก หากการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯจะล่าช้าออกไป”
กูรูตลาดหุ้น ระบุว่า สัญญาณเทคนิคบ่งชี้ว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น จากจุดต่ำถึงจุดสูงสุด 1,350-1,475 จุด ให้ผลตอบแทนรวม +9% การฟื้นตัวเกิดขึ้นเร็วลักษณะ V-shape ทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง 1480 จุด
จากภาวะตลาดพบว่า นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกปรับพอร์ตขายหุ้นทำกำไรระยะสั้น ภายหลังจากตลาดปรับตัวขึ้นเร็ว สัญญาณทางเทคนิคชี้ให้เห็นว่า ตลาดดีดตัวขึ้นมาทดสอบใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 10&255 วัน 1480 จุด
ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกส่วนใหญ่ผันผวน ตามสัญญาณกระแสเงินลงทุน ,ค่าเงินสกุลเอเชียเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ,ตลาดหุ้นในภูมิภาค และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
หากพบสัญญาณของการกลับตัวเปลี่ยนเป็นขึ้น ก็อาจทำให้ดัชนีฟื้นตัวขึ้นได้ ปัจจัยบวก คือ ความผันผวนของตลาดหุ้นลดลง เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ส่งสัญญาณเชิงบวกในวงกว้าง
ขณะที่สถาบันในประเทศกลับมามี “ยอดซื้อสุทธิเพิ่มสูงขึ้น” ส่งผลให้นักลงทุนที่ถือสถานะขายล่วงหน้า (Short) ถูกกดดันให้ปิดสถานะดังกล่าว

