สัปดาห์นี้เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ประเด็นเรื่องการเจรจาการค้ากลับมาส่งผลต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น
นักลงทุนกังวลมากขึ้นว่าการเจรจาการค้าจะยากขึ้น หลังรัฐสภาสหรัฐฯออกกฎหมายหนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง ส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นและลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง หนุนมูลค่าของสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่กลับมาลดลงในช่วงนี้ ในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า “ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย” คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.00-30.40 บาทต่อดอลลาร์ ต้องจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่าจะคืบหน้ามากขึ้นหรือไม่
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (22 พ.ย.) ปิดการซื้อขายที่ 1,597.72 จุด ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลง 4.51 จุด หรือ 0.28% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 2.28 แสนล้านบาท “บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)” ระบุว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยระยะสั้นฟื้นตัวได้ที่แนวรับ 1,590 จุด แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาลง สำหรับผู้ที่มีหุ้นอยู่จึงแนะนำขายลดพอร์ตในช่วงที่ดัชนีฟื้นตัว ประเมินแนวต้าน 1,610 จุด ส่วนนักลงทุนที่ไม่มีหุ้นแนะนำรอจังหวะการฟื้นตัวที่ชัดเจน
สำหรับราคาทองคำล่าสุด แกว่งตัวในกรอบ 1,463.20 - 1,468.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 21,000 บาทต่อบาททองคำ "บริษัท วายแอลจีบูลเลี่ยนแอนด์ฟิวเจอร์ส" ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้าคือ การเจรจาสงครามการค้าสหรัฐและจีน มีความคาดหวังว่าสหรัฐและจีนอาจเลื่อนแผนในการเรียกเก็บภาษีใหม่ ซึ่งเดิมทีจะบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ สร้างแรงขายกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวลง
โดยภาพรวมแนะนำให้นักลงทุนซื้อขายระยะสั้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบ จึงแนะนำขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้าน นักลงทุนอาจต้องระวังแรงขายที่มากขึ้น โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็เป็นจุดที่เข้าซื้อเก็งกำไรหากราคาสามารถยืนได้

