"กฟผ." พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะเต็มประสิทธิภาพ รับมือสงครามอิหร่าน กระทบจัดหาเชื้อเพลิง LNG
KEY POINTS
- กฟผ. เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
- สถานการณ์สงครามอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
- กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
- การใช้โรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งใช้ถ่านหินในประเทศ เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กฟผ.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) ติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่านใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
รายงานข่าวจาก กฟผ.ระบุว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในปี 2569 เหลือโรงไฟฟ้าเพียง 3 เครื่อง รวมกำลังการผลิตติดตั้งตามสัญญา 1,140 เมกะวัตต์ คือ
- โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 กำลังการผลิต 270 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 11 กำลังการผลิต 270 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 14 กำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์
สำหรับการบริหารจัดการการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จะดำเนินการให้สอดคล้องกับปริมาณถ่านหินที่ส่งมาจากเหมืองแม่เมาะ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้ทรัพยากรในประเทศ และเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ของภาคเหนือ ที่สร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าในแนวทางกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิง เพื่อสร้างสมดุลพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า





