SABUY แจ้งงบปี 2566 อีกครั้ง แก้ไขประเด็นรับรู้ขาดทุน 640 ล้านบาท

SABUY แจ้งงบปี 2566 อีกครั้ง แก้ไขประเด็นรับรู้ขาดทุน 640 ล้านบาท

บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY) แก้งบปี 2566 ประเด็นรับรู้ขาดทุน 640 ล้านบาท ขายเงินลงทุน บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) โดยเปลี่ยนสาระเป็น ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 350 ล้านบาทโดยบันทึกขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น และวัดมูลค่าเงินลงทุนที่เหลือทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 120 ล้านบาท แทนที่

นายวิรัช มรกตกาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY แจ้งผ่านตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีแก้ไขงบการเงินปี 2566 ในสาระสำคัญประเด็นการรับรู้ผลขาดทุน 640 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุน บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC โดยระบุในส่วนเนื้อความดังกล่าวใหม่ว่า

บริษัทรายงานผลการขาดทุนในไตรมาส 4 ที่ 574 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดผลการขาดทุนในปี 2566 ที่ 190 ล้านบาท โดยเหตุผลดังนี้

• จากสภาวะสภาพคล่องตึงตัวอย่างรุนแรงอันมีผลต่อการดำเนินการของบริษัท ประกอบกับเหตุการณ์ขาดสภาพคล่องของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทใน ตลท. ส่งผลให้สถานการณ์ตลาดเงิน และตลาดหุ้นกู้ที่ บจ. หลายบริษัทไม่ชำระ หรือเลื่อนการชำระออกไป ประกอบกับธนาคารพาณิชย์คุมเข้มเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และคอยดูว่า บจ.ต่างๆ สามารถคืนหุ้นกู้ได้หรือไม่ SABUY จึงเลือกขายเงินลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (non-core) ตลอดจนธุรกิจที่อาจต้องใช้เวลาในการสร้างมูลค่า และได้ขายเงินลงทุน 12% ใน TKC ในไตรมาส 4/2566 และ 4% ที่เหลือในไตรมาส 1/2567 โดยมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งการจำหน่ายเงินลงทุนใน TKC ในไตรมาส 4/2566 ตามที่กล่าว บริษัทบันทึกบัญชีในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจำนวน 350 ล้านบาท และการวัดมูลค่าเงินลงทุนส่วนที่เหลือตามราคาตลาดมีผลขาดทุนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจำนวน 120 ล้านบาท

• ในบริษัท SBNEXT ตลอดจนบริษัทในกลุ่ม เช่น Alpine, Safe Trade และ เธียรสุรัตน์ลิสซิ่ง (TSRL) กลุ่มบริษัทตัดสินใจเพิ่มความระมัดระวังแบบ conservative ในการให้สินเชื่อลูกหนี้รายย่อย ส่งผลให้เกิดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญในปี 2566 ในปริมาณถึง 140 ล้านบาท อีกทั้งเป็นการตั้งสำรองที่อาจเกิดผลกระทบในปี 2567

• จากการปรับโครงสร้างองค์กร ลดความซ้ำซ้อน กลุ่มบริษัทจึงเกิดค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง โดยมีการลดพนักงานไปได้แล้วประมาณ 12% จากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 35% โดยตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายพนักงานลงไปได้ประมาณ 200-250 ล้านบาท ในปี 2567 เช่น ค่าบุคลากร อาคารสถานที่ ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 35 ล้านบาท

• SBNEXT มีการเปลี่ยนวิธีบันทึกมูลค่าที่ดินจากราคาทุนเป็นมูลค่าที่ตีใหม่ในไตรมาส 3/2566 ส่งผลให้มีการรับรู้การขาดทุนจากการตีมูลค่าที่ดินในไตรมาส 4/2566 จำนวน 43 ล้านบาท ทั้งนี้ SBNEXT อยู่ในระหว่างการดำเนินการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของที่ดิน (คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2567) SBNEXT สามารถกลับรายการขาดทุนดังกล่าว และรับรู้เป็นกำไรได้ในปี 2567

• เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน กลุ่มบริษัทได้ลงทุนในการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อลดการพึ่งพาและเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร การลงทุนดังกล่าวสามารถทำให้กลุ่มบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของการพัฒนาระบบ IT โดยมูลค่าการลงทุนอยู่ประมาณ 150-200 ล้านบาท และทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2566 เป็นต้นไป

อนึ่ง ในรายงานงบการเงินปี 2566 ฉบับเก่าที่ลงนามโดย นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ได้ระบุในส่วนความข้างต้นนี้หัวข้อย่อยแรกต่างออกไปว่า 
• จากสภาวะสภาพคล่องตึงตัวอย่างรุนแรงอันมีผลต่อการดำเนินการของบริษัท ประกอบกับเหตุการณ์ขาดสภาพคล่องของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทใน ตลท. ส่งผลให้สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดหุ้นกู้ที่ บจ. หลายบริษัทไม่ชำระ หรือเลื่อนการชำระออกไป ประกอบกับธนาคารพาณิชย์คุมเข้มเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และคอยดูว่า บจ.ต่างๆ สามารถคืนหุ้นกู้ได้หรือไม่ SABUY จึงเลือกขายเงินลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (non-core) ตลอดจนธุรกิจที่อาจต้องใช้เวลาในการสร้างมูลค่า และได้ขายเงินลงทุน 12% ใน TKC ในไตรมาส 4/2566 และ 4% ที่เหลือในไตรมาส 1/2567 โดยมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต้องรับรู้การขาดทุนจากการลงทุนดังกล่าวเป็นจำนวนประมาณ 640 ล้านบาทและมีการบันทึกไว้ในไตรมาส 4/2566 แล้ว
 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์