กรุงเทพธุรกิจ

  •  

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 17:42

จากม้งลาวถึงโรฮิงญาปัญหาไม่ใช่แค่พักพิง-ส่งกลับ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

เรื่อง "ม้งลาว" ถึง "โรฮิงญา" ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลากหลายปัญหาที่ซ้อนทับอยู่ในนั้น การจัดการกับปัญหา "โรฮิงญา" จึงไม่ใช่แค่เปิดศูนย์-ส่งกลับ

ท่าทีของรัฐบาลไทย ที่มีต่อ "ชาวโรฮิงญา" ชัดเจนเป็นครั้งแรก จากคำให้สัมภาษณ์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เมื่อเช้าวานนี้ โดยยืนยันหลัก 3 ประการ ที่นอกเหนือไปจากการตอกย้ำว่าฝ่ายไทยปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม และปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กล่าวคือ 1.ชาวโรฮิงญา คือ ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และไทยไม่สามารถรับภาระดูแลได้ นอกจากการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 2.ไทยไม่มีแนวคิดตั้งศูนย์อพยพเพื่อรองรับชาวโรฮิงญา และ 3.ไทยจะผลักดันชาวโรฮิงญากลับประเทศต้นทาง

หากวางข้อกล่าวหาเรื่องทางการไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนกับชาวโรฮิงญา ที่ปรากฏผ่านสื่อต่างประเทศอย่างถี่ยิบผิดสังเกตเอาไว้ก่อน ก็ต้องยอมรับว่าท่าทีของรัฐบาลที่ส่งสัญญาณล่าสุดนี้ ชัดเจนยิ่งในมิติด้านความมั่นคง และน่าจะทำให้หน่วยงานหลายหน่วยที่ร่วมกันรับผิดชอบ ตลอดจนพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดที่รวมตัวกันคัดค้านการตั้งศูนย์พักพิงให้กับชาวโรฮิงญา...ใจชื้นขึ้นเป็นกอง!

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้เกี่ยวข้องว่า การแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่แค่ตั้ง "ศูนย์พักพิง" ขึ้นมา จากนั้นก็นัดเจรจากับประเทศต้นทางแล้วผลักดันออกไป เพราะปัญหาในทางปฏิบัติซับซ้อนกว่านั้นมาก

เทียบกับกรณี "ม้งลาว" ที่กองทัพไทยประสบความสำเร็จสูงสุดกรณีหนึ่งในประวัติศาสตร์การจัดการเรื่องผู้อพยพและหลบหนีเข้าเมือง ถึงวันนี้ ภารกิจก็ยังไม่จบสิ้น ทั้งๆ ที่ "ประเทศต้นทาง" อย่างลาว ก็พร้อมรับ "ชาวม้ง" กลับมาตุภูมิ

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เพิ่งทำพิธีส่งมอบชาวม้งลาวที่สมัครใจเดินทางกลับแผ่นดินเกิด 66 ครอบครัว จำนวน 190 คน ให้กับฝ่ายลาว โดยเป็นการส่งกลับครั้งที่ 12 จากการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบของคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว หรือจีบีซี ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2550 จนถึงปัจจุบัน โดยมียอดชาวม้งลาวที่ถูกส่งกลับจนถึงขณะนี้รวม 2,057 คน

เป็น 2,057 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 7,765 คน ที่พักพิงอยู่ในศูนย์ควบคุมบ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ปัญหาชาวม้งลาวทะลักเข้าไทยรุนแรงขึ้น หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศรับราษฎรม้งลาวที่เป็นผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ (ผภร.) ซึ่งตกค้างอยู่ที่ถ้ำกระบอก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ไปตั้งถิ่นฐานที่อเมริกาและบางประเทศในยุโรปเมื่อปี 2547 กระทั่งทางการไทยสามารถปิดศูนย์พักพิงที่ถ้ำกระบอกได้สำเร็จ

แต่ "ข่าวดี" ดังกล่าวได้ทำให้เกิดขบวนการลักลอบนำพาชาวม้งลาวจากถิ่นฐานบ้านเกิดข้ามแดนเข้ามายังฝั่งไทย และพักอาศัยกระจายกันอยู่ที่ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และ ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ถูกล่อลวงจากขบวนการค้าแรงงานผิดกฎหมายว่า หากสามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้ จะมีโอกาสไปเริ่ม "ชีวิตใหม่" ถึงอเมริกา

จำนวนชาวม้งลาวเพิ่มขึ้นแบบ "ทวีคูณ" จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จากพันกลายเป็นหมื่น โดยที่ทางการไทยแก้ปัญหาไม่ได้ถนัดนัก ด้วยต้องเผชิญแรงกดดันจากการเมืองระหว่างประเทศ และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ทั้งที่สถานะของ "ม้งลาว" เหล่านี้ หาใช่ผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบอีกแล้ว

กว่ากระบวนการจะเดินมาถึงขั้นตอนการ "ส่งกลับ" ด้วยมิตรจิตมิตรใจในปัจจุบัน ทั้งลาวและไทยต้องประสานความร่วมมือกันหลายระดับ ตั้งแต่จีบีซี ซึ่งเป็นกรอบใหญ่ ซับ-จีบีซี หรืออนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว มีกระบวนการคัดกรองชาวม้งลาวอย่างโปร่งใส โดยความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ก่อนจะตั้งคณะทำงานประสานการส่งกลับ

เฉพาะฝ่ายไทยได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจผสมพลเรือนตำรวจทหารเขาค้อ หรือ ฉก.พตท.เขาค้อ รับผิดชอบภารกิจโดยตรงด้วย 

ทั้งหมดนี้ มี พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เป็นตัวจักรสำคัญฝั่งไทย และมี พลจัตวาบัวเสี้ยง จำปาพัน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการทหาร กองทัพประชาชนลาว เป็นตัวจักรสำคัญฝั่งลาว

การส่งกลับ "ม้งลาว" เที่ยวล่าสุด 190 ชีวิต พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ร่วมเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินการ ตั้งแต่กระบวนการผ่านแดนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย จนไปถึงสโมสรกระทรวงป้องกันความสงบนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งฝ่ายลาวเตรียมสถานที่ไว้รองรับ

ความเข้มแข็งจริงจังของไทยทำให้ฝ่ายลาว นำโดยพลจัตวาบัวเสี้ยง พึงพอใจอย่างมาก ถึงกับเดินทางข้ามฝั่งมายังประเทศไทย เพื่อติดตามปัญหาชาวม้งลาวอีก 158 คน ที่ถูกควบคุมอยู่ใน "ห้องกัก" อาคารควบคุมผู้หลบหนีเข้าเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย ด้วย

"ม้งลาว 158 ชีวิต" คือ อีกหนึ่งปัญหาที่แทรกซ้อนเข้ามาระหว่างการจัดการปัญหาม้งลาว ที่บ้านห้วยน้ำขาว เพราะเป็นม้งลาวอีกกลุ่มหนึ่งที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และถูกจับกุมจากหลายพื้นที่ตั้งแต่ต้นปี 2550 แต่ไม่สามารถผลักดันกลับประเทศได้ เพราะเจอแรงกดดันจากรัฐบาลต่างชาติ ทำให้ม้งลาวเหล่านี้ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีถึง 87 คน ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องกักแคบๆ มานานกว่า 2 ปี โดยมีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย รับผิดชอบดูแลทั้งเรื่องที่หลับที่นอน และอาหารการกิน

นี่คือ ปัญหา "ชาวม้งลาว" ซึ่งแม้ทั้งสองประเทศจะเห็นตรงกันว่าเป็น "ผู้หลบหนีเข้าเมือง" ไม่ใช่ "ผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ" และทางการลาวก็พร้อมใจรับกลับประเทศ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและสรรพกำลังในการจัดการมากมาย มีปัญหาแทรกซ้อนหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงความอ่อนไหวในระดับนโยบาย ซึ่งขณะนี้ ฝ่ายไทยกำลังหวั่นวิตกว่า หากพลจัตวาบัวเสี้ยง เกษียณจากตำแหน่งหลังต่ออายุราชการอีก 2 ปี นโยบายเรื่อง "ม้งลาว" จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

เมื่อหยิบปัญหา "ม้งลาว" มาเทียบกับปัญหา "โรฮิงญา" จะพบความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธว่า กรณีโรฮิงญาหนักหนาสาหัสกว่ามาก...

จากเอกสารรายงานของหน่วยงานความมั่นคงที่นำเสนอต่อรัฐบาล พบว่าปัญหาหลักของชาวโรฮิงญา คือ การถูกปฏิเสธสถานะพลเมืองโดยรัฐบาลทหารพม่าและบังกลาเทศ นั่นเท่ากับไทยจะไม่มีคู่เจรจา ซึ่งแตกต่างจากกรณีของลาวอย่างชัดเจน

ข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงยังชี้ว่า เส้นทางการเดินทางของชาวโรฮิงญามีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
 1.จากชายแดนจังหวัดค๊อกซีสบาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ อ้อมหมู่เกาะอันดามันของอินเดีย มุ่งหน้าไปทางเกาะนิโคบา ใช้เวลาประมาณ 10-12 วัน ส่วนมากเป็นเรือขนาดใหญ่ และเดินทางต่อไปยังทิศตะวันออก เข้าน่านน้ำไทยที่ จ.ระนอง และพังงา
 2.จากชายแดนอำเภอมองดอ จังหวัดซิตต่วย รัฐอาระกันของพม่า ผ่านน่านน้ำพม่า ภาคอิรวดี เกาะโกโก้ รัฐมอญ ภาคตะนาวศรี เข้าเขตน่านน้ำไทยด้าน จ.ระนอง

ปัญหา ก็คือ หากทหารเรือพม่าตรวจพบชาวโรฮิงญาอพยพ พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับความช่วยเหลือทั้งอาหารและน้ำดื่ม ก่อนจะชี้เส้นทางให้ โดยไม่ยอมให้ขึ้นฝั่งพม่า และเมื่อชาวโรฮิงญาเหล่านั้นเข้าฝั่งประเทศไทยได้ แม้ทางการไทยจะพยายามผลักดันออกไปตามกฎหมาย แต่กลุ่มโรฮิงญาจะสามารถลักลอบกลับเข้าไทยได้อีก เพราะมี "ขบวนการค้ามนุษย์" ที่สามารถนำพาโรฮิงญากลับเข้าเขตไทย และพาเข้าพื้นที่ตอนใน หรือมุ่งหน้าไปมาเลเซียอันเป็นปลายทางที่แท้จริง

ขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย ชาวบังกลาเทศ ชาวพม่ามุสลิมในรัฐอาระกัน จ.เกาะสอง ภาคตะนาวศรี คนไทยใน จ .ระนอง และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนายหน้าชาวมาเลเซีย โดยมีเจ้าหน้าที่ของไทยบางส่วน "มีเอี่ยว" ด้วย

 เอกสารรายงานของหน่วยงานความมั่นคง ระบุอีกว่า อุปสรรคสำคัญของการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา คือ การที่ทางการพม่าปฏิเสธว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ประชากรของพม่า ดังนั้น แนวทางแก้ไขปัญหา คือ ดำเนินการคัดแยกและสืบสวนให้ได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางมาจากภูมิลำเนาใด ด้วยวิธีการใด เพื่อเป็นข้อมูลในการเจรจากับประเทศต้นทางให้รับประชากรของตนกลับภูมิลำเนา ไม่ว่าจะเป็นพม่าหรือบังกลาเทศ เพื่อไม่ให้ปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีก

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ ก็คือ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาคมนานาชาติ ว่า กลุ่มโรฮิงญาถือเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่ใช่ "ผู้หนีภัยจากการสู้รบ" (Displaced person from fighting) และมิใช่เป็น "ผู้อพยพลี้ภัย" (Refugee) ตามที่สื่อต่างชาติระบุ ดังนั้น ทางการไทยจึงมีความชอบธรรมในการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายไทยต่อชาวโรฮิงญาเช่นเดียวกับผู้หลบหนีเข้าเมืองจากประเทศอื่นๆ

จากประสบการณ์เรื่อง "ม้งลาว" ถึง "โรฮิงญา" ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลากหลายปัญหาที่ซ้อนทับอยู่ในนั้น ด้วยเหตุนี้ การจัดการกับปัญหา "โรฮิงญา" จึงย่อมไม่ใช่แค่การเปิดศูนย์พักพิงแล้วส่งกลับเป็นแน่!

Tags : โรฮิงญา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17

ทุกคนเกิดมาอยู่บนโลกนี้อย่างมีเวลาจำกัดและมันจะไม่เป็นธรรมเลยหากคนใดคนหนึ่งต้องทุกข์ทนไร้ซึ่งอิสรภาพและมีอนาคตอย่างมืดมนไม่รู้ชะตาชีวิตของตนเองและครอบครัว ให้โอกาสเถิดครับพี่น้องไทยทุกคนก็หนีมาพึ่งพระบารมีของพ่อหลวงของไทยนะครับ เพราะพวกเขารู้ว่าคนไทยมีน้ำใจและหากเลือกได้พวกเขาจะไม่ทำเดือดร้อนอะไรให้พี่น้องคนไทยเลย เขาเพียงอาศัยผืนแผ่นดินไทยอาศัยชั่วคราวเพื่อจะเดินทางไปประเทศที่สามที่เขาพร้อมจะรับ
โปรดเห็นใจเถิดครับทุกคนเลือกเกิดไม่ได้แต่เขาควรจะมีสิทธิ์เลือกที่อยู่ได้ และอยากบอกให้ทราบว่าทุกคนก็รักตนเองเช่นคุณๆ
หากคุณได้ทราบเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดกับเขาแล้วคุณจะได้รู้ว่าพี่น้องกลุ่มนี้เขามันปัญหากันลาวจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 16

ใครที่มีความประสงค์จะกลับก็ส่งกลับเนี่ย ถูกแล้ว
แต่ม้งลาวที่หนองคายเป็นกลุ่มลี้ภัยทางการเมืองจริง
โดนทหารลาวยิงลูกตา ผ่าตัดที่โรงบาลหนองคาย 158 คน อยู่ในห้องแคบมาก อนุญาติให้ออกนอกห้องวันละ สองชั่วโมง ถ้าประเทศที่สามจะรับก็ให้เขาไปเถอะ
เพราะยังไงเขาก็ไม่กลับลาว เขารู้จะเกิดอะไรขึ้น
เราไปสัมภาษณ์คนม้งลาว และมีรูปถ่ายอีกมากเลย
อเมริกา ออสเตรเลีย รับแล้วก็น่าจะปล่อยไปคะ เป็นการลดภาระให้ประเทศไทย และให้เขามีชีวิตที่ดีกว่า
ดิฉันคิดว่าเขาจะไม่ลืมพระคุณประเทศไทย เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นอกเสียจากว่า มีคนในนั้นได้พ็อคเก็จมันนี่ตุง ๆ ไป ก็เลยเห็นแก่ตัวทรมานชีวิตและอนาคตคนเหล่านั้น แล้วตัวเองก็เสพสุขบนคชีวิตที่ตายทั้งเป็นของคนเป็นร้อย
ไม่รู้นอนหลับไปได้ยังไง
เวรกรรมมีจริงนะ คุณมีเท่าไหร่ตายไปก็เอาไปไม่ได้หรอก แต่บุญบารมีจะติดตัวไปโดยที่คุณไม่ต้องแบกหาม
การอยู่แบบไม่มีอิสระภาพก็เท่ากับไม่มีชีวิต
เศร้าใจแทนจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 15

เวลาคนไทยโดนบ้างพวกคุณอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 14

พวกคุณทุกๆคนบนโลกนี้เคยเจอปัญหาบ้างไหม แบบที่ชาวม้งและชาวโรฮิงญาเหล่านั้นได้รับ ขอความเห็นใจกันบ้าง

ความคิดเห็นที่ 13

...คห 12..แล้วคุณคงจะได้ผลประโยชน์อีกเยอะเลยเน๊าะ..มาผิดที่หรือเปล่าครับ..เบื่อจริงๆ * พวกหลอกลวง -กินหัวคิว...แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว...เก็บเอาไว้รวยคนเดียวเถอะครับ....

ความคิดเห็นที่ 12

อยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
อดีต นักศึกษา ปี 1 ขอตังค์พ่อแม่ใช้
ปัจจุบัน นักศึกษา ปี 2 ร าย ได้ 3 หมื่น กว่า / เดือน
อดีต พนักงานบริษัทฯ ร า ยได้ หมื่นเศษ
ปัจจุบัน รายได้ 1.5 แสน / เดือน
อดีต นักศึกษา ปี 4
ปัจจุบัน 12 ปียังไม่จบ ร าย ได้ 5 แสน / เดือน
คุณหละอยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
สนใจดูที่ http://bestjob.321.cn/

http://slinq.net/2466

ความคิดเห็นที่ 11

...เฮ้อ..เห็นข้อความแล้วกลุ้มใจ..ตอบโต้แบบไม่มีสติ..แม้ว่าเราเคียดแค้นความไม่ยุติธรรมอะไร ก็ต้องมีสติ ไม่เช่นนั้น เราจะไม่มีทางชนะได้เลย การแก้ปัญหาทุกอย่าง ต้องแก้แบบถาวร ความอดทนเป็นส่วนประกอบต้องมีนะครับ..
...ปัญหาของคนที่หลบหนีเข้ามา มันเป็นปัญหาของชาติเราที่ยอมรับใช้ * กันมาแต่อดีต จึงมีภาระหลุดมาหาเรา นี่แหละคือฝีมือ * ฝรั่งตาน้ำข้าวละครับ..ยิ่งชนชาติอื่นๆวุ่นวาย แตกแยกมากแค่ไหน พวก * กันมันยิ่งชอบ..พอมันได้ประโยชน์เสร็จสิ้น มันจะเปิดตูดหนีเลย....เพื่อนบ้านเขาเหม็นเบื่อเราเต็มทีแล้ว....

ความคิดเห็นที่ 10

* นะครับ ซ้นตีน คนอย่างพวก * ไม่เคยถูกยิงกะบาล * ไม่รู้สึก ไม่เคยโดน อยากโดนเจอกันที่ยะลา ถ้าแน่

ความคิดเห็นที่ 9

* นะครับ ซ้นตีน คนอย่างพวก * ไม่เคยถูกยิงกะบาล * ไม่รู้สึก ไม่เคยโดน อยากโดนเจอกันที่ยะลา ถ้าแน่

ความคิดเห็นที่ 8

คห. 5, 6, 7 ไปแสดงความถ่อยที่อื่นเถอะค่ะ อย่ามารับจ้างเห่าแถวนี้

ความคิดเห็นที่ 7

i jet i mea jet khuay soonteeen taharn ka daw hia jet

ความคิดเห็นที่ 6

ใช่ * สัตว์ * เจตน์ * รูดี แค่รับงานทำให้ยงยุทธ พ้นจากการเมืองได้ มันก็รับเละ ไม่รู้กี่ล้าน เจตน์ ซ้นตีน นะ * มีหน้า ออกหนังสือ หัว * ทะลวงฟ้นหมู่ * แม่ *

ความคิดเห็นที่ 5

* กองทัพเฮงซวย มันทำไม่เลือกที่ มันต้องทำก่อน ถ้าไม่ทำไม่มีงบพิเศษ พวก * ไม่รู้หรือ ไห้ย เจตน์ มันรู้ดี

ความคิดเห็นที่ 4

ทำไมผู้อพยพถึงไม่มีผู้หญิงหรือเด็กเลยว่าไหม..

ความคิดเห็นที่ 3

ต้องให้อังกฤษมาช่วยแก้ปัญหา เพราะปัญหาชนกลุ่มน้อยในพม่า เป็นผลพวงมาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เป็นเรื่องยาวที่สุดท้ายชนกลุ่มน้อย ซึ่งมีหลายกลุ่มในหลายรัฐและมีจำนวนมาก ต้องรับกรรม

ความคิดเห็นที่ 2

อยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
อดีต นักศึกษา ปี 1 ขอตังค์พ่อแม่ใช้
ปัจจุบัน นักศึกษา ปี 2 ร าย ได้ 3 หมื่น กว่า / เดือน
อดีต พนักงานบริษัทฯ ร า ยได้ หมื่นเศษ
ปัจจุบัน รายได้ 1.5 แสน / เดือน
อดีต นักศึกษา ปี 4
ปัจจุบัน 12 ปียังไม่จบ ร าย ได้ 5 แสน / เดือน
คุณหละอยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
สนใจดูที่ http://bestjob.321.cn/

http://slinq.net/2466

ความคิดเห็นที่ 1

นี่คือตัวอย่างที่เห็นชัด ถ้า บ้านเมือง ประเทศไม่เป็นประเทศ ปชช ก็ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้นั่นเอง ส่วนเรื่องที่เป็นข่าว คำถามว่า ผู้อพยพเหล่านี้ เพิ่งอพยพกระนั้นหรือ แต่ทำไมเพิ่งมาเป็นข่าว กระพือเสียผิดปรกติ ใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นคนส่งเสริมกระพือข่าว กระพือเพื่ออะไร ทำไมก่อนหน้านี้ รัฐบาลก่อน ๆ ข่าวทำนองนี้ หายากเต็มที ข่าวโจมตีสถาบัน ข่าวโจมตีประเทศ ถ้าคนไทยใครก็ตาม ที่อยู่เบื้องหลัง ก็ถือว่า เป็นคนเลวโดยสันดานโดยแท้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า