วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

‘ยุทธศักดิ์’ ชี้เศรษฐกิจไทยฟอร์มตก ‘ไม่มีทรง’ โจทย์ใหญ่เร่งออกแบบประเทศใหม่!

‘ยุทธศักดิ์’ ชี้เศรษฐกิจไทยฟอร์มตก ‘ไม่มีทรง’  โจทย์ใหญ่เร่งออกแบบประเทศใหม่!

ในห้วงเวลาที่หลายคนมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่าเป็นเหมือน “เป็ดง่อย” ที่อ่อนแรงและขาดพลังขับเคลื่อน! ยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กลับมองว่า ภาพที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดเจนกว่า คือคำว่า “ไม่มีทรง” เหมือนนักฟุตบอลที่ฟอร์มตก ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถ แต่เพราะร่างกาย ระบบ และสภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้กลับไปเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม

ตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจสะท้อนภาพ “ไม่มีทรง” อย่างชัดเจน การเติบโตของจีดีพี (GDP) อยู่ในระดับตํ่า การลงทุนเอกชนชะลอตัว การส่งออกมีแนวโน้มติดลบ ขณะที่การบริโภคภายในประเทศถูกจำกัดด้วยหนี้ครัวเรือนที่สูงและกำลังซื้อที่อ่อนแรง เศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในภาวะ “ไปต่อก็ลำบาก ถอยหลังก็เสี่ยง” ยิ่งไปกว่านั้น โลกกำลังเผชิญ “ความไม่แน่นอน” จากภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกีดกันทางการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ประเทศไทยซึ่งเคยได้ประโยชน์จากระบบการค้าเสรีและการย้ายฐานการผลิต กำลังสูญเสียความได้เปรียบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ผลิตภาพที่ตํ่า และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ไม่ทันสมัยพอ

“ภาคการท่องเที่ยว” ซึ่งเคยเป็นเสาหลักอีกต้นหนึ่ง ก็ไม่ใช่คำตอบเดิมอีกต่อไป นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเร่งพัฒนาอย่างจริงจัง หากประเทศไทยยังขายภาพเดิมๆ อาจกลายเป็นตัวเลือกที่ “พอใช้ได้” แต่ไม่ใช่ “ตัวเลือกแรก”

ขณะเดียวกัน การใช้นโยบายการคลังแบบเดิมที่เน้นการอัดฉีดระยะสั้น กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อวินัยทางการเงินและความเชื่อมั่นของประเทศ หากเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ ทั้งเงินฝืด หนี้เสียและความเปราะบางของระบบการเงิน จะยิ่งทวีความรุนแรง และอาจลุกลามไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขยากกว่าเดิมหลายเท่า

“ถึงเวลา ‘Thailand Do Over’ เพราะโจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คือการออกแบบประเทศใหม่ ให้หลุดพ้นจากโมเดลเดิมที่พึ่งพาการเติบโตแบบใช้แรงงาน ราคาถูก และทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก แนวคิด Investment-led Growth Plus จึงมีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงดึงเงินลงทุน แต่ต้องผสมผสานการดูดซับความสามารถจากต่างประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมในประเทศไปพร้อมกัน”

โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเร่งเดินหน้าไม่ใช่แค่ถนนหรือรถไฟ แต่รวมถึงระบบโลจิสติกส์ครบวงจร โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือ “การยกระดับทักษะแรงงาน” ให้ทันโลกใหม่ เพราะในยุคที่เงินลงทุนเคลื่อนย้ายได้ง่าย สิ่งที่นักลงทุนมองหามากกว่าแรงจูงใจทางภาษี คือ “คุณภาพของคน” และ “ความคล่องตัวของระบบ”

ยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้าง “อุตสาหกรรมใหม่” เพื่อทดแทนความได้เปรียบที่กำลังหายไป เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง และบริการมูลค่าสูง คือพื้นที่ที่ไทยยังมีโอกาส หากภาครัฐและเอกชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนั้น บทบาทของไทยในเวทีโลกก็ต้องถูกออกแบบใหม่ภายใต้หลัก “สมดุลอย่างยืดหยุ่น” ไม่เลือกข้าง แต่เลือกผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง รักษาความสัมพันธ์กับทุกมหาอำนาจ เพื่อใช้ความขัดแย้งของโลกเป็นโอกาส มากกว่าปล่อยให้เป็นความเสี่ยง

ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น หากรัฐยังทำงานด้วยความเชื่องช้า ระบบราชการที่ซับซ้อน และวัฒนธรรมที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยต้องการรัฐที่เน้น “Speed” คือ ความเร็ว ความโปร่งใส และความสะดวกในการทำธุรกิจ ต้องลดขั้นตอน ลดขนาดองค์กร และจัดการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ยึดหลักนิติธรรม ไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง “เทาไม่ทำ ดำไม่เอา” เพราะการปฏิรูประบบอื่นจะไร้ผล หากฐานรากของรัฐยังไม่แข็งแรง

นโยบายประชานิยมแบบล้างผลาญอาจสร้างความนิยมระยะสั้น แต่ทิ้งภาระระยะยาวให้ประเทศ โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยที่รายจ่ายรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องหันมาเน้นวินัยทางการคลัง การบริหารทรัพย์สินรัฐอย่างมืออาชีพ และการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจริง

“เศรษฐกิจไทยวันนี้อาจ ‘ไม่มีทรง’ แต่ไม่ได้หมายความว่า ‘หมดทาง’ ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญที่สุดในการรีเซ็ตประเทศ หากเรากล้าคิดใหม่ กล้าทำจริง และกล้าเปลี่ยนโครงสร้างที่ฉุดรั้งเรามานาน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า เศรษฐกิจไทยจะโตได้แค่ไหนในปีหน้า แต่คือเราจะออกแบบประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอีก 20 ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ตั้งแต่วันนี้” ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวปิดท้าย