'มล.ปีกทอง' CEO ใหม่ OR โชว์วิสัยทัศน์ เสริมแกร่งองค์กรฟื้นมาร์เก็ตแชร์ 38%

"มล.ปีกทอง" CEO ใหม่ OR โชว์วิสัยทัศน์เสริมแกร่งองค์กรสู่ 3 พันธกิจ เร่งดึงมาเก็ตแชร์เพิ่ม เร่งเครื่องธุรกิจทั้งไทย-ภูมิภาค ทุ่มงบลงทุนปี 2568 กว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ฟื้นมาเก็ตแชร์น้ำมันกลับมา 38% จากปัจจุบันเหลือ 35%
ภายหลัง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการ OR เมื่อวันนี้ 19 พ.ย.2567 มีมติเห็นชอบให้ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR คนใหม่ (คนที่ 3) แทนนาย นายดิษทัต ปันยารชุน ที่จะเกษียณอายุงานในวันที่ 11 ธ.ค.2567 พร้อมรับตำแหน่ง CEO คนที่ 3 ต่อจากนายดิษทัต ทันที
ล่าสุด ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ วันนี้ (31 ม.ค. 2568) ว่า พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ "Empowering All toward Inclusive Growth" หรือ "เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน"
พร้อมเน้นย้ำถึงการต่อยอดนโยบาย OR SDG ที่มุ่งสร้างสมดุลในทุกมิติ ทั้ง ด้าน S: Small การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ด้าน D: Diversified การลงทุนในธุรกิจที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของ OR และ ด้าน G: Green การดูแลสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งเป้าที่จะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดขายปลีกน้ำมันของ OR เพิ่มขึ้นราว 2-3% หรือเติบโตอยู่ที่ระดับ 38% เหมือนปี 2566 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 35-36% โดยใช้กลยุทธ์การดึงจุดเด่นของ OR กลับมาเพื่อดึงผู้บริโภคกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น พร้อมตั้งเป้าผลการดำเนินงานเติบโต 3% ตาม GDP ประเทศ หรืออาจมากกว่าหากความมั่นใจของผู้บริโภคกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 โออาร์จะใช้งบลงทุน 19,000 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม 5 ปี (2568-2572) รวม 60,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ที่ผ่านมา OR ได้สร้างผลงานที่โดดเด่น อาทิ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผ่านโครงการไทยเด็ด
การสนับสนุนผู้เปราะบางทางสังคมผ่าน Café Amazon for Chance รวมถึงการติดตั้ง Solar Roof ในสถานีบริการ PTT Station ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 และ Net Zero ในปี 205
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ OR จะมุ่งเน้นการใช้ Digitalization & Innovation เป็นแรงขับเคลื่อน ใช้เป็นออม สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยที่ผ่านมา OR ถือเป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำระบบ SAP S/4 HANA มาใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันและค้าปลีก พร้อมพัฒนา Control Tower Dashboard เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและตัดสินใจทางธุรกิจ โดยมุ่งเสริมความเข้มแข็งใน 3 พันธกิจสำคัญ ได้แก่
1. Seamless Mobility มุ่งเสริมความเป็นผู้นำในธุรกิจน้ำมันผ่านการขยายเครือข่ายสถานีบริการและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาสู่พลังงานทางเลือก เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ และการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้กลยุทธ์ Thailand Mobility Partner ในการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจน้ำมัน (Fossil Based) สู่ธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน (New Energy-Based)
2. ด้าน All Lifestyles มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของ Café Amazon ตลอด Value Chain พร้อมแสวงหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเริ่มศึกษาธุรกิจ Health & Wellness ที่มีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์กระจายพอร์ทการลงทุน (Diversify Portfolio) และ
3. Global Market ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยมีแผนลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ OR จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Oil Hub แห่งภูมิภาค ด้วยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านน้ำมันระหว่างประเทศ และการสร้าง New Magnet เพื่อยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเติมเต็มโอกาส เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“การขับเคลื่อนองค์กรในยุคที่มีความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จะต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับแนวความคิดการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการ 'They grow We grow' โดยจะสร้างความเชื่อมั่นและการสื่อสารที่ใกล้ชิดผ่านโครงการ 'CEO on tour' เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ พนักงาน พันธมิตร นักลงทุน และสื่อมวลชน”
ม.ล.ปีกทอง กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะเปิดตัวธุรกิจใหม่จาก Next Amazon โดยจะทำให้ธุรกิจเติบโตและอยู่ได้เหมือนกับ Amazon ที่ปัจจุบันต่อยอดเติบโตได้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแบรนด์สินค้าใหม่ที่มีเป้าหมายความสำเร็จเหมือนกับ Amazon ซึ่งจะเป็นอะไรก็จะต้องรอติดตามเร็วๆ นี้
"ส่วนธุรกิจที่ลงทุนในเมียนมาซึ่งก่อนหน้านี้มีการลงทุนอยู่ ด้วยภาวะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการแซงชั่นจึงต้องชะลอการลงทุนก่อน OR จะยังคงรักษาเสถียรภาพการดำเนินธุรกิจในจุดที่ให้ภูมิภาคสันติสุขที่สุด"