วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี MOSHI - SSSG ยังโดดเด่น

ยังเป็นบริษัทที่เห็นการเติบโตได้ชัด แนวโน้มดีทั้งระยะสั้นและยาว โดยระยะสั้น SSSG Qtd +7-8% y-y สูงสุดในกลุ่มฯ และระยะยาว แผนเปิดสาขายังเป็นเชิงรุกระยะ 2-3 ปีนี้
ขณะที่ การแข่งขันจากคู่แข่งรายใหม่ ยังอยู่ในระดับจำกัด ราคาหุ้นที่ปรับลง ซื้อขาย PER25F 20x (-2.3SD) มองเป็นโอกาสสะสม แนะนำ Buy จาก TP65F 54.0 บาท อิง DCF เป็นบริษัทที่ยังเห็นการเติบโตดีระยะยาวและปรับตัวไว
Positive view both short term and long term outlook
- SSSG Qtd (ถึง 14 มี.ค.) ยังบวก 7-8% สินค้า Lifestyle ยังเป็นกลุ่มที่เติบโตดีและแย่ง Market share จากค้าปลีกอื่น จากราคาย่อมเยา เข้าถึงผู้บริโภคได้ โดยผลสำเร็จทั้งสินค้าใหม่จาก 1 หมื่นเป็น 1.2 หมื่น SKUs, ขยายทีม Product development, เพิ่มสินค้า Cartoon ทั้งออกแบบเอง และแบบลิขสิทธิ์, เพิ่มสินค้า High value (ลดสินค้ากำไรต่ำ) และการปรับ Display ดึงจุดเด่นการมองเห็นสินค้า ไปราว 70 สาขา (น้ำหอม, ก้านหอม, เครื่องเขียน, กลุ่มเครื่องประดับ ฯลฯ) และมีแผนปรับเพิ่มอีก 50 สาขาใน 1H25F
- คงเป้ารายได้ 2025F +15-20% y-y (vs เราคาด +21% y-y) จาก SSSG 3-5% และสาขาใหม่เพิ่มเป็น 40 แห่ง (มีทำเลแล้ว 30 แห่ง) จากปี 24 +34 แห่ง และ Qtd เปิดแล้ว 6 แห่ง
- Trade war มองกลางถึงบวกเล็กน้อย : เนื่องจากโอกาสซื้อสินค้าจากจีน (60% ของยอดสินค้าทั้งหมด) ได้ถูกลง/ได้เงื่อนไขการค้าที่ดีขึ้น โดยบริษัทมีซัพพลายเออร์หลักหลายร้อยรายในจีน ซึ่งมีลูกค้าทั้งเอเชียและทวีปอเมริกา โดยตั้งแต่ Trade war รอบแรกที่เศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอ บริษัทเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในด้านการเจรจาต่อรอง, การซื้อขั้นต่ำ ฯลฯ แต่ทั้งนี้เรามองมีปัจจัยหักล้างบางส่วนจากภาพรวมเศรษฐกิจที่รับผลกระทบจาก Trade war
- การแข่งขันยังจำกัดจากทั้ง KKV, MINISO : โดย i) KKV เปิดแล้ว 7 สาขา (สาขาแรกเปิด 31 ต.ค.2024) ซึ่งมี 6 สาขา MOSHI (2-3% ของยอดขาย) ที่อยู่ห้างเดียวกัน พบว่า SSSG ยังเป็นบวกและไม่ได้รับผลกระทบ เราเชื่อว่าคู่แข่งยังต้องใช้เวลาสร้างแบรนด์ และปรับรูปแบบสินค้าและราคาให้ตอบโจทย์
ii) ด้าน Miniso หลังปีก่อนชะลอเปิดสาขาที่มีอยู่ราว 60-70 แห่ง เริ่มเห็นการปรับตัวโดยอิง นโยบายบ.แม่ในจีน เป้าเน้นสินค้ากลุ่มลิขสิทธิ์เป็น 50% ของรายได้ในปี 2028
(IP : Intellectual property) อาทิ Harry Potter, Disney, Sanrio ฯลฯ โดยไทยทดลองแล้ว 3 สาขา (สาขาแรกเริ่มม.ค. 2025) ทั้งนี้ สินค้า IP มีทั้ง Exclusive และ Non-exclusive และเทียบ MOSHI รายได้จากกลุ่มดังกล่าวคิดเป็น 15% ของทั้งหมด และมี 2 สาขาอยู่ห้างเดียวกันกับ Miniso พบว่า SSSG ยังเป็นบวกใกล้ค่าเฉลี่ยที่ 7-8% y-y ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป แต่เบื้องต้น โดยรวมมอง MOSHI ยังมีจุดเด่นด้าน ราคาสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า
ความเห็นและคำแนะนำ
- เรามีมุมมอง “Positive” ต่อแนวโน้มผลประกอบการ และคงกำไรปี 2025F 617 ลบ. (+18% y-y) และกำไร 3 ปี เห็นภาพเติบโตชัดทั้ง SSSG และ สาขาใหม่ คาด CAGR+18% โดยมองสาขารูปแบบ Standalone ในแหล่งชุมชน และสามารถไปอ.รอง ได้ น่าสนใจและน่าติดตาม เป็น Potential upside ระยะยาว
- ระยะสั้น คาดกำไร 1Q25F ยังเติบโตเด่น y-y, -q-q รวมถึง ผลกระทบจากคู่แข่งยังจำกัดมาก แนะนำ Buy จาก TP25F 54.0 บาท อิง DCF (WACC 7.5%, TV Growth 2.0%)โดยปัจจุบัน หุ้นซื้อขาย PER20x (-2.3 SD) ฐานะการเงินแขง็ แกร่ง เป็น Net Debt และ ROE 25%