S&P เพิ่มเครดิต ‘ธนาคารกรุงไทย’ เป็น BBB/A-2 มองธุรกิจโตแกร่ง

‘เอส แอนด์ พี โกลบอล เรทติ้งส์’ เพิ่มเครดิต ‘ธนาคารกรุงไทย’ เป็น BBB/A-2 มองธุรกิจแกร่ง หลังส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อปี 67 โตแตะ 18% มองความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
เอส แอนด์ พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) ปรับเพิ่มอันดับเครดิตธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เป็น 'BBB/A-2' จากเดิม 'BBB-/A-3 เนื่องจากสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น ซึ่งเทียบเท่ากับธนาคารขนาดใหญ่ของไทยจากการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
ขณะเดียวกัน S&P ยังได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตผู้ออกตราสารระยะยาวของ KTB เป็น 'BBB' จาก 'BBB-' และอันดับเครดิตระยะสั้นเป็น 'A-2' จาก 'A-3'
ธุรกิจ KTB โตแกร่ง
ภาพรวมธุรกิจของธนาคารกรุงไทยแข็งแกร่งขึ้นในปี พ.ศ.2567 สะท้อนจากธนาคารกรุงไทยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 18% ในด้านสินเชื่อ และ 16% ในด้านเงินฝาก โดยสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยเติบโตขึ้น 4.7% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินเชื่อจากภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมของภาคธนาคารกลับลดลง 0.7%
รวมถึงอัตรากำไรสุทธิ (NIM) ของธนาคารกรุงไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 3.29% ในปีที่ผ่านมา จาก 2.6% ในปี 2565 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคธนาคารที่ 3% การปรับปรุงนี้เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำ และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง แม้ว่าคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงในปี 2568 และมีการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน แต่คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของธนาคารกรุงไทยจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศไทย
แนวโน้มธุรกิจ KTB
S&P คาดว่า KTB จะยังเน้นการให้สินเชื่อแก่ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า และเมื่อการให้สินเชื่อภาคเอกชนกลับมาเติบโต ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น S&P คาดการณ์ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ยของธนาคารที่ 1.00-1.20% ในช่วงสองปีข้างหน้า
นอกจากนี้ KTB มีเงินกองทุนสำรองที่เพียงพอในการรับมือกับสภาวะการดำเนินงานที่ยากลำบาก โดยธนาคารรายงานอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อหนี้เสีย (provision coverage ratio) ที่ 188.6% ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2567 ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค และค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมไทยที่ 177.1%
S&P มองว่าธนาคารกรุงไทยจะยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวไว้ได้ในระดับเดิมในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีความท้าทายก็ตาม
อย่างไรก็ดี S&P อาจมีการปรับลดอันดับเครดิตของ KTB หากคุณภาพสินทรัพย์ของ KTB ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมทรุดตัวลงอย่างมาก เกินกว่าที่เราได้คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของธนาคาร
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์