เฮลั่น! 'บุพเพสันนิวาสภาค 2' เสร็จเรียบร้อยแล้ว!
เฮลั่น! "รอมแพง" ประกาศ "พรหมลิขิต" ภาคต่อ "บุพเพสันนิวาส" เสร็จเรียบร้อยแล้ว!
ทำเอาแฟนๆ ละครชื่นมื่นสุดๆ เมื่อ "พรหมลิขิต" ภาคต่อของละครสุดฮิตที่ทำเอาผู้คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง "บุพเพสันนิวาส" ที่ล่าสุด "รอมแพง" ได้ออกมาโพสต์ประกาศว่า ตอนนี้ได้เขียนเรื่องพรหมลิขิตเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า "พรหมลิขิต" เขียนจบแล้วนะคะ ราคา 300 บาท อาทิตย์หน้า(เพราะจะส่งราคาให้ร้านวันจันทร์นี้แล้วเขาจะต้องไปทำระบบก่อนอ่ะค่ะ)จะเปิดให้จองหน้าเคาน์เตอร์ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หลักๆคือนายอินทร์ ซีเอ็ด b2s ส่วนร้านค้าย่อยก็สามารถไปจองกันได้แต่ต้องดูให้ดีนะคะว่าเป็นร้านที่เชื่อถือได้
ส่วนรูปเล่มหนังสือน่าจะได้รับไม่เกินเดือนกันยายน และจะมีขายในงานหนังสือที่เมืองทอง ต้นเดือนตุลาคมนี้ รวมไปถึงในเว็บแฮปปี้บานานาด้วยค่ะ
พร้อมกับมีขายเป็นบ็อกเซ็ทด้วยนะคะสำหรับใครที่ต้องการซื้อ บุพเพสันนิวาส+พรหมลิขิต+กล่อง ราคา 585บาท ทั้งทางร้านหนังสือและเว็บสำนักพิมพ์
ส่วนใครที่มีบุพเพสันนิวาสแล้ว และอยากได้แค่พรหมลิขิตกับกล่อง สามารถไปซื้อได้ที่บูธแฮปปี้บานานา ในงานสัปดาห์หนังสือเท่านั้นค่ะ ไม่ขายทางไปรษณีย์เพราะกลัวกล่องเยินค่ะ
แล้วจะมาแจ้งเลขที่บูธ วันที่ 29 ส.ค.นี้
รักค่ะ
รอมแพง
นอกจากนี้ รอมแพงยังระบุถึงความในใจของผู้เขียน ว่า
"ในที่สุด นิยายโรแมนติกคอมเมดี้แบบบ้านๆที่ใช้เส้นไทม์ไลน์ตามประวัติศาสตร์ ที่ชื่อว่า "พรหมลิขิต" ก็เขียนจบ
นิยายเรื่องนี้ยากที่สุดในชีวิตเพราะ
1 รับความกดดันจากทุกผู้ทุกคนที่รู้ว่าเราคือผู้เขียนบุพเพสันนิวาส และมีโจทย์เพิ่มจากแต่เดิมที่คิดไว้คือหน้ารุ่นพ่อแม่กับรุ่นลูกจะคล้ายๆกัน เวลาเขียนก็เลยจะรู้สึกแปลกๆเพราะเห็นภาพเป็นนักแสดงในละคร ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ในการทำงานของเรา และคิดว่าคนอ่านน่าจะรู้สึกเช่นกัน มันรู้สึกยังไงก็ไม่ทราบ พ่อกับลูก แม่กับลูก
2 ความคาดหวังที่คนอื่นมีต่อเราสูงมากในขณะที่ความสามารถเราต่ำ
3 ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยมีอะไรให้เขียนถึง หลักฐานน้อยนิด ทำให้ต้องควานต้องหาตาแทบแตก เอาเกร็ดทางประวัติศาสตร์เล็กๆน้อยๆมาเล่า เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน
ช่วงเวลาที่อายุตัวละครเติบโตพอมีครอบครัวได้คือช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยเจ้าค่ะคุณแม่
4 การบาลานซ์ระหว่างตัวละครเก่าและตัวละครใหม่ แม่จ้าวแอร์ไทม์ไม่พอ
5 เมื่อตัดสินใจตีไข่ใส่สีผ่านแว่นของคนที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์อย่างพุดตานที่ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่เพราะนางมาจากนรก เรื่องราวจึงมีแต่การทำมาหากิน เวรกรรม
6 การกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความคอมเมดี้เท่ๆ...เกียมตัวหัวขาด
ทั้งหมดทั้งมวลคือเห็นใจอ.แดงที่รับช่วงต่อจากเรามาก เพราะงานยากฝุดๆ
พรหมลิขิตไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนให้ดีกว่าบุพเพสันนิวาสแม้จะอยากให้ดีกว่าเพราะคงยากมาก จนบัดนี้ยังงงตัวเองว่าบุพเพสันนิวาสนั่นเราเขียนเหรอ
แต่ตั้งใจจะเขียนให้ดีที่สุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ในมือและในสมอง
มุ่งเน้นเรื่องรักและเรื่องกรรม ตามหลักพุทธ+พราหมณ์ ไม่ใช่นิยายที่เน้นเล่าประวัติศาสตร์ ไม่มีประวัติศาสตร์เข้มข้นอย่างบุพเพสันนิวาส เน้นเล่าในเชิงการข้ามผ่านยามผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน กลวิธีการเขียนก็แตกต่าง จะไม่ละมุนเท่าบุพเพสันนิวาสจะมีความบ้านๆกว่ามาก เพราะนางเอกไม่อินกับอะไรเลยนอกจากเรื่องกิน
ต้องมาลุ้นกันล่ะค่ะว่าคนอ่านจะรู้สึกคุ้มเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ถ้าหากไม่ชอบก็ติติงมาได้เพื่อจะนำไปพัฒนาตัวเอง แต่อย่าแรงนักนะคะ ข้าพเจ้าหัวใจบอบบาง"
ขอบคุณข้อมูลจาก รอมแพง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-'พีช' ปกป้อง 'แพทริเชีย กู๊ด' ไม่ใช่คนเลว แค่ผิดที่ผิดเวลา
-'โน้ต' วอนฟัง 'แพทริเชีย' ถ้าไม่เคลียร์ ก็ไม่ไปยุ่ง
-'ครูยุ่น' ค้านขยายเวลาปิดสถานบันเทิง
-คนบันเทิงรับพระราชทานรางวัล ลูกกตัญญูกตเวทีปี 62