‘ไวน์เคียนติ’ คาซา อัล เวนโต ไวน์แดงแห่งทัสคานี
“เคียนติ” (Chianti) ไวน์แดงที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ปัจจุบันพื้นที่ผลิต “ไวน์เคียนติ” กินบริเวณเกือบ 50% ของแคว้นทัสคานี
ไวน์เคียนติ (Chianti) มีความเป็นมาเก่าแก่มากว่า 3,000 ปีแล้ว มีพัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงศตวรรษที่ 20 มีผู้ผลิต ไวน์เคียนติ หลายร้อยราย บางข้อมูลระบุว่าเกินกว่าพันรายด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ไวน์เคียนติ ที่ผลิตในพื้นที่ที่ทำกันมานมนานตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดหรือปู่ของปู่ซึ่งเรียกกันว่า คลาสสิโก โซน (Classico Zone) จึงถูกเรียกใหม่ว่า เคียนติ คลาสสิโก (Chianti Classico) เมื่อมีผู้ผลิตมากการแข่งขันก็ยิ่งสูง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่แน่ใจว่าเจ้าไหนคุณภาพดีกันแน่ ? ดังนั้นในปี 1924 กลุ่มผู้ผลิตไวน์ในคลาสสิโก โซน จึงนัดประชุมกันที่คอมมูน รัดดา อิน เคียนติ (Comune di Radda in Chianti) เมืองซิเอนา (Siena) เพื่อหาหนทางปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเอง ด้วยการจัดตั้งเป็นสมาคมชื่อ คอนซอร์ซิโอ กัลโล เนโร (Consorzio Gallo Nero) มี “ไก่ดำ” (Gallo Nero) เป็นสัญลักษณ์ของสมาคม ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “คอนซอร์ซิโอ เดล มาร์คิโอ สตอริโค เคียนติ คลาสสิโก” (Consorzio del Marchio Storico Chianti Classico) จนถึงปัจจุบัน
คาซา อัล เวนโต (Casa al Vento หรือ Borgo Casa al Vento) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ใน เคียนติ คลาสสิโก (Chianti Classico) ก่อตั้งในราวปี 1990 โดยปีโนต์ จอฟเฟรดา (Pinot Gioffreda) และฟรานเชสโก (Francesco) ลูกชายของเขา ณ หมู่บ้านบาร์บิสคิโอ (Barbischio) อยู่ห่างจากคอมมูนกายโยเล (Gaiole) ในเคียนติ (Chianti) เมืองซิเอนา (Siena) ประมาณ 2-3 ไมล์ ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 456 เมตร รายล้อมด้วยเนินเขาที่ปลูกองุ่น ต้นมะกอก และป่าไม้เขียวขจี ต่อมาปี 1992 จึงมีการจ้าง คอสโคลี สเตฟาโน (Kochcholi Stefano) นักปรุงไวน์ระดับสุดยอดของอิตาลีมาเป็นที่ปรึกษา
Borgo Casa al Vento มีพื้นที่ปลูกองุ่นออร์แกนิค 6.5 เฮกตาร์ ส่วนใหญ่ปลูก ซานโจเวเซ (Sangiovese) เก็บองุ่นด้วยมือ และกระบวนการทำไวน์ทุกอย่างทำในไวเนอรี ซึ่งภายในมีห้องอาหารและห้องพักด้วย เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้ซื้อที่ดินใหม่อีก 15 เฮกตาร์ เพื่อปลูกซานโจเวเซ (Sangiovese) และ แมร์โลต์ (Merlot) เพิ่ม ขณะที่เซลลาร์บ่มไวน์ “Barricaia” สร้างแบบชนบทและส่วนหนึ่งเจาะลงเป็นชั้นใต้ดินใต้เนินเขา พร้อมเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยในการผลิตไวน์
หลังปี 2012 เป็นต้นมา Casa al Vento ให้ความสนใจในเรื่องการผลิตไวน์แบบออร์แกนิคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ขยับขยายไปทำไวน์ใน แคว้นอาบรุซโซ (Abruzzo) ที่อยู่ไม่ไกลจาก แคว้นทัสคานี ด้วย ปัจจุบันผลิตไวน์หลายฉลาก เช่น Aria, Foho, Vincanto, T’Amo, Alliaria และ Ros’Aria และในเมืองไทยที่ผมเพิ่งได้ชิมล่าสุด นำเข้าโดย ลา เซลลา (La Cella) ซึ่งหลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่จริง ๆ เขานำเข้าไวน์มาหลายปีแล้ว และมีร้านอยู่แถว ๆ เอกมัย (โทร.09 3110 2889)
สำหรับไวน์ Casa al Vento ที่ผมได้ชิมดังต่อไปนี้ เป็นไวน์ที่เพิ่งนำเข้าสด ๆ ร้อน ๆ หลังการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ทำท่าว่าจะเป็นไปในทางที่ดี และกำลังจะเริ่มขายไวน์ได้ ปรากฏว่าระลอก 3 เข้ามา กลายเป็นงานหนักของคนขายไวน์ เนื่องจากไวน์เพิ่งนำเข้าไม่เกิน ประมาณ 1-2 เดือน ดังนั้นแคแรคเตอร์ของบางตัวอาจจะไม่ชัดเจนนัก เอาเฉพาะหลัก ๆ ก็แล้วกัน และเชื่อว่าหลังจากไวน์นิ่งสักพักจะดีกว่านี้
คาซา อัล เวนโต วาสุ วาสุ ปีโนต์ กรีโจ คอลลิเน เปสกาเรซี ไอจีที 2019 (Casa al Vento Vasu Vasu Pinot Grigio Colline Pescaresi IGT 2019) : Colline Pescaresi เป็น IGT อยู่ในแคว้นอาบรุซโซ (Abruzzo) ตอนกลางของประเทศอิตาลี ทำจากปีโนต์ กรีโจ 100% คำว่า Vasu Vasu ความหมายในภาษาอิตาเลียนแบบเซ็กซี่หน่อยก็คือ “รอยจูบ” หรือ “จุ๊บ จุ๊บ” ประมาณนั้น....สีเหลืองทองอ่อน ๆ หอมกลิ่นผลไม้ เช่น แอปเปิ้ลเขียว กูสเบอร์รี แพร์ และพีช ดอกไม้ อัลมอนด์สด เฮิร์บสด ๆ สาหร่ายทะเล ไอโอดีน แอสิดสดชื่นดีมาก จบค่อนข้างยาวด้วยผลไม้ ดอกไม้ และเฮิร์บสด......18/20 คะแนน
คาซา อัล เวนโต โรซาเรีย ทอสคานา โรซาโต ไอจีที 2019 (Casa al Vento Rosa’ria Toscana Rosato IGT 2019) : โรเซ่ จากแคว้นทัสคานี ที่ทำจาก ซานโจเวเซ (Sangiovese) 100% เป็นโรเซ่ที่สีเข้มกว่าโรเซ่ทั่ว ๆ ไป หอมกลิ่นผลไม้ เช่น เชอร์รี ทับทิม สตรอว์เบอร์รี ดอกกุหลาบ เฮิร์บ แทนนินกรุ่น ๆ แอสิดสดชื่นกำลังพอดี จบปานกลางด้วยผลไม้ กุหลาบ และแทนนินนิด ๆ เป็นโรเซ่ที่ดูสีอาจจะน่ากลัว แต่รสชาติน่ารัก ดื่มง่าย ๆ สบาย ๆ เหมาะอย่างยิ่งกับอาหารไทย จากสภาพอากาศในบ้านเราควรแช่ประมาณ 9-10 องศาเซลเซียส....18/20 คะแนน
คาซา อัล เวนโต วาสุ วาสุ มอนเตปุลชาโน ดาบรุซโซ ดีโอซี 2019 (Casa al Vento Vasu Vasu Montepulciano D’Abruzzo DOC 2019) : Montepulciano d’Abruzzo เป็น DOC ที่ได้รับเมื่อปี 1968 นี่เอง ขณะที่ องุ่น Montepulciano นั้นปลูกมากเป็นอันดับ 2 ในอิตาลีรองจากซานโจเวเซ ที่สำคัญมอนเตปุลชาโน (Montepulciano) นั้นเป็นองุ่นแดงประจำ แคว้นอาบรุซโซ
สีแดงออกทับทิม หอมกลิ่นผลไม้ เช่น พลัม เชอร์รี แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี ดอกไม้ ใบออริกาโน เฮิร์บสด ช็อกโกแลต กาแฟคั่ว โอ๊คบาง ๆ เปลือกหอยที่ทับถมกันมานาน ๆ ไอโอดีนกรุ่น ๆ แอสิดสดชื่น แทนนินยังแน่น จบยาวด้วยผลไม้ เฮิร์บ และโอ๊ค สามารถดื่มได้ในเวลานี้ แต่อาจจะยังไม่เปิดตัว ถ้ารอได้อีกสัก 2-3 ปีจะอร่อยกว่านี้ ....18/20 คะแนน
คาซา อัล เวนโต อาเรีย เคียนติ กลาสสิโก ดีโอซีจี เวนเดมเมีย 2017 (Casa al Vento ARIA Chianti Classico DOCG Vendemmia 2017) : ไวน์ออร์แกนิค (Organic) ที่ทำจากซานโจเวเซ (Sangiovese)100% บ่มโอ๊คฝรั่งเศส 12 เดือน และบ่มในขวดอีก 6 เดือน ...สีแดงเข้มสดใส หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี ราสพ์เบอร์รี บลูเบอร์รี และพลัม ดอกไวโอเลต โอ๊คหอมกรุ่น มิเนอรัล หนังสัตว์ มินต์ ซีดาร์ วานิลลา สไปซีเฮิร์บ ชะเอมเทศ แอสิดสดชื่น แทนนินนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้สุก โอ๊ค และสไปซีเฮิร์บ สามารถดื่มได้ ณ เวลานี้ ....19/20 คะแนน
คาซา อัล เวนโต โฟโอ เคียนติ คลาสสิโก ดีโอซีจี รีแซร์วา 2016 (Casa al Vento Foho Chianti Classico DOCG Riserva 2016) : ทำจากซานโจเวเซ (Sangiovese) 100% บ่มในถังโอ๊ค 18 เดือน และบ่มในขวดอีก 6 เดือน และเป็นออร์แกนิคไวน์...สีแดงเข้มสดใส หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี เชอร์รี และพรุน ดอกไวโอเลต สไปซี เฮิร์บ เปปเปอร์ ชะเอมเทศ อบเชย วานิลลา โอ๊คหอมกรุ่น ควันไฟ ผงโกโก้ แอสิดสดชื่น แทนนินนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้สุก เฮิร์บ และดอกไวโอเลต กำลังเริ่มจะสุกพร้อมดื่ม อีกสัก 2 ปีจะอร่อยกว่านี้.....18.5/20 คะแนน
นั่นคือส่วนหนึ่งไวน์ Casa al Vento ซึ่งเมื่อชิมรสชาติแล้ว ถามคนขายว่าขายได้อย่างไรราคานี้ ? มันต้องแพงกว่านี้ ..คนขายบอกว่า..”เอาแค่พออยู่ได้ ยุคสมัยนี้เห็นใจคนดื่มเหมือนกัน....!!”