“แซ่บ” มาแล้ว 10 ปี ที่ร้าน “ส้มตำเด้อ" ศาลาแดง

“แซ่บ” มาแล้ว 10 ปี ร้าน “ส้มตำเด้อ” ปรับโฉม “ซิ่ง” ยิ่งขึ้น บรรยากาศสีสันสดใส เพลงเพราะ ที่สำคัญ “ส้มตำ” รสเด็ด ขนเมนูใหม่ม้วนชื่นรับปี 2566 หมูหวานชวนชิม กดไลค์ให้ “ตำซั่วข้าวปุ้นแครงนา” กับ “คอหมูทอด” และ “ก้อยคั่วเสืออีสานเนื้อวากิว” และอีกหลายเมนู อร่อย
เปิดตัวอาหารแนว รสแซ่บ มานาน 10 ปี ถึงเวลาร้าน ส้มตำเด้อ ต้องปรับโฉมใหม่ให้ “แซ่บ” และ “ซิ่ง” ยิ่งขึ้น กับคอนเซ็ปต์ "รถบรรทุก"
Metro Isan หรือคอนเทมโพรารีอีสานร่วมสมัย มีความสนุก แคชชัวร์ น่าค้นหา ศรัณย์ เย็นปัญญา นักออกแบบ
ต้องการตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ชอบถ่ายภาพ และสื่อถึงความเป็นอีสานแบบทันสมัย
เนื่องจาก คนอีสานจากบ้านไปทำงานหลากหลายอาชีพ หนึ่งในนั้นคือขับรถบรรทุก ไม่ได้กลับบ้านหลายเดือน คิดถึงบ้าน
จึงวาดภาพลงบนรถแทนความคิดถึง ศิลปะบนรถบรรทุกถูกถอดแบบมาใส่ไว้ในร้าน ส้มตำ สุดเก๋แห่งนี้ โดยนำไฟรถบรรทุกมาทำเป็นโคมไฟระย้า
แถมมีกระติ๊บจากหนองคาย มาขายเป็นของที่ระลึกอีกด้วย อีกทั้งมอบหมายให้ DJ Bomber Selecta สร้างเพลย์ลิสต์พิเศษ
Remix เพลง ที่มีความเป็นท้องถิ่นแบบไทยๆ ของเพลงลูกทุ่งและหมอลำ สำหรับร้าน ส้มตำเด้อ โดยเฉพาะฟังแล้วเพลิดเพลินจริงๆ
ในเรื่องความ แซ่บ และ “ซิ่ง” นั้น คุณ ธัช - ธัชชัย นาคพันธุ์ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง สุพรรณิการ์ กรุ๊ป เล่าให้ หมูหวานชวนชิม ฟังว่า
ร้าน ส้มตำเด้อ เปิดสาขาแรกก็คือ ศาลาแดง แห่งนี้ เมื่อปี 2012 หลังจากนั้นไปเปิดแฟรนไชส์ ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 2 สาขา และที่ไต้หวัน และญี่ปุ่น อีก 2 สาขา
“รวมทั้งหมดมี 5 สาขาที่ต่างประเทศ และเมืองไทยสาขาศาลาแดงที่เดียว เราปรับปรุงใหม่เพราะว่าครบ 10 ปี ส้มตำเด้อ พอดี ใกล้เคียงกับ 10 ปี
สุพรรณิการ์ กรุ๊ป ด้วย ความจริงส้มตำเด้อ เกิดก่อนสุพรรณิการ์ไม่กี่เดือน ก็เลยคิดว่าทำอะไรใหม่ๆเลยดีกว่า เราทำครัวใหม่ ซื้ออุปกรณ์ครัวใหม่
เพื่อออกอาหารได้หลากหลายมากขึ้น มีทั้งต้ม ผัด แกง ทอด สมัยก่อนไม่มีอาหารผัด เพราะเราไม่มีเตาและกระทะ Wok
บางทีคนไม่กินเผ็ด ไม่กิน ส้มตำ มาร้านนี้เค้าไม่มีอะไรกิน เราต้องการให้ทุกคนมาได้ ก็จะมีอาหารจานเดียว ที่ไม่ค่อยเผ็ด
และเราปรับปรุงเตาย่างดีขึ้นเป็นเตาถ่านที่ไฟแรงขึ้น เวลาย่างคอหมู ย่างเนื้อออกมาก็จะหอมมาก”
เนื่องจาก ส้มตำเด้อ มีครัวใหม่ อุปกรณ์ใหม่ เตาย่างใหม่ไฟแรงกว่าเดิม จึงเพิ่มเมนู อร่อย ๆ อาทิ เช่น หมูตกครก เมนูเนื้อก็มี
เสืออีสานวากิวย่าง เป็นเนื้อบริสเก็ต (เสือร้องไห้) เนื้อส่วนหน้าอกของวัว จะมีความนุ่ม และมีไขมันแทรกเวลาย่างไฟเตาถ่านกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมากๆ
“จิ้มกับแจ่วขมเข้ากันได้ดีมากๆ แจ่วขมจะเป็นน้ำจิ้มแจ่วผสมดี เนื้อวัวเราใช้ เนื้อจัสมินวากิว จากขอนแก่น จะอร่อยกว่าเสือร้องไห้ทั่วไป
ส้มตำ เราก็ปรับให้มีความหลากหลายมากขึ้น แบ่งชัดเจนเลยว่า ส้มตำไทย ส้มตำลาว ส้มตำหมูตกครก ส้มตำปลาทู ตำข้าวโพด
ตำมะม่วง เผื่อว่าสาวๆออฟฟิศอยากทานเมนูที่ไดเอทหน่อย ตำลาวจะมีความวาไรตีเยอะขึ้น เช่นตำใส่มาม่า หมูทอด เราพยายามหาเครื่องมาใส่ให้หลากหลายมากขึ้น”
อาหารอีสาน รสแซ่บ ของ หมูหวานชวนชิม วันนี้ก็คือ ตำซั่วข้าวปุ้นแครงนา ตำซั่วก็คือส้มตำใส่ขนมจีน แล้วมีหอยแครง และหอยนา
หรือหอยเชอรี่ มีความกรึบๆหนึบๆเคี้ยวแล้วรู้สึกเหมือนปลาหมึก หากใครชอบหอยแครง มีเมนู ตำหอยแครงใส่กะปิมะม่วงเปรี้ยว
สายแข็งชอบกินของดิบ มี "ตำกุ้งสด" ด้วยนะจ๊ะ
ก้อยเนื้อวากิว เป็นอีกเมนูแนะนำ ใช้เนื้อส่วนบริสเก็ต (เสือร้องไห้) นำมาสไลซ์บางๆ เรียกว่า ก้อยคั่วเสืออีสานวากิว
เป็นการนำเนื้อวากิวมาคั่วกับเลือด และพืชผักสมุนไพร อีกเมนู อร่อย ก็คือ ก้อยคั่วขม ใช้เนื้อส่วนบริสเก็ต นำมาสับแล้วใส่ดีลงไปด้วย
ทั้งนี้ใครจะสั่งแบบเนื้อสับ หรือเนื้อสไลซ์ ใส่ดีหรือไม่ใส่ก็สั่งได้ เป็นสองเมนูขายดีที่มี รสแซ่บ และ “หอม”
ใครชอบหอยแครงดองน้ำปลา กุ้งดองน้ำปลา ร้านนี้มีบริการเด้อ เมนูฮอตฮิตของร้าน ส้มตำเด้อ ก็ยังคงไว้เช่น สะโพกไก่ทอดเด้อ
เนื้อร้องไห้ หมูร้องไห้ ก็ยังมีให้สั่ง เมนูต้มวันนี้ขอแนะนำ อ่อมเนื้อลายสะดุ้ง ส่วนอาหารจานเดียวเมนูใหม่ก็คือ ผัดมาม่าล้างตู้เย็น
อาหารจานเดียวยังมี ผัดขนมจีน ผัดเส้นหมี่ ข้าวผัดปลาทูแจ่วบอง ใครจะสั่ง ข้าวผัดกะเพราไข่เจียว ก็มีนะจ๊ะ
ส่วนขนมหวาน ขอแนะนำ สาคูต้นมะพร้าวอ่อน เป็นเม็ดสาคูต้นสั่งมาจากพัทลุง ปรุงวันต่อวัน หมูหวานชวนชิม ชอบเมนู เฉาก๊วยปั่น
กับ จั้มบ๊ะ มาก เครื่องดื่มแนะนำก็คือ เหล้าถังปั่น เอาใจสายปาตี้ เมนูขายดีก็คือ ปีโป้บีทาเก้น
ย่านสีลม-สาทร ก็ได้นะคะ
ให้ทุกคนได้อิ่มหนำกับอาหารอีสาน รสแซ่บ และสำราญกับบรรยากาศสุด “ซิ่ง” ได้นานยิ่งขึ้น พร้อมกับแฮชแท็กสุดมันส์อย่าง #keepin it real, keepin it somtum
เครื่องดื่ม ที่มีส้มจี๊ด เป็นตัวประกอบ เปรี้ยวๆหอมๆหวานๆ
บรรยากาศภายในร้าน "ส้มตำเด้อ" ภายใต้คอนเซ็ปต์รถบรรทุก