ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ตามรอยนักโบราณคดีชมทุ่งไหหินที่เชียงขวาง และแหล่งตัดหินที่ภูเก็ง กับหลายคำถามที่ยังคงปริศนา ไหหินพวกนี้ถูกใช้งานอย่างไรแน่? เป็นโลงบรรจุศพ หรือเป็นเครื่องหมายของพื้นที่สุสาน หรือแม้กระทั่งใช้บรรจุซากศพชั่วคราวก่อนการฝังศพครั้งที่สอง? แล้วใครเป็นผู้สร้างไหหินเหล่านี้กันแน่?

กว่าสิบชั่วโมงบนรถตู้จากหลวงพระบางไปเชียงขวาง ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวตามสันเขาและหลุมบ่อเกือบตลอดทาง คนขับรถตู้ชาวเชียงขวางถึงกับออกปากว่า “หลังโควิดเป็นต้นมา ทางที่เคยขับเจ็ดชั่วโมง กลายเป็นสิบชั่วโมง ประเทศลาวพัฒนาลงจริง ๆ” เขาเปรยพร้อมรอยยิ้ม ขณะเร่งเสียงเพลงวิทยุของนักร้องชาวไทยให้ผู้โดยสารทั้งลาว ไทยและฝรั่งได้ยินถนัดโดยไม่ถามความเห็นใคร

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

บรรยากาศแหล่งโบราณคดีทุ่งไหหิน 2 บนยอดเนิน ก่อนเข้าพลบ

การเยี่ยมยาม สปป.ลาว รอบนี้ เราตั้งใจมาชมทุ่งไหหินแหล่งที่ 3 และแหล่งตัดหินที่ภูเก็งเป็นพิเศษ โดยมีนักโบราณคดีอาวุโสรับหน้าที่ขี่รถจักร ( มอเตอร์ไซค์ ) ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้สาววัยเกินกึ่งศตวรรษซ้อนท้าย จากหอพิพิธภัณฑ์เชียงขวาง เลาะถนนเลียบทุ่งนา พาหลงเข้าป่าละเมาะ กว่าจะไปถึงแหล่งโบราณคดีทุ่งไหหิน 1 ได้เป็นที่แรก

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

​ข้อมูลจากนิทรรศการภายในหอพิพิธภัณฑ์ อธิบายภาพรวมของทุ่งไหหินบนที่ราบสูงเชียงขวางว่า เริ่มต้นจากนักสำรวจชาวอังกฤษ ชื่อ เจมส์ แมคคาร์ธี ค้นพบทุ่งไหหินครั้งแรก ปี ค.ศ. 1881 / พ.ศ. 2424 เขาบันทึกเหตุการณ์แรกพบ ดังนี้

​“...จากระยะไกลพวกเราเห็นวัตถุมากมายน่าพิศวง ดูเหมือนที่พักแรม ครั้นมองผ่านกล้องส่องทางไกลมันดูคล้ายสถานที่เลี้ยงสัตว์ แต่พอเข้าไปใกล้เราพบว่าพวกมันเป็นหมู่หิน เราเร่งไปที่หมู่หินเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ ช่างน่าอัศจรรย์ใจนักเพราะนี่คือไหหินขนาดมหึมา!...”

นักวิจัยหลายคนเห็นพ้องว่า ไหหินที่เชียงขวางสัมพันธ์กับพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย แต่พวกเขายังไม่รู้ชัดว่า ไหหินพวกนี้ถูกใช้งานอย่างไรแน่ อาจเป็นโลงบรรจุศพ หรือเป็นเครื่องหมายของพื้นที่สุสาน หรือแม้กระทั่งใช้บรรจุซากศพชั่วคราวก่อนการฝังศพครั้งที่สอง? ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้างไหหินเหล่านี้? นักวิจัยทั้งหลายยังมีความหวังว่าการศึกษาในอนาคตน่าจะให้คำตอบได้

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

เดินลัดเลาะตามคันนาริมห้วย ขึ้นเนินขนาดย่อมไปแหล่งโบราณคดีทุ่งไหหิน 3

​การสำรวจพบแหล่งหินทำมือประมาณ 100 แหล่งในลาว อายุในช่วง 1,500-2,000 ปี มาแล้ว ถูกสร้างและใช้งานโดยมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ยุคเหล็ก ต่อเนื่องมาถึงสมัยประวัติศาสตร์ โดยที่ทุ่งไหหินจำนวน 11 แห่ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2019 / พ.ศ. 2562 นับจำนวนไหหินมากถึง 1,325 ใบ รวมแผ่นหินทรงแบนกลม และโบราณวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ภูเก็ง เป็นแหล่งตัดหินแห่งใหญ่ที่ขนย้ายไปทำไหหิน

ทุกวันนี้ ทางการลาวโดยกรมมรดกโลกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงแหล่งที่ 1 2 3 และแหล่งตัดหินภูเก็ง นอกนั้นไม่เปิดให้เข้าชมเพราะอาจเสี่ยงกับซากลูกระเบิดตกค้างสมัยสงครามเวียดนามที่ยังเก็บกู้ไม่หมด

​เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีไทยวัย 68 ปี ขี่รถจักรจากโพนสะหวัน ออกนอกเมืองไปยังบ้านนาเปีย ถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์กำมุในแขวงเชียงขวาง เมื่อไปถึงเขตทางเข้า เราต้องเดินเท้าลัดเลาะไปบนคันนา ผ่านธารน้ำสายเล็ก ๆ จากยอดภู และทุ่งดอกไม้ป่าแสนงาม

พ้นจากนาข้าว พวกเราต้องเดาเส้นทางว่าควรไปทิศทางใดต่อเพราะไม่มีป้ายบอกทาง สัญชาตญาณนักสำรวจของนักโบราณคดีนำเราดุ่มเดินไปตามลาดเนินที่ค่อย ๆ สูงขึ้น...สูงขึ้น จนต้องหยุดพัก แสร้งชมทิวทัศน์เทือกเขาสุดสายตา

ในที่สุด พวกเราก็มาถึงรั้วทางเข้าทุ่งไหหินแหล่งที่ 3 ความรู้สึกแรกคือ วังเวง!

​ตามตำนานเล่ากันมาว่าไหหินเหล่านี้เป็นไหเหล้าของท้าวเจือง น่าเสียดายที่ชะโงกมองภายในไหแต่ละใบพบแต่วัชพืช

แหล่งนี้มีไหหินทั้งหมด 158 ใบ เป็นหินทรายล้วน พบแผ่นหินทรงแบนกลมจำนวน 33 ชิ้น

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ช่างแกะหินโบราณทำรอยหยักขอบปากไห ที่ทุ่งไหหิน 3

ครั้นเดินทางต่อไปยังแหล่งทุ่งไหหิน 2 ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเนิน พวกเรามองลงมายังหมู่บ้านในหุบเบื้องล่าง แล้วเฝ้ามองแสงสุดท้ายของวันอาบกลุ่มไหหินเห็นเป็นสีส้มอมทองมลังเมลือง

ชั่วนาทีนั้น พวกเราตระหนักได้ว่าสถานที่แห่งนี้ช่างสงบวิเวก สมเป็นสถานที่แห่งความตายเสียจริง

น่าเสียดายที่แหล่งอารยธรรมของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ถูกทำลายจากภัยสงคราม พวกเราสัมผัสความคับแค้นของชาวเชียงขวางแปลงผ่านข้อมูลจัดแสดงในห้องนิทรรศการที่ทุ่งไหหิน 1 ดังใจความนี้

...ชาวลาวเชียงขวางเป็นทุกข์จากเศษซากสงครามที่ตกสำรวจ ทั้งลูกระเบิดขนาดใหญ่ กระสุน ปลอกกระสุน ระเบิดมือ ทุ่นระเบิด เชียงขวางเป็นแขวงอันดับสองที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุด ซากระเบิดเหล่านี้นำไปสู่วังวนของความแร้นแค้น ตลอด 9 ปี นับแต่ ค.ศ. 1964-1973 / พ.ศ. 2507-2516 เชียงขวางถูกทิ้งระเบิดปูพรมทุก 8 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง ชาวลาวเป็นเหยื่อระเบิดมากกว่า 50,000 คน และมีคนเสียชีวิตเกิน 20,000 คน...

​ร่องรอยประวัติศาสตร์บาดแผลยังปรากฏให้เห็นตามบ้านเรือนและร้านค้าหลายแห่ง ชาวบ้านหลายคนนำซากระเบิดมาเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน บ้างนำมาตกแต่งร้านอาหาร

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

อายุของแหล่งทุ่งไหหิน 2 ใหม่กว่าแหล่งที่ 1 และแหล่งที่ 3
มีการแกะสลักหินซับซ้อนกว่า

​ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับทหารรับจ้างชาวไทยที่ถูกสหรัฐอเมริกาส่งมาร่วมรบใน ‘สงครามลับ’ ที่เชียงขวาง คนท้องถิ่นไม่เผยนามเล่าว่า ทหารรับจ้างชาวไทยเสียชีวิตที่นี่ราว 2,700 คน

​ปริศนาเกี่ยวกับสงครามลับดูห่างไกลจากวิถีชาวพุทธของชาวพวนแห่งเชียงขวาง หรือแท้จริงแล้วพวกเขาเก็บงำความเศร้าเข้ากับเรื่องบุญกรรม เพื่อสร้างความหมายสำหรับการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน?

นางบุดสะดี พันทะบอลิวัด วัย 65 ปี ชาวพวนเมืองโพนสะหวัน ยิ้มเต็มแก้มเมื่อเราถามถึงอาหารประจำถิ่นอย่าง ‘แอ่นตุ๊ง’ หญิงผู้แทนตัวเองว่าแม่เฒ่าเล่าว่า แอ่นคือนกนางแอ่น ตุ๊งแปลว่าเหม็น ชาวพวนจะนำนกแอ่นหมักเกลือเก็บไว้เป็นปี ก่อนจะนำมาปรุงอาหาร

​“เดือนเก้าของลาวจะมีงานบุญข้าวประดับดิน พวกเราทำบุญให้บรรพบุรุษ จะต้องมีอาหารพื้นบ้าน ได้แก่ แอ่นตุ๊งและตัวต่อนึ่ง เราจะทอดตัวต่อในบั้งไม้ไผ่ประมาณ 2-3 วันแล้วถึงใส่เกลือ กินกับข้าวเหนียว กลิ่นจะแรง บางคนว่าเหม็นแต่พวกเรากินกันแบบนี้ สมัยก่อนผู้เฒ่าไม่มีตู้เย็น ต้องใช้เกลือหมักรักษาอาหาร”

​เกลือเป็นสินค้าที่ชาวเชียงขวางรับซื้อจากพ่อค้าเวียดนามและเวียงจันทน์

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ภูมิทัศน์ของแหล่งโบราณคดีทุ่งไหหิน 1 อายุเก่าสุด
เดินทางไปถึงแหล่งสะดวกสุด

“สมัยก่อนขบวนสินค้าจะใช้เกวียน วัว ควาย ม้า บรรทุกสินค้าพาดใส่หลังสัตว์ แล้วย่าง (เดิน) กันเป็นเดือนกว่าจะถึงจุดหมาย นี่ถ้าใครมาเชียงขวางแล้วไม่ได้กินแอ่นตุ๊งถือว่ามาไม่ถึงนะ บ้านไหนยกแอ่นตุ๊งเสิร์ฟแขกแสดงว่าฮักแพง” แม่บุดสะดีกล่าวทิ้งท้าย

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

ชาวเชียงขวางนำซากลูกระเบิดสมัยสงครามเวียดนาม
มาดัดแปลงเป็นเตาผิงและเครื่องใช้อื่น ๆ

ประวัติศาสตร์บอกเล่าจากคนท้องถิ่นช่วยยืนยันข้อมูลวิชาการในแง่ภูมินิเวศ ที่ราบสูงเชียงขวางมีสถานะประหนึ่ง ‘หัวใจของเส้นทางการค้าในภูมิภาค’ มาแต่โบราณ มีเส้นทางเครือข่ายโยงใยหลายสายโดยเฉพาะจากตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่อไปถึงเวียดนาม

ร่องรอยอารยธรรมเหล่านี้นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพชนบน ‘ที่ราบซอกเขา’ โดยเฉพาะทุ่งไหหินแห่งเชียงขวางยังมีชุดคำถามอีกมาก รอคอยการสืบค้นจากคนรุ่นต่อ ๆ ไป

ตามนักโบราณคดีไทยไปเบิ่ง ‘ทุ่งไหหิน’

แอ่นตุ๊ง...นกนางแอ่นหมักเกลือ
อาหารพื้นถิ่นตำรับชาวพวนเชียงขวาง