ทางการ! บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้รับเลือกเป็นประธานโอลิมปิกไทย

ประกาศทางการ! บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้รับเลือกเป็นประธานโอลิมปิกไทย เปิดใจหลังได้รับตำแหน่ง เดินหน้าทำงานเชิงรุก ย้ำไม่มีรอยร้าววงการกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
อัปเดตประกาศทางการ! บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้รับเลือกเป็นประธานโอลิมปิกไทย พร้อมเปิดใจหลังได้รับตำแหน่ง เดินหน้าทำงานเชิงรุก ช่วยเหลือสมาคมต่างๆ ย้ำไม่มีรอยร้าววงการกีฬา เพราะเราคนกีฬา "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย"
ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน ประธานการเลือกตั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 มีการแถลงสรุปในที่ประชุมว่า
การเลือกตั้งวันนี้ผ่านไปด้วยดี มีการเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ 23 คน ที่เป็นไปอย่างราบรื่น
ตนเองไม่รู้ว่ามีการ walk out ของฝั่งคุณสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นึกว่าไปเข้าห้องน้ำ เพราะที่ประชุมไม่ได้มีความขัดแย้ง หรือเขาอาจจะผิดหวังก็ไม่ทราบได้
ส่วนคำถามที่ได้ใช้ตัวแทนนักกีฬาโอลิมปิกอย่าง เทวินทร์ หาญปราบ นักกีฬาเทควันโด และ ธันยพร พฤกษากร นักกีฬายิงปืน หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ใช้แต่ ใช้คนเดิมคือ "ชนาธิป ซ้อนขำ" ตามคำแนะนำของคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ในฐานะผู้แทนของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC)
อาจารย์ เจริญ ยังย้ำว่าทุกอย่างต้องโปร่งใส ตามธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
ส่วน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ในฐานะตัวแทนสมาชิก IOC ของประเทศไทยขอแสดงความยินดีกับ บิ๊กเอ ที่ได้เสียงโหวตข้างมากในที่ประชุม เท่าที่มองอยู่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกต้องครบถ้วน ส่วนเรื่องการวอล์กเอาท์จะโมฆะหรือไม่ เพราะมี 6 สมาคมออกไป ไม่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน
บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เปิดใจว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกท่านที่เลือกมาเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ตลอดเวลา 6-7 เดือนพวกเราพยายามพูดคุยกับหลายสมาคมว่าจะขับเคลื่อนองค์กรนี้อย่างไร ให้ประสบผลสำเร็จ
จากนี้ไปจะทำงานอย่างเชิงรุก ช่วยเหลือสมาคมต่างๆ เท่าที่จะทำได้ ว่าเราจะส่งเสริมอะไรได้บ้าง รวมถึงเงินรางวัลซีเกมส์ สวัสดิการเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ปัญหาเงินฝืดเพราะปัญหาด้านเอกสาร จะต้องแก้ไข
ที่สื่อถามว่าจะมีรอยร้าวเกิดขึ้นในวงการกีฬาหรือไม่ ตนบอกตรงนี้ว่าไม่มีรอยร้าวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราคนกีฬาทั้งนั้นรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
เปิดประวัติ พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิกคนล่าสุด
นายพิมล ศรีวิกรม์ เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2507 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของนายเฉลิมพันธ์ และคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์
ด้านการศึกษา
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Pennsylvania สหรัฐอเมริกา
- จบการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจจาก University of California at Los Angeles (UCLA) สหรัฐอเมริกา
ด้านการทำงาน
- เป็นอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงสิ่งทอและพรมในรถยนต์
- เป็นกรรมการโรงเรียนศรีวิกรม์
- นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย
- รองประธานสหพันธ์เทควันโดโลก
ด้านการเมือง
- เข้าสู่วงการการเมืองครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 18
- เคยดำรงตำแหน่งรองโฆษกพรรคไทยรักไทย และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
- หลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้เว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
- ต่อมาได้เข้าไปช่วย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก่อตั้งกลุ่มธรรมาธิปไตย และเข้าร่วมกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในการก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
- ในปี พ.ศ. 2555 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬาของพรรค
- เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งนายพิมลเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านกีฬา โดยมีบทบาทในการผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ด้านกีฬาของประเทศไทยให้กลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาค