ด่วน! อัปเดตจับ 'พันเอกหญิง' พร้อม 'แพทย์หญิง' คดีดังเสียหาย 80 ล้าน

อัปเดตล่าสุด ด่วนเช้านี้บุกจับข้าราชการ 'พันเอกหญิง' พร้อม 'แพทย์หญิง' คดีโรงพยาบาลดัง เสียหาย 80 ล้าน
กรณีข้าราชการโกง พันเอกหญิง พร้อม แพทย์หญิง ตัวการสำคัญของเครือข่ายทุจริตยา โรงพยาบาลทหารผ่านศึก
อัปเดตล่าสุด เมื่อเวลา 06.00 น.
- พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย
- พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.,
- พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปปป.
นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 18 จุดในพื้นที่
- กรุงเทพมหานคร
- ลพบุรี
- ปราจีนบุรี
- ชลบุรี
เข้าจับกุมผู้ต้องหาขบวนการทุจริตเบิกจ่ายยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ก่อนนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอกโดยเป้าหมายสำคัญ
จุดแรก ย่านเกียกกาย เป็น บ้านพักพันเอกหญิง ข้าราชการบำนาญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหา
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157
- เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์
- เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร อันเป็นเท็จ
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
เนื่องจากพบพยานหลักฐานว่าพันเอกหญิงรายนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว เนื่องจากเป็นหัวหน้าขบวนการ ทำหน้าที่ จัดหาเครือข่ายบุคคลจากจังหวัดลพบุรี เข้ามารับยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
และนำยาทั้งหมดที่ได้ให้กับแม่ทีมเครือข่ายเพื่อแลกกับค่าจ้างร้อยละ 10 ของค่ายา ซึ่งแม่ทีมเครือข่ายจะได้ค่าจ้างรายหัวอีกรายละ 1,500 บาท
จุดที่สอง อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญอีก คือ บ้านพักแพทย์หญิง ผู้ชำนาญการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ย่านลาดพร้าว 71 หลังเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า แพทย์หญิงเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการ
เนื่องจากเป็นคนทำหน้าที่สั่งจ่ายยา การวินิจฉัยโรคให้เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริงให้กับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ป่วยที่เข้ามารับยาในขบวนการนี้
การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้พลเอกเดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ดำเนินการคดีกับขบวนการทุจริตยาของโรงพยาบาลทหารผ่านศึกเพื่อนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก หลังพบว่ามีการทุจริตมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน
โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ มีพันเอกหญิง เป็นหัวหน้าขบวนการ วางแผนตระเตรียมให้แม่ข่ายจัดหาบุคคลมาพบแพทย์ ทำทีตรวจรักษากับแพทย์หญิงบรินดา เพื่อที่แพทย์หญิงจะได้สั่งจ่ายยาให้กับผู้นั้น และ สั่งจ่ายยาที่เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริง ก่อนจะรวบรวมยาทั้งหมดแล้วนำไปขายตามคลีนิค หรือ ร้านยาต่าง ๆ แล้ว นำเงินที่ได้มาแบ่งกัน
ทั้งนี้จากการจรวจสอบเส้นทางการเงินของ พันเอกหญิง พบว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2561-2568 มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีรวมกว่า 40 ล้านบาท
ขณะที่ความเสียหายจากการทุจริตดังกล่าวขณะนี้มีการประเมิน ความเสียหายไว้อยู่ที่ 80 ล้านบาท โดยประมาณ
อย่างไรก็ตามจากปฏิบัติการดังกล่าว ล่าสุดมีรายงานว่า สามารถจับกุมตัว พันเอกหญิง และ แพทย์หญิง ได้เป็นที่เรียบร้อย อยู่ระหว่างคุมตัวไปสอบปากคำยัง บก.ปปป.
อ้างอิง ตำรวจสอบสวนกลาง