ชงถอดประธานกรรมการ ป.ป.ช. ‘พรรคส้ม’ รุกกลับ แก้เกม 44 สส.

ชงถอดประธานกรรมการ ป.ป.ช. ‘พรรคส้ม’ รุกกลับ แก้เกม 44 สส.

นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ ปชน.จำเป็นต้องดึงปม “คลิปฉาว” ออกมาสู่สายตาสาธารณะ หวังให้ประชาชนเป็น “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก” อีกครั้ง

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชน กำลังร้อนรุ่ม หลังโดน ป.ป.ช.แจ้งข้อหา 44 สส

พรรคประชาชนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” พลันที่ถูกคณะไต่สวน โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาแก่ อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ จากกรณีร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน สส.ปชน. มีจำนวนลดน้อยถอยลงอย่างมาก หากเทียบกับเมื่อราวเกือบ 2 ปีก่อนที่ได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง 2566 มีผู้แทนฯมากที่สุดในสภาถึง 151 เสียง แต่ปัจจุบันลดเหลือราว 143 ที่นั่งเท่านั้น ทั้งจาก สส.เขต ลาออก สส.เขต บางคนถูกขับออกจากพรรค และล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย “ยุบก้าวไกล” ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ในจำนวนนั้นมี สส.โดนด้วย 8 คน เป็นต้น

ขณะที่อดีต 44 สส.ก้าวไกล ปัจจุบันยังหลงเหลือเป็น สส.ปชน.อีกอย่างน้อย 25 คน หากบรรดา สส.เหล่านี้ “ถูกสอย” โดยองค์กรอิสระอีก อาจทำให้ สส.สีส้ม เหลือในสภาฯเพียงแค่ 118 คนเท่านั้น ตกมาเป็นอันดับ 2 ในสภาฯทันที 

ที่สำคัญกว่านั้นใน 25 สส.ปชน.ดังกล่าว มี “ระดับนำ” ในพรรค “รุ่น 2-3” ไม่ว่าจะเป็น “เท้งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. “ไหมศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค คุมนโยบายด้านเศรษฐกิจ “รังสิมันต์ โรม-วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” หัวหอกทะลวงฟันของพรรค “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” ประธานวิปฝ่ายค้านในปัจจุบัน เป็นต้น จะต้องพ้นเก้าอี้ และถูกแบนทางการเมืองด้วย

นั่นจึงทำให้ช่วงที่ผ่านมา “พรรคส้ม” พยายามผลักดันแกนนำรุ่น 4 ขึ้นมาประคับประคอง และเป็น “อะไหล่” ต่อยอดนำพรรคในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายต่างประเทศ “ลิซ่า” ภคมนต์ หนุนอนันต์ อดีตสื่อ อดีตฝ่ายประชาสัมพันธ์พรรค รอมฎอน ปันจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น

ประเด็นที่น่าสนใจ ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน ภาพแตกร้าวทางการเมืองระหว่าง “บิ๊กเนมระดับสูง” ที่ดำเนินมาหลายปี ดันมาเข้าทาง “พรรคส้ม” เสียได้ 

นั่นคือกรณีปรากฏคลิปวีดีโอ “สุชาติ ตระกูลเกษมสุข” ที่เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯเป็นประธานกรรมการ ป.ป.ช.ป้ายแดง ไปพบ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานรัฐสภา ที่บ้านพักส่วนตัวของ “วันนอร์” ตั้งแต่ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา

โดยมีการถกเถียงกันว่า คนพาไปพบคือใคร และใครเป็นคน “ปล่อยคลิป” นี้ให้สื่อ ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว

ไม่ว่าเรื่องราวที่หารือกันระหว่าง “วันนอร์” กับ “สุชาติ” จะเป็นอย่างไร และ “มือมืด” ที่ปล่อยคลิปดังกล่าวเป็นใคร หวังผลในเรื่องใดก็ตาม แต่เรื่องนี้ดันมา “เข้าทาง” พรรคส้มที่กำลัง “เพลี่ยงพล้ำ” ทางการเมืองพอดิบพอดี เพราะถัดจาก “สุชาติ” เป็นประธาน ป.ป.ช.ไม่นาน สัปดาห์ต่อมาคดี 44 สส.ก้าวไกล ก็ถูก “แจ้งข้อกล่าวหา” ทำให้ “บิ๊กเนมสีส้ม” จำเป็นต้องฉวยโอกาสเรื่อง “คลิปฉาว” ข้างต้น มาเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาหลัก ระหว่างประชุม สส.พรรค เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ทันที

แม้ในทางหลักการ พรรคปชน.จะยืนยันว่า การหารือเรื่องนี้ เพื่อช่องทางในการ “ตรวจสอบ” คลิปฉาวนี้ ป้องกันผลประโยชน์ของชาติ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง มีพฤติการณ์ส่อเข้าข่ายวิ่งเต้น หาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่อดคิดไม่ได้คือ ไฉนถึงเพิ่งเริ่มดำเนินการในวันเดียวกับที่แถลงข่าวตอบโต้ ป.ป.ช. กรณี 44 สส.ก้าวไกล ทั้งที่เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลานั้น ท่าทีของ “บิ๊กเนมสีส้ม” ยังให้สัมภาษณ์ลักษณะ “แบ่งรับ-แบ่งสู้” อยู่

แถมในวันประชุม สส.ปชน. เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ดันมีมติร่วมกันดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 โดยสมาชิกของทั้ง 2 สภา (สส.และ สว.) ในการเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของรัฐสภา เพื่อถอดถอนประธาน ป.ป.ช. จากกรณี “คลิปฉาว” ดังกล่าว โดยตามขั้นตอนต้องส่งเรื่องไปยัง “ประธานรัฐสภา” พิจารณา ก่อนจะส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อแต่งตั้ง “คณะไต่สวนอิสระ” ดำเนินการไต่สวนต่อไป

ปัจจุบันมี สส.ปชน.หลายคนทยอยลงชื่อกันแล้ว อย่างไรก็ดี หากต้องการใช้จำนวน สส.และ สว.เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ จะต้องมีสมาชิกรัฐสภา 1 ใน 5 ของทั้ง 2 สภาฯ คือรวมอย่างน้อย 210 คน จากจำนวน สส. 500 คน และ สว. 200 คน นั่นเท่ากับว่า สส.ปชน.ปัจจุบันมีราว 143 คน ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน (หากเอาด้วย) ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 20 คน พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 6 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคไทยก้าวหน้า 1 คน และพรรคเสรีรวมไทย 1 คน รวม 172 คน จะต้องหาเสียงมาเพิ่มให้ได้อีก 38 คน ถึงจะดำเนินการได้ ซึ่งนับเป็น “งานยาก” เช่นกันสำหรับสถานการณ์การเมืองในตอนนี้

นี่ยังไม่นับหาก “พรรคร่วมฝ่ายค้าน”บางพรรค “เมิน” ไม่ร่วมลงชื่อด้วย อาจทำให้จำนวนเสียงที่ต้องหามาเติมเพิ่มมากกว่านี้ ทำให้เป็น “งานหิน” ยิ่งกว่าเดิมอีก

แม้ว่า ปชน.จะพยายามอธิบายต่อสังคมว่า การยื่นถอดถอนประธาน ป.ป.ช.มิใช่ “เกมแก้แค้น” เอาคืนเรื่อง 44 สส.ก้าวไกล ก็ตาม เช่น “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษก ปชน.ออกมาชี้แจงว่า ไม่ใช่การเอาคืน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในการที่เข้าชื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องชี้แจงอย่างตรงไปมาว่าในข้อร้องเรียน ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์หน้า ไม่ได้มีแค่คลิปวิดีโอระหว่าง วันมูหะมัดนอร์ และสุชาติ ตามที่ปรากฏ แต่ยังมีข้อร้องเรียน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในส่วนอื่นด้วย ซึ่งพรรคประชาชนเราได้รวบรวมข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ การต่อสู้คดีในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.กรณี 44 สส.ก้าวไกล แก้มาตรา 112 เป็นไปค่อนข้างลำบาก ทั้งในข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว ในการยุบพรรคก้าวไกล รวมถึงยังมี สส.สีส้ม บางคนอาจ “กลับลำ” โบ้ยเรื่องเหล่านี้ให้กับแกนนำของกลุ่ม 44 สส.นี้ ทำให้มีพยานแวดล้อม “มัดแน่น” ถึง “พฤติการณ์” ยากที่จะดิ้นหลุดได้

นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ ปชน.จำเป็นต้องดึงปม “คลิปฉาว” ออกมาสู่สายตาสาธารณะ หวังให้ประชาชนเป็น “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก” อีกครั้ง 

แม้ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” จะพยายามเดินเกมแบบนี้แล้ว และมีมวลชนให้พิงจำนวนมาก แต่ก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือ “องค์กรอิสระ” อยู่ดี

ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ พยานหลักฐานที่เป็น “จุดตาย” มัดแน่น สาวไปยังตัว “ประธาน ป.ป.ช.” ว่ามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ เพื่อหวังลดความเสี่ยงในการเลือกตั้ง 2570 หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองอีกครั้ง สส.สีส้มอาจถึงขั้น “สูญพันธุ์” ก็เป็นไปได้?