'รังสิมันต์' ร่ายยาว 100 นาที ปม 'ป่วยทิพย์' ชำแหละมีดีลต่างตอบแทน

"รังสิมันต์" ร่ายยาว ปม "ทักษิณ" ป่วยทิพย์ ชำแหละมีดีลต่างตอบแทน ตั้งคนช่วยเหลือได้รับตำแหน่ง - อวยยศ ซัด "นายกฯ" จอมหลอกลวง ขาดความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. โดยมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
โดย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้เวลาอภิปรายรวม 100 นาที ได้อภิปรายต่อประเด็นการทำลายกระบวนการยุติธรรม กรณีให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานะบิดา พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น14 ว่า น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ นายกฯ คือ ประจักษ์พยาน และตัวการสำคัญต่อการทำผิดกฎหมายในเรื่องชั้น 14 เพราะมีชื่อ 1 ใน 10 ที่สามารถเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจได้ อย่างไรก็ดีเช่ือว่าเหตุที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศไทย ได้ในช่วงรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ มีดีลลังกาวีเกิดขึ้น โดยมีไอ้โม่ง 2 ตัวใจดี ลด แลก แจก แถมให้ออกจากเรือนจำเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นดีลแลกประเทศที่นายกฯ สมคบเพื่อช่วยเหลือพ่อตัวเองไม่ให้นอนคุกแม้แต่วันเดียว
นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นยังพบการร้องขออภัยโทษเฉพาะราย หลังจากที่นายทักษิณ พักในโรงพยาบาลตำรวจแล้ว 7 วัน ซึ่งน.ส.แพทองธาร อกตัญญู ไม่ดำเนินการ ทำให้นายทักษิณต้องดำเนินการด้วยตนเอง ทั้งที่มีอาการป่วยหนัก ปางตาย ต้องเตรียมเอกสารเพื่อร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษด้วยตนเอง ทั้งนี้ตนมองว่านายกฯ รู้ว่าพ่อไม่ป่วย จึงให้เขียนขออภัยโทษเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวมีรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ระบุว่ามีอาการป่วยวิกฤติสลับปกติ จึงเป็นการย้อนแย้ง และนายกฯ ทำเรื่องตบตาประชาชน เรื่องอาการป่วยเพื่อได้อภิสิทธิ์ของการพักรักษาตัวระดับวีไอพีที่โรงพยาบาลตำรวจ
“นายกฯ ปกปิดอาการป่วยเพื่อให้ไม่ให้คนติดคุกแม้แต่วันเดียว นอกจากนั้นยังเป็นจอมหลอกลวง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่งตั้งบุคคลที่ช่วยเหลือพ่อให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง อวยยศ หน้าที่การงาน รวมถึงได้รับการปูนบำเหน็จเพิ่มเติมในรอยต่อรัฐบาล นายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร คือ โดยเฉพาะแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ที่ได้นั่งให้เป็นกรรมการอิสระของบอร์ดไออาร์พีซี ได้เงินนับล้านบาทต่อปี และเป็นตัวเต็งรองผบ.ตร. ก่อนเกษียณ นอกจากนั้นยังให้หมอที่ลงนามในใบความเห็นแพทย์เพื่อรักษาตัวต่อ ซึ่งชื่อย่อ พล.ต.ท. ส.ม. ซึ่งเป็นพี่ชายของ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยมีส่วนได้เสียหรือไม่ ซึ่งคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าเป็นการตอบแทนทางการเมือง เอาความยุติธรรม และผลประโยชน์แลกเพื่อคนในครอบครัว” นายรังสิมันต์ อภิปราย
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายด้วยว่าแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเกิดก่อนที่เป็นนายกฯ แต่เมื่อเป็นนายกฯ แล้ว กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ทั้งนี้ยังพบข้อมูลว่าระหว่างรักษาตัว มีบุคคลนอกรายชื่อ คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเข้าเยี่ยม ซึ่งมีรายละเอียดว่ามีการกินอยู่ระดับหรู นอกจากนั้นแล้ว ยังมีประเด็นด้วยว่านายทักษิณ แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่ง 1 วันให้หลังจากที่แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์แถลงว่ามีอาการป่วยหนัก แสดงให้เห็นว่านายทักษิณ ที่แพทย์มีอาการป่วยหนักสามารถมีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้ได้ ซึ่งไม่ถูกจำกัดสิทธิใดๆ ทั้งนี้คนที่มีมือถือไว้ใช้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าพ่อค้ายาเพื่อสั่งการ ซึ่งในกรณีนี้นายใหญ่ถือเป็นเจ้าพ่อเครือข่ายทางการเมืองที่ชั้น 14
“นายกฯ อาจเอาโทรศัพท์ไปให้ใช้ระหว่างควบคุมตัว คือ การละเมิดกฎหมายราชทัณฑ์ และยืนยันว่าไม่มีการป่วยวิกฤติ แต่คือ ป่วยทิพย์ และหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่พบว่ามีการเข้ารับการรักษาตัวต่อ ถือเป็นการโกหก เพราะทราบดีว่าบิดาไม่ได้ป่วย ส่วนการพักโทษนั่นไม่ตรงกับความจริง กรณีชั้น14 นายกฯ ปฏิเสธไม่ได้ถึงการสมคบคิดเพื่อทำลายระบบยุติธรรม อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ซึ่งถูกคาดหวังต่อการตรวจสอบต่อความยุติธรรม อย่าให้การเข้าเรียนหลักสูตร บยส.23 ที่แพทย์ใหญ่กับประธาน ป.ป.ช.ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมาเป็นอุปสรรคตรวจสอบ” นายรังสิมันต์ อภิปราย
นายรังสิมันต์ อภิปรายด้วยว่าการกระทำของนายกฯ และคณะ ไม่ต่างจากพานักโทษแหกคุก และสิ่งที่นายกฯ และพวกดำเนินการคือ การสมรู้ร่วมคิดของหน่วยงานโรงพยาบาลตำรวจ และราชทัณฑ์ สิ่งที่นายกฯ ทำครบองค์ประกอบกฎหมายอาญามาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งบทบัญญัติกำหนดโทษร้ายแรง เชื่อหากมีการทะลายซ่องโจรจันทร์ส่องหล้า สามารถเอาผิดคนจำนวนมากได้ ทั้งนี้เหตุที่นายทักษิณไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว เป็นเพราะการกระทำที่ผิดกฎหมาย ที่นายกฯ และลูกสมุนทำดีลแลกประเทศ จนทำลายหลักนิติรัฐ และกระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของนายรังสิมันต์ นั้นพบว่า มี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และ สส.พรรคเพื่อไทยลุกประท้วงกรณีพาดพิงถึงบุคคลภายนอกอยู่เป็นระยะ ซึ่งประธานในที่ประชุมได้พยายามควบคุมโดยย้ำถึงเวลาที่มีจำกัดที่ต้องยุติการอภิปรายก่อนเที่ยงคืน เพื่อให้สามารถลงมติได้ในวันถัดไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์