'สส.ปชน.' โชว์ผังล้มส้ม ซัด 'แพทองธาร' ก่ออาชญากรรมคนเห็นต่าง

'สส.ปชน.' โชว์ผังล้มส้ม ซัด 'แพทองธาร' ก่ออาชญากรรมคนเห็นต่าง

สส.ปชน. ซัด “แพทองธาร” ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ โชว์ผังล้ม “สส.พรรคส้ม” โยงปฏิบัติการไอโอกองทัพ ก่อนถูกประท้วงวุ่น จนต้องถูกสั่งให้หยุดอภิปราย

ที่รัฐสภา นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ต่อที่ประชุมสภาฯ ถึงการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ว่า การใช้ปฏิบัติการไอโอ กับประชาชน ถือเป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งเกิดจากรัฐบาลพลเรือนจากการใช้ทรัพยากรของรัฐ โดยในปีงบประมาณ 2567 พบว่ากองทัพ ได้ดำเนินการไอโอกับเป้าหมาย 85 ราย มีปฏิบัติการทางไซเบอร์พยายามเจาะรหัสเข้าสื่อออนไลน์ และไอโอ มากถึง  8.4 หมื่นครั้ง และทำต่อเนื่องทุกสัปดาห์  ซึ่งยุคของน.ส.แพทองธาร ไม่ต่างจากยุคทหาร อย่างไรก็ดีมีข้อมูลจากรายงานของทีมไซเบอร์ พบว่า มีการกล่าวหาพรรคส้มว่าความพยายามตั้งรัฐบาลพรรคเดียวในปี 2570 มีความคิดล้มรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องดังกล่าาวไม่ใช่กิจของกองทัพ ทั้งนี้น.ส.แพทองธาร ยอมปล่อยให้กองทัพแทรกแซงการเมือง และเชื่อว่าน.ส.แพทองธาร จะตกเป็นเหยื่อของกองทัพด้วย เช่น การยอมเสียดินแดนให้กับกัมพูชา เป็นต้น

“โครงสร้างไอโอสะท้อนรัฐซ้อนรัฐ หรือกองทัพซ้อนกองทัพ เกิดอำนาจรัฐที่กองทัพซ้อนรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง และซ้อนเหนือผู้บัญชาการกองทัพในระบบราชการปกติ ซึ่งน.ส.แพทองธาร ปล่อยขบวนการดังกล่าวให้เติบโต เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตระกูลชินวัตร” นายชยพล อภิปราย

นายชยพล อภิปรายด้วยว่าจากรายงานของไซเบอร์ทีม คนที่เป็นเป้าหมายกองทัพจะถูกติดตาม สอดแนม และขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัวหาจุดอ่อนเพื่อใช้เป็นข้อมูลด้านมืดเพื่อใช้โจมตีกลุ่มเป้าหมาย เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย น.ส.พรรณิการ์ วานิช  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งถูกติดตามก่อนการเลือกตั้ง ทำให้เห็นว่ากองทัพไทยตั้งใจใช้ไอโอแทรกแซงช่วงเลือกตั้งที่ชัดเจน ซึ่งผิดกฎหมาย และไม่เกี่ยวกับการปกป้องสถาบัน และหลังจากที่น.ส.แพทองธาร เข้ารับตำแหน่ง ยังพบว่าเครือข่ายกองทัพการใช้ปฏิบัติการกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งการใส่ร้ายและตอบโต้กลุ่มเป้าหมาย โดยระหว่าง19-16 ต.ค.2567  มีเป้าหมายสำคัญ 46 ราย ซึ่งมีเครือข่ายกองทัพดำเนินการโดยแบ่งสายการปฏิบัติการทั้งนักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เอ็นจีโอ และนักข่าวต่างประเทศ  รวมไปถึง สส.พรรคประชาชน จำนวน 22 คนที่กองทัพอากาศรับผิดชอบ

\'สส.ปชน.\' โชว์ผังล้มส้ม ซัด \'แพทองธาร\' ก่ออาชญากรรมคนเห็นต่าง

“นี่คือผังล้มยุคแพทองธาร ใครออกมาแสดงความเห็นทางวิชาการ ถูกกฎหมายถูกกองทัพแปะป้ายว่าเป็นภัย อีกทั้งในรายงานไซเบอร์ยังถูกตรวจสอบเรื่องทัศนคติของนักวิชาการตามเวทีต่างๆ รวมถึงกลุ่ม สส.พรรคส้ม ซึ่งพบว่าในสัปดาห์นั้นที่ระบุพูดถึงการนิรโทษกรรม ถูกสั่งให้ตอบโต้ไม่ให้รวมนิรโทษกรรมคดี 112 ในกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้พรรคเพื่อไทยโหวตคว่ำรายงานของ กมธ.นิรโทษกรรม หรือกรณีมติ ครม. ไม่รับร่างกฎหมายจัดระเบียบราชการกลาโหม ยังช่วยอธิบายเหตุผล นอกจากนั้นยังพบไอโอสร้างภาพจำที่ไม่ดีกับกลุ่มเป้าหมาย” นายชยพล อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการอภิปรายนั้น นายชยพลถูกทักท้วงเรื่องการแสดงเอกสารที่นำมาประกอบนั้นมีลักษณะตัดแปะ หากมีการฟ้องร้อง หรือถูกสืบสวนจะเป็นปัญหา และกลายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งนายชยพล ยืนยันว่าเป็นเอกสารที่ได้มาจากหน่วยงานภายในจริง อย่างไรก็ดีนายพิเชษฐ์ ได้ระบุด้วยว่าเอกสารที่แสดงขอให้ฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ได้ตรวจสอบที่มาด้วย

อย่างไรก็ดีในช่วงหนึ่งนายชยพล ได้อภิปรายพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงจนถูกสส.พรรคร่วมรัฐบาลประท้วง เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างถึงสถาบันโดยไม่จำเป็น ซึ่งนายพิเชษฐ์ วินิจฉัยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ห้ามพูดในที่ประชุม จะพูดต่อหรือไม่ หากยังพูดถึงจะไม่ให้อภิปรายต่อ ซึ่งนายชยพล ระบุว่าจะอภิปรายต่อ และระวังการใช้คำพูด

\'สส.ปชน.\' โชว์ผังล้มส้ม ซัด \'แพทองธาร\' ก่ออาชญากรรมคนเห็นต่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในช่วงหนึ่งที่นายชยพล เอ่ยถึงรายชื่อของเป้าหมายสำคัญ 46 รายชื่อ ทำให้นายพิเชษฐ์ ปิดไมโครโฟนแล้วบอกว่า “เอ่ยชื่อบุคคลภายนอกจำนวนมาก จะเสียหาย และจะรับไม่ไหว หยุดอภิปรายดีไหม จะรับไม่ไหว วิปรับผิดชอบด้วยใช่หรือไม่” ซึ่งนายชยพล ย้ำว่า “ผมรับผิดชอบ” นอกจากนั้นยังพบการประท้วงของสส. พรรคเพื่อไทยที่ชี้แจงแทน น.ส.แพทองธาร โดย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่านายกฯ  ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น และการอภิปรายดังกล่าวเกินเลยไปไกล และเพียงพอต่อความเข้าใจ ขอให้พอแล้ว

ทำให้นายพิเชษฐ์ วินิจฉัยว่า “ผมเตือนหลายครั้งแล้ว เป็นความลับทางราชการ และขอให้หยุดการประท้วงการอภิปรายตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป”

\'สส.ปชน.\' โชว์ผังล้มส้ม ซัด \'แพทองธาร\' ก่ออาชญากรรมคนเห็นต่าง

อย่างไรก็ดี สส.พรรรคประชาชนจะประท้วงและนายชยพลจะขอสิทธิอภิปรายต่อ แต่นายพิเชษฐ์ไม่อนุญาต จนทำให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างวุ่นวาย และนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า "หากไม่มีใครฟังประธาน แบบนี้ให้ปิดการอภิปรายไปเลย"

อย่างไรก็ดีมีการอ้อนวอนจาก น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน ให้ได้สิทธิอภิปรายต่อ และไม่โชว์ภาพสไลด์ ทำให้นายพิเชษฐ์ยอมให้อภิปรายต่ออีก 10 นาที และไม่แสดงภาพสไลด์.

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์