‘กฤช’ ย้ำดีลงูเห่ามีจริง รับข้อมูลเคลื่อน ‘ผู้ซื้อ’ อยู่นอกสภา

‘กฤช’ สส.ปชน.ย้ำถูกดีลซื้อตัวจริง ปัดสร้างแชทปลอม แต่รับข้อมูลคลาดเคลื่อน ผู้หญิงชื่อ ‘ณ’ ไม่ได้สังกัดพรรคในสภาฯ แถมพรรคนี้สิ้นสภาพไปแล้ว รอถก 1 เม.ย.เอาไงต่อ
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงถึงการเปิดหลักฐานเป็นแอปพลิเคชั่นไลน์ อ้างว่าถูกติดต่อเสนอเงินหลายระดับ สูงสุด 20 ล้านบาท แลกเป็น "งูเห่า" โหวตไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา และหากย้ายพรรคเพิ่มอีก 5 ล้าน พร้อมตำแหน่งและเงินเดือน 250,000 บาท
นายกฤช กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนโพสต์ วันที่ 2 ของการอภิปราย (25 มี.ค.) ราว 1 ทุ่ม มีคนติดต่อตนมาขอให้โหวตไว้วางใจนายกฯ เสนอเงินให้ 10 ล้านบาทในตอนแรก ตอนแรกด้วยความเห็นใจ เราก็มองว่า ไม่น่าเป็นไปได้ รัฐบาลมีเสียงมากพออยู่แล้ว จะมาติดต่อตนทำไม ก็เลยบอกไปว่าใครติดต่อมา ถ้าอยู่สภาฯมานัดคุยได้เลย เราก็รอ ไม่มีใครมาติดต่ออะไร จนประมาณ 3 ทุ่ม โทรเข้ามาอีก ทีนี้ยอดเพิ่มเป็น 15 ล้านบาท ทีนี้เรามองว่าไม่ใช่แล้ว มีใครมาปั่นหรือไม่ เพราะรออยู่สภาฯ ก็ไม่มีใครมาคุย ก็ปฏิเสธไป คิดว่าจะจบแค่นั้น
ปรากฏว่าช่วงเช้าของวันที่จะลงมติ (26 มี.ค.) มีการส่งไลน์มาให้ตนดู มีการแชทคุยอะไรกับฝั่งผู้เสนอมาบ้าง เห็นตัวเลขว่า 20 ล้านบาท ถ้ากรณีพรรคไล่ออกไปอยู่กับเขา จะให้ 5 ล้านบาท ถ้ามี 10 คน จะให้ตำแหน่ง แต่ไม่ได้บอกตำแหน่งอะไร ให้เงินเดือน 250,000 บาท ตนไม่ได้ตอบกลับอะไร รอจนลงมติเสร็จ
นายกฤช กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้โทรกลับไปถามคนที่โทรหาตน ถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เขาให้ข้อมูลว่า นอกจากนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งที่โทรหาเขา ยังมีเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่งโทรหาเขาเป็นผู้หญิง โทรมาคุยรายละเอียดข้างต้น จนตนขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นใคร ทีแรกเขาไม่ให้ เราก็ตื้อจนเขายอมให้ พอเราได้เบอร์มา ก็เอาไปตรวจสอบ ให้ทีมงานตรวจสอบว่า เบอร์นี้เบอร์ใคร ได้ชื่อมาว่าเป็น กรรมการบริหารพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
เดิมทีตนเข้าใจผิด เพราะชื่อคล้ายกับพรรคที่มี สส.ในสภาฯ คิดว่าเป็นพรรคที่มี สส.ในสภาฯ แต่พอตรวจเช็คดี ๆ แล้ว ระหว่างทีมงานตนกับเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand หลังไมค์ ปรากฏว่าชื่อคล้ายเฉย ๆ แต่ไม่ใช่พรรคที่มี สส.ในสภาฯ
แต่บุคคลคนนี้เป็นผู้หญิง ทำธุรกิจยานยนต์ และปั๊มน้ำมัน พอได้ชื่อ ก็ดูว่ามีสื่อเคยนำเสนอหรือไม่ พบว่าก่อนเลือกตั้งปี 2566 น่าจะราว พ.ย. 2565 มีสำนักข่าวหนึ่งนำเสนอเกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้ไว้ อารมณ์ว่า เป็นพรรคสำรองของใครหรือไม่ อย่างไร หัวหน้าพรรค ผู้ก่อตั้งพรรคมีความสนิทสนม ทำธุรกิจแข่งรถกับ “บ้านใหญ่” แห่งหนึ่งภาคอีสาน
นายกฤช กล่าวด้วยว่า ถ้าตามจากสื่อที่เคยนำเสนอไว้ ก็จะได้ข้อมูลว่าพรรคนี้เป็นมาเป็นไปอย่างไร แต่ทั้งหมดทั้งมวลยืนยันว่า ข้อเท็จจริงที่โทรหาตนตั้งแต่ 25 มี.ค.-26 มี.ค. เหตุการณ์ทั้งหมด หลักฐานทั้งหมด เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น และเรื่องนี้ นายพงศธร รองเลขาธิการพรรค ภาคตะวันออก ยืนยันได้เพราะอยู่กับตนตอนโทรเข้ามา
“จริง ๆ คนทักมา เป็นคนรู้จักกันอยู่แล้ว Mr.A ส่วนคนจะซื้อตน ตนไม่รู้จัก ซึ่ง Mr.A คงไม่รู้จักด้วย แต่ติดต่อผ่าน Mr.B ที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ตนไม่ได้คุยกับ ผู้หญิง ได้คุยกับ Mr.A คนเดียว และมีแชทหลักฐานว่า Mr.A คุยกับ Mr.B อย่างไร” นายกฤช กล่าว
เมื่อถามว่าแชทที่คุยเกิดขึ้นระหว่างใครบ้าง นายกฤช กล่าวว่า แชทมีการคุยระหว่าง Mr.A กับ Mr.B ซึ่ง Mr.B อาจแชทคุยกับ “ผู้หญิง” อักษรย่อ “ณ” และส่งต่อให้ Mr.A ว่าคุยอะไรกันบ้าง
เมื่อถามว่าจะร้อง กกต.เอาผิดหรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า เรื่องนี้คิดว่า ถ้าดำเนินการได้ ก็ดำเนินการ ตอนนี้เรียนให้เลขาธิการพรรค ปชน.ทราบแล้ว ทางพรรคจะมีการประชุมในวันอังคารนี้ (1 เม.ย.) ว่าดำเนินการอย่างไรเรื่องนี้ต่อ และจะส่งหลักฐานให้ กก.บห.พรรคพิจารณา
ซักอีกว่า เหตุการณ์นี้ไม่สมเหตุสมผลเนื่องจากเสียงของรัฐบาลมีเยอะมากอยู่แล้ว นายกฤช กล่าวว่า เห็นด้วย ไม่เมคเซนส์เลยที่มาซื้อ อย่างที่เรียนแต่แรกว่า ซื้อเพราะเติมเสียงให้รัฐบาล ไม่น่าใช่ แต่ถ้าซื้อสำเร็จ มุมหนึ่งดิสเครดิตพรรค ปชน.ได้แน่นอน เสียหาย เสียความไว้วางใจจากประชาชน อีกเรื่องคือเป็นการแสดงศักยภาพให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า คนที่มาดีลนั้นซื้อ สส.ได้ อาจได้ตำแหน่งตอบแทน หรืออาจจะเอาตำแหน่ง เป็นนายหน้าหา สส.ให้พรรค เพื่อต่อรองในการปรับ ครม.ที่อาจมีมาถึงในเร็ว ๆ นี้
ถามย้ำว่า ถูกมองเป็นตัวล่อใช่หรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า “ใช่ ๆ” ก่อนกล่าวอีกว่า สำหรับการยื่นหน่วยงานให้ตรวจสอบนั้น ถ้าหลักฐานที่มีไปถึง เราก็ใช้สิทธิตามช่องทาง กระบวนการกฎหมายที่เปิดช่องไว้ แต่ดูว่าคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเป็นห่วงพยาน การที่ตนเปิดเผย คนโทรมาก็ไม่ได้สบายใจอะไร แต่ตนมองเรื่องความถูกต้อง อยากสื่อสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า หลังเปิดโปงแล้วได้คุย Mr.A หรือ Mr.B หรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า สำหรับ Mr.B ไม่ได้คุยอยู่แล้ว แต่คุยกับ Mr.A เขาก็บอกว่าไม่สบายใจ ตนบอกว่า เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ตนเป็น สส.ต้องเปิดเผยเรื่องนี้สู่สังคม จะพยายามปกป้องพยาน ถ้าเกิดเป็นเรื่องเป็นราว คดีความขึ้นมา Mr.A ต้องเป็นพยานให้การอยู่แล้ว
ถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่ เรื่องนี้เรื่องจริง ไม่ได้สร้างแชทขึ้นมา นายกฤช ยืนยันว่า แน่นอน ไม่มีเหตุผลใดที่ตนต้องสร้างกระแสนี้ขึ้นมา หลักฐานมีชัดเจน คิดว่าไม่มีใครทำอยู่แล้ว เป็น Story ที่ยาวมาก แล้วก็หลักฐานชัด แต่ที่เปิดเผยในเฟซบุ๊กเมื่อคืน บางส่วนตัดให้เห็นเนื้อหาสำคัญ ส่วนรายละเอียดถ้าเราเผยแพร่ไปเลย อาจละเมิดไป จึงรอให้ชัดเจนก่อน
เมื่อถามถึงนักธุรกิจที่ทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน และยานยนต์ โดยกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับพรรคบ้านใหญ่อีสาน คือพรรคใด นายกฤช กล่าวว่า ชื่อคล้าย ๆ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)
เมื่อถามว่าหลังที่คุยเลขาฯพรรค ปชน.ว่าอย่างไรบ้าง นายกฤช กล่าวว่า เลขาฯรับทราบ แต่ยังไม่ได้ตอบอะไรตน บอกว่าจะเอาเรื่องนี้ประชุมกับ กก.บห.ว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไร
นายกฤช กล่าวว่า จริง ๆ พรรคการเมืองนี้ ที่เช็คมา พรรคได้สิ้นสภาพไปแล้วตั้งแต่ ม.ค. 2566 เนื่องจากมีสมาชิกไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เรื่องของพรรคการเมือง ถ้าไม่มีสถานภาพเป็นพรรคการเมืองแล้ว พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ ไม่อาจทำอะไรได้ แต่ถ้ามีสถานภาพเป็นพรรค ถ้าชัดเจนมีการสอบเกิดขึ้น ท้ายสุดคือการยุบพรรคนั้น มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง หลายคนอาจถามว่า ทำไมพรรคนี้มาซื้อ ในอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการย้ายพรรคย้ายอะไรกัน ส่วนใหญ่ไปฝากไว้กับพรรคเล็ก ๆ จากที่เราเห็นในข่าว มีความเป็นไปได้
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคการเมืองที่มาซื้อ สิ้นสภาพพรรคการเมืองไปแล้ว ถ้าร้องก็ไม่เกิดประโยชน์หรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า เมื่อวานคิดว่าเขายังเป็นพรรคการเมืองอยู่ แต่วันนี้เมื่อเช็คข้อมูลตรวจสอบแล้วพบว่า พรรคนี้สิ้นสภาพไปแล้วเรียบร้อย ดังนั้นถ้าร้องเกี่ยวกับ กกต.เรื่องความผิดของพรรคการเมือง ไม่น่าจะทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนคือ การเมืองไทย ก็ยังมีเหตุการณ์นี้อยู่ พยายามเล่นใน และนอกสภาฯ ทั้งบุคคลในสภาฯ และบุคคลนอกสภาฯ ปรากฏให้เห็นตามหน้าข่าวเรื่อย ๆ ตลอดทุกยุคทุกสมัย วันนี้เจอกับตัวเอง ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงแน่นอน ไม่แน่ใจว่า หน่วยงานไหน สามารถถอดเสียง ถอดอะไรจากการสนทนาได้หรือไม่ ตนไม่ได้อัด มีหลักฐานแค่แคปไลน์ และไทม์ไลน์โทรเข้าโทรออกระหว่างปลายสาย กับตน
ถามย้ำว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องการโหวตไว้วางใจนายกฯ นายกฤช กล่าวว่า จริง ๆ หลักฐานไม่ได้ชัดขนาดนั้น ถ้าดูปรากฎการณ์ ลองดูก็ได้ว่า สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน โหวตเห็นด้วยกับนายกฯบ้าง และอาจเห็นมีหลายพรรค บางพรรคก็ 1 คน คิดว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้กับพรรคใดพรรคหนึ่งในรัฐบาล ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องการ สส.เพิ่ม เพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง