ล็อคผลตอบแทนยุคดอกเบี้ยขาลงกับประกันสะสมทรัพย์

ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยลดลง การฝากเงินในธนาคารอาจทำให้ผลตอบแทนลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงจากการลงทุนซ้ำ ที่ทำให้เงินออมที่เราได้รับในระยะยาวลดลงอย่างชัดเจน การเลือกใช้ประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการล็อคผลตอบแทนที่แน่นอนและมั่นคงในระยะยาว ทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ตั้งแต่กลางปี 2024 เป็นต้นมา อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยได้มีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้งหลังจากที่แนวโน้มเงินเฟ้อปรับตัวลงและเศรษฐกิจเริ่มชะลอความร้อนแรง ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 2.0% ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง ผลตอบแทนจากเงินฝากธนาคารโดยเฉพาะเงินฝากประจำก็ลดตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อผู้ฝากเงินที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ยังทำให้ผู้ฝากเงินต้องเผชิญกับ
“Reinvestment Risk” หรือ ความเสี่ยงในการลงทุนซ้ำ ซึ่งหมายถึงการที่เงินฝากที่ครบกำหนดต้องนำไปฝากใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม ทำให้ผลตอบแทนลดลง ตัวอย่างเช่น หากฝากประจำ 1 ปี เมื่อปีที่แล้วดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 2.5% ต่อปี เมื่อครบกำหนดในปีนี้และหากต้องฝากต่อ ดอกเบี้ยอาจจะลดลงเหลือ 2.0% ต่อปี (ก่อนหักภาษี) และอาจลดลงต่ำกว่านี้ในปีหน้า หากดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มลดลงต่อไป
ทำให้ในยุคที่ดอกเบี้ยลดลงอย่างต่อเนื่อง การฝากเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ที่ต้องการออมเงินจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่นที่ช่วยล็อคผลตอบแทน และลดความเสี่ยงจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่ง ประกันออมทรัพย์ กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจจาก 4 เหตุผลหลัก ดังนี้ :
1. ล็อคผลตอบแทนที่แน่นอนตั้งแต่วันแรก : ประกันออมทรัพย์ให้ผลตอบแทนที่ทราบล่วงหน้าและคงที่ตลอดระยะเวลาที่ถือกรมธรรม์ ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ตัวอย่างเช่น เพศหญิงอายุ 40 ปี ซื้อประกันออมทรัพย์ TISCO My Wish 5.1 ชำระเบี้ย 1 ปี ระยะเวลาคุ้มครอง 5ปี ระหว่างสัญญามีเงินคืนทุกปี ปีละ 2.1% คิดเป็นผลตอบแทนตลอดสัญญา (IRR) 2.1% ทำให้ไม่ต้องกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยไปอีกหลายปี
2. ได้ทั้งการออมเงินและความคุ้มครองชีวิต : ประกันออมทรัพย์ไม่เพียงแค่ให้ผลตอบแทน แต่ยังมาพร้อมกับความคุ้มครองชีวิต แม้ว่าคุ้มครองอาจไม่สูงมากแต่ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็ว
3. ได้รับผลประโยชน์เต็มจำนวนโดยไม่ถูกหักภาษี : ผลประโยชน์จากประกันสะสมทรัพย์จะได้รับเต็มจำนวน ไม่เหมือนดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
4. เลือกได้หลากหลายรูปแบบตามระยะเวลาเป้าหมาย : สามารถเลือกระยะเวลาได้ตามเป้าหมายการเก็บเงิน สำหรับคนที่เน้นเก็บเงินระยะสั้น สามารถเลือกซื้อประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น ที่มีช่วงเวลา 3-5 ปี หรือ คนที่ต้องการเก็บเงินระยะยาว สามารถเลือกประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว และยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่สรรพากรกำหนด
ดอกเบี้ยในยุคที่อัตราดอกเบี้ยลดลง การฝากเงินในธนาคารอาจทำให้ผลตอบแทนลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงจากการลงทุนซ้ำ (Reinvestment Risk) ที่ทำให้เงินออมที่เราได้รับในระยะยาวลดลงอย่างชัดเจน การเลือกใช้ประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการล็อคผลตอบแทนที่แน่นอนและมั่นคงในระยะยาว ทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มเติม การซื้อประกันสะสมทรัพย์ในช่วงนี้อาจเป็นโอกาสดีในการวางแผนการเงินระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย