CBG - 3Q21F: สะดุดเล็กน้อย (18 ตุลาคม 2564)

CBG - 3Q21F: สะดุดเล็กน้อย (18 ตุลาคม 2564)

คาดกำไรสุทธิ 3Q21F ที่ 675 ลบ. ลดลง yoy และ qoq จากมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ และยอดขายในจีน,พม่าลดลงหลังมีการสต็อกสินค้าใน 2Q21

ราคาอลูมิเนียมยังคงกดดันกำไรสุทธิ แต่การปรับลดน้ำตาล และโรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่มาช่วยชดเชย คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2022 ที่ 146.0 บาท ด้วยวิธี DCF

 

คาดกำไรสุทธิ 3Q21F อยู่ที่ 675 ลบ. (-30%yoy, -30%qoq)

คาดยอดขายเครื่องดื่มในประเทศลดลง -17%yoy, -8%qoq จากมาตรการล็อกดาวน์ และปิดแคมป์คนงาน ส่วนยอดขายต่างประเทศลดลง -16%yoy, -32%qoq จากยอดขายในจีนและพม่าลดลงหลังมีการสต๊อกสินค้าใน 2Q21 และCLMV มีการ ล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ทั้งนี้เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.0% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี จากราคาอลูมิเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น แต่การปรับสูตรลดน้ำตาล และโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่จะมาช่วยประหยัดต้นทุน และหนุนอัตรากำไรขั้นต้นชดเชยราคาอลูมิเนียมที่สูงขึ้น จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเริมฟื้นตัวขึ้นใน 4Q21

 

ราคาอลูมิเนียมที่สูงขึ้นเกือบ 60%ytd และค่าเงินจ๊าดพม่าอ่อนค่า กดดันกำไร

เราวิเคราะห์ความอ่อนไหว พบว่า เมื่อราคาอลูมิเนียมเพิ่มขึ้นทุก 100 USD/ton จะทำให้กำไรสุทธิปี 21F-23F ลดลง 1.6% และราคาเป้าหมายลดลง 1.5 บาท/หุ้น โดยสมมติฐานราคาอลูมิเนียมเฉลี่ยปี 21-22 อยู่ที่ 2,500 USD/ton (รูปที่1)  ส่วนเงินจ๊าดพม่าอ่อนค่าไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะซื้อขายเป็นเงินบาท แต่อาจกระทบเล็กน้อยต่ออุปสงค์การนำเข้า โดยเราคาดว่า ถ้ายอดขายในพม่าลดลง 10% กำไรสุทธิลดลง 2% (ยอดขายในพม่า=11% ของรายได้รวม) (รูปที่2)

CBG - 3Q21F: สะดุดเล็กน้อย (18 ตุลาคม 2564)

 

 

CBG - 3Q21F: สะดุดเล็กน้อย (18 ตุลาคม 2564)

ยังมีตัวช่วย…จากการลดปริมาณน้ำตาล และโรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่เริ่มผลิต

มีการปรับสูตรลดน้ำตาลในเครื่องดื่มชูกำลังลงราว 50% ในเดือน ก.ค. คาดประหยัดต้นทุนจากภาษีและปริมาณน้ำตาลที่ลดลงได้ 260 ลบ./ปี ทำให้ GPM โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นราว 1.3% รวมทั้งมีการประหยัดต้นทุนจากโรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่เริ่มผลิตในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะลดต้นทุนได้ราว 180 ลบ./ปี และเพิ่ม GPM โดยรวมราว 1%

 

คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายใหม่ที่ 146.0 บาทต่อหุ้น (จาก 155.5 บาท)

จากการลดน้ำตาล, โรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่, ราคาอลูมิเนียมที่สูงขึ้น จึงปรับกำไรในปี 21F-23F เป็น 3.2/3.8/4.6 พันลบ. (-20%/-23%/-18%) และลดราคาเป้าหมายเป็น 146 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ จาก (1) การฟื้นตัวของยอดขายใน 4Q21 (2) ราคาหุ้นที่ลดลงมารับรู้ผลของราคาอลูมิเนียมมากแล้ว ขณะนี้หุ้นซื้อขายที่ PE 31x FY22F (-0.4 SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี) และมี upside 21% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ มองเป็นจังหวะทยอยสะสมจากราคาหุ้นที่ลดลงจากกำไร 3Q21F ที่คาดว่าอ่อนแอลง