บริการด้วย 'ใจ' ป่วยไม่ไหวยก 'หนี้' คำยืนยันจากเจน 2 'ศรีสวัสดิ์'

บริการด้วย 'ใจ' ป่วยไม่ไหวยก 'หนี้' คำยืนยันจากเจน 2 'ศรีสวัสดิ์'

45 ปีก่อนครอบครัว “แก้วบุตตา” ก่อตั้งธุรกิจให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อ จำนำทะเบียนรถแก่ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

KEY

POINTS

  • พนักงานของศรีสวัสดิ์จะเน้นคนรุ่นใหม่ ที่จบใหม่ เพื่อมากรูมให้เป็นคนที่มี DNAของศรีสวัสดิ์ตั้งแต่เริ่มแรก เราจะมีการเส้นทางในการทำงานและการเติบโตที่ชัดเจน

45 ปีก่อนครอบครัว “แก้วบุตตา” ก่อตั้งธุรกิจให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแก่ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นได้ขยายธุรกิจเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่ยังมีความต้องการบริการทางการเงิน แต่ไม่มีโอกาสรับบริการจากธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีเกือบ 6,000 สาขาให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อประเภทที่อยู่อาศัยให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ

โดยลูกค้าของ “ศรีสวัสดิ์” จะเป็นกลุ่มลูกค้าฐานราก ลูกค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงสถาบันการเงินโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีความต้องการสินเชื่อเพื่อการดำรงชีวิตและการทำธุรกิจ แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ได้ เนื่องจากปัญหาด้านเครดิตหรือเอกสารที่ไม่เพียงพอ การให้บริการสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อจำนำที่มีหลักประกันจึงกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เงินเดือน-WLB ดึงดูดพนักงาน องค์กรปรับใช้AI สร้างความก้าวหน้า

3 ปรัชญาสร้างDNA พนักงาน “เวชพงศ์โอสถ”ธุรกิจฉบับครอบครัว

บริการสินเชื่อสะดวก ปลอดภัย

ในวันที่รัฐบาลมีโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”ส่วนต่อขยาย “กรุงเทพธุรกิจ”มีโอกาสได้พูดคุยกับ “ธิดา แก้วบุตตา” ถึงแนวทางการบริหารธุรกิจบริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ เกี่ยวกับนโยบายการดูแลลูกค้ารายย่อยที่มีอยู่เกือบ 2 ล้านราย โดยเน้นว่า ให้พนักงานที่มีอยู่เกือบ 1 หมื่นคนใน 6,000 สาขาทั่วประเทศพยายามดูแลลูกค้าให้ใกล้ชิด เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าอาจจะมีปัญหาสภาพคล่องได้ แต่ให้พยายามอย่าขาดการติดต่อ และถ้าเป็นไปได้ให้แบ่งจ่ายชำระ

"ลูกค้าของเราคือกลุ่มฐานราก เป็นลูกค้าบุคคล หรือ เอสเอ็มอี เปิดธุรกิจ ร้านค้าแบบขายชานมไข่มุกในตลาดนัด การให้บริการสินเชื่อมีเป้าหมายไม่ต้องหันไปใช้สินเชื่อนอกระบบ ซึ่งมักมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงและเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่สะดวกสบายและปลอดภัย แต่จะมีการใช้หลักประกัน เช่น รถจักรยานยนต์ หรือ ทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทจะทำการประเมินคุณสมบัติของลูกค้าและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละคน" 

พนักงานคนรุ่นใหม่ชอบเจรจา   

ธิดา เล่าว่ากระบวนการขอสินเชื่อ  เริ่มต้นจากการที่ลูกค้าติดต่อบริษัทเพื่อขอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสินเชื่อที่ต้องการ โดยบริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือลูกค้าในการเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, และเอกสารแสดงรายได้ หลังจากที่ลูกค้าได้เตรียมเอกสารครบถ้วน บริษัทจะทำการประเมินคุณสมบัติของลูกค้า โดยพิจารณาจากประวัติการชำระหนี้ ความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต และมูลค่าของหลักประกันที่นำเสนอ หากลูกค้าได้รับการอนุมัติสินเชื่อ บริษัทจะทำการจัดทำสัญญาและดำเนินการโอนเงินให้กับลูกค้าในทันที

"พนักงานของศรีสวัสดิ์จะเน้นคนรุ่นใหม่ ที่จบใหม่ เพื่อมากรูมให้เป็นคนที่มี DNA ของศรีสวัสดิ์ตั้งแต่เริ่มแรก ต้องเป็นคนที่ชอบเจรจา ซักถามและชอบพูดคุย ช่างสังเกต เอาใจใส่ต่อผู้อื่น เพราะเป็นงานบริการและต้องดูแลลูกค้า เอาใจเขามาใส่ใจเรา และขยัน แต่เราจะมีการเส้นทางในการทำงานและการเติบโตที่ชัดเจน ทำงานมาสักระยะ ก็จะมีการเลื่อนตำแหน่งไปตามอายุและสายงาน" 

ในช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าธนาคารพาณิชย์มักจะมีการปฏิเสธสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าที่มาหา “ศรีสวัสดิ์” มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมีการปรับกลยุทธ์ในการคัดเลือกลูกค้าและดูแลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การดูแลลูกค้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ โดยมีการติดตามสถานการณ์ทางการเงินของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ทันท่วงที หากลูกค้าประสบปัญหาทางการเงิน จะมีการปรับโครงสร้างหนี้หรือเสนอทางเลือกในการชำระหนี้ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถกลับมามีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นได้

การให้บริการของศรีสวัสดิ์อยู่ตรงกลางระหว่างสินเชื่อนอกระบบกับธนาคารพาณิชย์ การให้บริการสินเชื่อของเรา เป็นการสร้างโอกาสให้กับลูกค้าฐานรากในการเข้าถึงเงินทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ และช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย การให้สินเชื่อ จะยึดตามเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกําหนด โดยคิดดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 24 % ระยะเวลาในการไถ่ถอน ตามที่ระบุไว้ในสัญญาดูให้เหมาะสมกับกระแสเงินสดของลูกค้าที่สามารถชำระได้ มีตั้งแต่  12 เดือน 18 เดือน 36 เดือน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 18 เดือน

"ช่วงเศรษฐกิจไม่ดีหรือเศรษฐกิจฝืด เราพยายามดูแลลูกค้าที่ติดต่อได้อย่างใกล้ชิดให้แบ่งมาชําระ หรืออย่างเช่นลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่รัฐบาลประกาศ ก็จะพิจารณายกดอกเบี้ยให้เป็นเวลา 3 เดือน มีอยู่รายหนึ่งที่ลูกค้าชำระอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาเขาป่วยเป็นมะเร็งและเราดูแล้วว่า เขาไม่สามารถที่จะชำระหนี้ต่อไปได้ เราก็ยกหนี้ให้ก็มี หรือช่วงโควิดรับนโยบายธนาคารออมสินมาคิดดอกเบี้ย 15 % เราเอาไปปฏิบัติให้เกิดผลในวงกว้างเช่นกัน"

คนรุ่นใหม่ไม่ชอบงานบริการออกเกินครึ่ง

อย่างไรก็ตาม “ธิดา” ยอมรับว่าด้วยความที่เป็นงานบริการ พนักงานที่จบใหม่ๆที่รับมาทำงานได้ประมาณ 6  เดือนแรกจะลาออกประมาณเกินครึ่ง เป็นตัวเลขปกติของการทํางานในภาคการบริการสินเชื่อแบบนี้  น้องที่จบใหม่ที่เป็น target บางทีอาจจะยังค้นหาตัวเอง บางคนอาจจะไม่ชอบงานบริการ เพราะงานของเราจะต้องออกไปดูแลลูกค้า ต้องใกล้ชิดออกไปหาลูกค้า ออกไปเยี่ยมเยียนลูกค้า คนรุ่นใหม่บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าสามารถทำงานได้นานกว่า 6-9 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถอยู่กับองค์กรได้นานไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี และจะมีวิธีการกรูมเพื่อให้เติบโตไปตามสายงาน เริ่มจากรับตำแหน่งสินเชื่อ จากนั้นก็จะเลื่อนเป็นผู้จัดการสาขา ผู้จัดการกลุ่ม ผู้จัดการเขต ผู้จัดการภาค แล้วก็จะมาเป็นผู้บริหารได้ ปกติใช้เวลาประมาณ 10- 12 ปีจะเป็นระดับผู้จัดการกลุ่มได้ 

ในฐานะเจน 2 ที่มาสานต่อดูแลองค์กรที่สร้างรากฐานมาจากธุรกิจครอบครัว และโตมาจากชุมชน อีก 5 ปีก็จะมี อายุครึ่งร้อยแล้ว “ธิดา” บอกว่าจะพยายามทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้นต่อไป และอยากจะเติบโตคู่ไปกับสังคมไทย เป็นส่วนหนึ่งของสังคมตลอดไป  โดยยึดหลักที่ว่าการทำงานกับคนรุ่นใหม่ต้องใจกว้างและเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และอยู่ร่วมเติบโตไปพร้อมกับองค์กรให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าหากพนักงาานในองค์กรมีความสุขและพอใจในงานที่ทำ จะทำให้องค์กรมีกำไรและเติบโตได้อย่างมั่นคง

สำหรับรายได้ของ “ศรีสวัสดิ์” ปี 2566 กำไร 5.2 พันล้านบาท รายได้รวม ปี 2566 อยู่ที่  18,914.5  ล้านบาท ส่วน 9 เดือนของปี 2567 มีกําไรรวมประมาณ 3,800 ล้านบาท คาดว่าปีนี้พอร์ตสินเชื่อน่าจะเติบโตขึ้นอยู่ในช่วง 10-15 %