แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึง 30 ก.ย. 2566 นี้ ทุกคนสามารถเข้ารับ "ถุงยางอนามัย" ฟรี!!! ผ่านแอปเป๋าตัง หรือขอรับได้ที่หน่วยบริการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ได้ทุกที่

สปสช. ผู้ริเริ่มแจกฟรี “ถุงยางอนามัย” เพื่อดูแลคนไทยวัยเจริญพันธุ์ ป้องกันภาวะท้องไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อันเป็นไปตามสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท”

ด้วยปัญหา "ท้องไม่พร้อม"(Unplanned Pregnancy) หรือการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โดยผู้ตั้งครรภ์ไม่ได้วางแผนหรือเตรียมตัวมีบุตรมาก่อน ภาวะท้องไม่พร้อม ถือเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมไทย ที่หลากหลายหน่วยงานพยายามแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะภาวะการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญปัญหาดังกล่าว จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าในปี 2564 อัตราการคลอดในกลุ่มเด็กอายุ 15-19 ปีอยู่ที่ 25 ต่อ 1,000 ประชากร ลดลงจากปี 2563 ซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 28.7 ต่อ 1,000 ประชากร แม้ตัวเลขทางสถิติจะลดลง แต่ปัญหาดังกล่าวยังจำเป็นต้องเร่งแก้ไข เพราะการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม จะนำไปสู่การเกิดที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านโครงสร้างประชากรให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

 ในปี 2566 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักต่อการเพิ่มความปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ (Safe sex) สปสช.ได้รณรงค์ภายใต้แคมเปญ “เลิฟปัง รักปลอดภัย” แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 'แจกยาคุมกำเนิด-ถุงยางอนามัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ท้องไม่พร้อม..จัดการอย่างไรให้ปลอดภัย แนะรู้สิทธิ ก่อนยุติตั้งครรภ์

1 ก.พ.นี้ ดีเดย์ สปสช.แจก "ถุงยางอนามัย" ผ่านแอป "เป๋าตัง" คนละ 10 ชิ้น/สัปดาห์

ปีใหม่นี้ฝรั่งเศสเตรียมแจกถุงยางฟรี สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี!

5 กรณี"ยุติการตั้งครรภ์"ได้ถูกกฎหมาย และทางเลือกหากต้องการท้องจนคลอด

 

แจกถุงยางอนามัยฟรี สัปดาห์ละ 10 ชิ้นต่อคน

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมาได้แจกยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานโดยเพิ่มทางเลือกใหม่นอกจากไปขอรับที่หน่วยบริการแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกขอรับผ่านแอปเป๋าตังได้

ในปี 2566 นี้ ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ขอรับผ่านแอปเป๋าตังได้เช่นกัน เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ สปสช. จัดเตรียมถุงยางอนามัยจำนวน 94,566,600 ชิ้นไว้แล้ว เพื่อให้บริการประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาทที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์

“บริการถุงยางอนามัยปี 2566 ภายใต้สิทธิประโยชน์บัตรทองเพื่อประชาชนกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ ภายใต้แคมเปญ เลิฟปัง รักปลอดภัย เริ่มให้บริการฟรีแล้ววันนี้ โดยจะได้รับถุงยางอนามัยครั้งละ 10 ชิ้นต่อคนต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้ง/คน/ปี สามารถรับได้ที่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการในระบบบัตรทอง ด้วยการลงทะเบียนผ่านแอบพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนสมาร์ทโฟน สำหรับกรณีผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ท่านสามารถใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนและรับบริการได้ที่หน่วยบริการโดยตรงได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว 

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลระบบบัตรทอง อาทิ หน่วยบริการประจำและหน่วยบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้านเวชกรรม ด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ร้านยา และคลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นต้น โดยสามารถดูรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ สปสช. เลือกประเภทการขึ้นทะเบียนที่ระบุว่า บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ในการเข้ารับบริการถุงยางอนามัย

 

ขั้นตอนการลงทะเบียน รับถุงยางอนามัยฟรี

สำหรับการลงทะเบียนจองถุงยางอนามัยฟรี 2566 บนแอปฯเป๋าตัง ธนาคารกรุงไทยเปิดให้จองสิทธิวันนี้ (1 ก.พ.)  ถึงวันที่ 30 ก.ย.2566 มีดังนี้

คุณสมบัติของประชาชน

  • เป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท)
  • วัยเจริญพันธุ์
  • รับถุงยางได้ครั้งละ 10 ชิ้นต่อ 7 วัน
  • เลือกรับสิทธิครั้งละ 1 ไซต์ (49” , 52” , 54” , 56”)
  • ไม่สามารถขอรับคละไซต์ได้
  • ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อคนและต่อปี

ประเภทของหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ

  • หน่วยบริการการพยาบาลและการผดุงครรภ์
  • หน่วยบริการปฐมภูมิเอกชน
  • หน่วยบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
  • หน่วยบริการเภสัชกรรม
  • หน่วยบริการเวชกรรม ​

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ขั้นตอนการจองสิทธิ

รับถุงยางอนามัย ผ่าน กระเป๋าสุขภาพ บนแอปฯ เป๋าตัง

1.เข้าไปที่ กระเป๋าสุขภาพ และ เลือก สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค

2.เลือกเมนู ถุงยางอนามัย

3.เลือกขนาดถุงยางอนามัย ที่ต้องการรับ

4.เลือกหน่วยบริการ

5.เลือก จองสิทธิ เพื่อยืนยันการจองสิทธิ

6. ดำเนินการจองสิทธิสำเร็จ สามารถรับถุงยางในวันที่จอง และเวลาทำการของหน่วยบริการเท่านั้น

กรณีไม่มี Smartphone สามารถใช้บัตรประชาชนตัวจริงเพื่อใช้สิทธิรับถุงยางอนามัยกับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ

สามารถสอบถามสิทธิหลักประกันสุขภาพ สายด่วน สปสช. โทร 1330 เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนขนาดถุงยางอนามัยที่ให้บริการมี 4 ขนาดด้วยกัน คือ 1.ถุงยางอนามัย ขนาด 49 มม. 2.ถุงยางอนามัย ขนาด 52 มม. 3.ถุงยางอนามัย ขนาด 54 มม. และ 4.ถุงยางอนามัย ขนาด 56 มม. สามารถเลือกตามขนาดที่เหมาะสม

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

14 ก.พ.เริ่มบริการแจกถุงยางอนามัยผ่านตู้จ่ายอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ซึ่งตรงกับ “วันวาเลนไทน์” สปสช.จะเริ่มให้การบริการถุงยางอนามัยผ่านตู้จ่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติ เบื้องต้นจะนำร่องติดตั้งเครื่องจ่ายถุงยางอนามัย 3 จุดบริการในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกับการแถลงข่าวเปิดตัว ก่อนติดตั้งในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงถุงยางอนามัยให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีความอายและไม่กล้าเข้ารับถุงยางอนามัยที่หน่วยบริการ

“ขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจด้วยว่า สิทธิประโยชน์บริการถุงยางอนามัยนี้ ไม่ได้เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ถึงวัยอันควร แต่เป็นบริการเพื่อประโยชน์ในการช่วยให้เข้าถึงการป้องกันภาวะท้องไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่มีความจำเป็น"นพ.จเด็จ กล่าว

ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 ให้บรรลุเป้าหมายด้วย

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 บริการคือ ถุงยางอนามัยและยาเม็ดคุมกำเนิดนั้น ขณะนี้ใช้ได้เฉพาะผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทอง 30 บาทเท่านั้น ส่วนสิทธิอื่นๆ เช่น สิทธิประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ อยู่ระหว่างรอความชัดเจนและ สปสช.จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ผลกระทบเมื่อท้องไม่พร้อม 

ท้องไม่พร้อมก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับแม่และเด็กหลายอย่าง เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์ไม่ได้วางแผนเพื่อเตรียมตัวมีบุตรมาก่อน จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพครรภ์ของตนเองและทารกในครรภ์ เช่น หากผู้ตั้งครรภ์ไม่ได้วางแผนมีบุตรแต่เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ผู้ตั้งครรภ์อาจไม่สามารถรับมือหรือเตรียมตัวฝากครรภ์กับแพทย์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการฝากครรภ์ช้าอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพครรภ์และทารกได้

ผลกระทบด้านสุขภาพ

  • การตั้งครรภ์ขณะที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากภาวะครรภ์เป็นพิษ โลหิตจาง ภาวะตกเลือดหลังคลอด เยื่อบุมดลูกอักเสบ ตลอดจนการเสียชีวิตจากการคลอดบุตร อาการแทรกซ้อนจากการ ยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น
  • ทารกที่เกิดจากแม่วัยรุ่น มักมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
  • อัตราการเสียชีวิตของทารกในครรภ์และเด็กแรกเกิดจากแม่วัยรุ่นมีจำนวนมากกว่าแม่อายุระหว่าง20-29ปีถึงร้อยละ50
  • ในระยะยาวพบว่าเด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่นมีแนวโน้มถูกเลี้ยงดูอย่างไม่สอดคล้องกับพัฒนาการและมีภาวะทุพโภชนาการ

ผลกระทบด้านจิตใจ

  • มีความเสี่ยงต่อภาวะความเครียดและโรคซึมเศร้าสูง เนื่องจากมักขาดการเตรียมตัวเพื่อมีภาระครอบครัว

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ผลกระทบด้านการศึกษา

  • อัตราการออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะการสมรสมีสูงถึงร้อยละ 14 หรือ 19,178 คนในจำนวน 135,342 คนต่อปี เป็นข้อมูลเฉพาะสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่รวมข้อมูลจากสถานศึกษาภาคเอกชน อาชีวศึกษา และสถานศึกษาบางประเภท

ผลกระทบด้านครอบครัวและการดำรงชีพ

  • เนื่องจากผู้ปกครองนิยมแก้ปัญหาด้วยการให้นักเรียนที่ตั้งครรภ์ลาออกจากโรงเรียนและให้แต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว และลดแรงเสียดทานจากสังคมที่ตีตรา ส่งผลต่อเนื่องให้ชีวิตครอบครัวของวัยรุ่นที่ไม่มีความพร้อมมักประสบปัญหาในการดำเนินชีวิต และการเลี้ยงดูบุตร
  • สืบเนื่องจากมีระดับการศึกษาต่ำ ส่งผลให้ไม่สามารถหางานที่มีรายได้เพียงพอให้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวอย่างมีคุณภาพ และมักไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือร่วมรับผิดชอบจากฝ่ายชาย ตลอดจนครอบครัวและเครือญาติอันเนื่องมาจากการตีตราทางสังคม

ผลกระทบต่อสังคม/ประเทศโดยรวม

  • ยังไม่มีการศึกษาของไทยที่สะท้อนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมจากสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
  • มีรายงานของธนาคารโลกที่ศึกษา “ต้นทุนการเสียโอกาส” ที่เกิดจากการตั้งครรภ์และออกจากโรงเรียนกลางคันของวัยรุ่น พบว่ามีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ยกตัวอย่างประเทศบราซิลซึ่งมีระดับการพัฒนาประเทศคล้ายคลึงประเทศไทย พบว่าบราซิลจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 3.5 พันล้านเหรียญหากหญิงวัยรุ่นทุกคน ไม่ประสบปัญหาตั้งครรภ์ก่อนอายุ 20ปี
  • ยิ่งมีเด็กหญิง/วัยรุ่นตั้งครรภ์จำนวนมาก ต้นทุนการเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจะยิ่งส่งผลกระทบต่อชุมชน และประเทศมากกว่าต่อตัวบุคคล อีกทั้งต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ประเทศต้องสูญเสียในการดูแลแม่และเด็กในกลุ่ม นับว่ามีมูลค่าไม่น้อย ยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในปึ พ.ศ. 2551 พบว่าเกิดต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 11 พันล้านเหรียญต่อปี เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กในกลุ่มนี้

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

สัญญาณและวิธีตรวจว่าท้องหรือไม่

ผู้ที่ไม่ได้วางแผนมีบุตรสามารถทราบได้ว่าตนเองตั้งครรภ์หรือไม่ โดยสังเกตจากรอบเดือนที่ขาดไปหรือไม่มาตามปกติ ทั้งนี้ หากรู้สึกคัดเต้านม รวมทั้งคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยซึ่งเป็นอาการแพ้ท้อง ก็แสดงว่าอาจกำลังตั้งครรภ์ โดยอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นเมื่ออายุครรภ์ได้ 6 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย

อย่างไรก็ตาม การตรวจครรภ์จะช่วยระบุผลการตั้งครรภ์ได้อย่างชัดเจน ผู้ที่สงสัยว่าตนเองประสบภาวะท้องไม่พร้อมสามารถตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้ โดยซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปมาตรวจ ควรตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจครรภ์หลังจากที่ประจำเดือนไม่มาตามปกติเป็นเวลา 1-2 วัน เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำ หากคาดว่าตนเองตั้งครรภ์แม้ผลตรวจจะแสดงว่าไม่ใช่ อาจต้องรอประมาณ 1 สัปดาห์และตรวจด้วยที่ตรวจครรภ์อีกครั้ง หรือไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจได้

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

ทางเลือกเพื่อรับมือภาวะท้องไม่พร้อม

ภาวะท้องไม่พร้อมเกิดจากการไม่ได้วางแผนเพื่อเตรียมตัวรับมือกับการตั้งครรภ์ ผู้ตั้งครรภ์จึงควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจว่าจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร โดยจำเป็นต้องไตร่ตรองประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • ความพร้อมของตนและคู่รักว่าพร้อมมีบุตรหรือไม่
  • ปัญหาสุขภาพของตนและคู่รัก
  • ความเป็นอยู่และฐานะทางการเงิน
  • ความรับผิดชอบหน้าที่การงานและบทบาทของแม่
  • ความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ที่มีต่อบุตร
  • ผลกระทบของภาวะท้องไม่พร้อมต่อสถานภาพทางสังคม เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์เกิดตั้งครรภ์ก่อนแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณี
  • การจัดสรรเวลาอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาของคู่รักและบทบาทพ่อแม่ที่มีต่อบุตร

ทั้งนี้ ผู้ที่เกิดความเครียดหลังทำแท้งสามารถใช้บริการจากองค์กรที่ช่วยให้คำแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตได้ ดังนี้

  • สายด่วน 1667 ของกรมสุขภาพจิต เป็นบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการใช้บริการ
  • มูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ (www.hotline.or.th) ให้บริการแนะนำและรับปรึกษาปัญหาชีวิตและครอบครัว โดยสามารถเข้าไปตั้งกระทู้ถามได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรปรึกษาที่หมายเลข  0-2276-2950 ซึ่งให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30-18:00 น. หรือโทร 0-2691-4056-7 ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

คุมกำเนิดวิธีไหนดีที่สุด ป้องกันไม่ให้ท้อง

การคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิด  ห่วงคุมกำเนิด หรือวิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยละ 80-90 ส่วนการคุมกำเนิดถาวรอย่างการทำหมัน สามารถคุมกำเนิดได้มากกว่าร้อยละ 99 

ผู้ที่คุมกำเนิดไม่ถูกวิธี เช่น ใช้ถุงยางอนามัยแล้วเกิดรั่ว หรือรับประทานยาคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ ก็เสี่ยงท้องไม่พร้อมได้ ส่วนผู้ที่เคยประสบภาวะมีบุตรยาก ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรืออยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ก็สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น ถูกข่มขืน หรือคู่นอนบังคับให้ร่วมเพศโดยไม่สวมถุงยางอนามัย ก็สามารถประสบภาวะท้องไม่พร้อม

ประเภทแรกของการคุมกำเนิด คือ การคุมกำเนิดแบบ “ชั่วคราว” เหมาะสำหรับคนที่มีโอกาสเปลี่ยนใจ คือยังไม่อยากมีตอนนี้ แต่ก็มีแพลนที่จะมีลูกในอนาคต ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 7 วิธี ได้แก่

  • คุมกำเนิดด้วย “ถุงยางอนามัย”

วิธีการยอดนิยมที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นวิธีการที่สะดวก เรียบง่าย คุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ดีถ้าใช้อย่างถูกวิธี โดยถุงยางอนามัยจะช่วยป้องกันไม่ให้อสุจิสามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้ แต่อาจทำให้เกิดความระคายเคืองในผู้หญิงบางคนได้

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

  • คุมกำเนิดด้วย “ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด”

แบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ 

1.ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ซึ่งต้องทานเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และทานอีก 1 เม็ดหลังจากทานเม็ดแรกครบ 12 ชั่วโมง จึงจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด แต่ยาคุมชนิดนี้มีปริมาณฮอร์โมนที่สูงกว่ายาคุมกำเนิดทั่วไป 2 เท่า จึงไม่แนะนำให้ใช้ต่อเนื่อง

2.ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว

3.ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม คือมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนรวมกันในเม็ดเดียว โดยยาคุมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงมาก และเป็นชนิดที่เป็นที่นิยมมากเช่นเดียวกัน

หลักการสำคัญ คือ ยาคุมกำเนิดจะเข้าไปทำให้สภาวะมดลูกไม่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์ ทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวข้นมากขึ้น เพื่อให้อสุจิไม่สามารถเข้ามาผสมกับไข่ได้นั่นเอง แต่มี 1 ข้อแม้ คือ ต้องทานอย่างต่อเนื่อง การลืมทานเพียง 1 วันก็มีโอกาสจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

  • คุมกำเนิดด้วย “ยาคุมกำเนิดแบบฉีด”

เป็นอีกวิธีคุมกำเนิดที่ได้ผลดี สามารถฉีดได้ตั้งแต่หลังคลอด โดยจะเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ฉีด 1 ครั้งสามารถคุมกำเนิดได้นาน 1-3 เดือน แล้วแต่ชนิดของยา หลักการทำงานของยาก็จะคล้ายกับยาคุมกำเนิดแบบเม็ด คือ ยับยั้งการตกไข่ ทำให้สภาวะมดลูกไม่เหมาะสมกับการฝังตัวของตัวอ่อน และทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวข้นมากขึ้น อสุจิจึงผ่านเข้าไปเจอกับไข่ได้ยากขึ้น

การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีข้อเสียคือ ทำให้ประจำเดือนมากะปริบกะปรอยในระยะแรก จากนั้นประจำเดือนจะหยุดไป และแม้หยุดใช้ยาแล้ว ก็ไม่สามารถวางแผนมีลูกได้ในทันที อาจต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี จึงจะกลับมาตกไข่และมีประจำเดือนตามปกติ จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะสั้น

  • คุมกำเนิดด้วย “ยาคุมกำเนิดแบบฝัง”

ฝังยาคุมกำเนิด ก็สามารถทำได้ในคุณแม่หลังคลอดเช่นเดียวกัน เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทารกและน้ำนม โดยแพทย์จะทำการฝังหลอดพลาสติกเล็กๆ ที่บรรจุฮอร์โมน ไว้ใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขนด้านใน ขนาดยาวประมาณ 3 เซนติเมตร ฝังครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี กลไกลการทำงานของยาก็เช่นเดียวกับแบบฉีด แต่แตกต่างตรงที่สามารถมีลูกได้เร็วกว่าการคุมกำเนิดแบบฉีด หลังนำหลอดฮอร์โมนที่ฝังไว้ออก การตกไข่และรอบเดือนจะกลับมาเป็นปกติในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และหากต้องมีการใช้ยาปฏิชีวนะในช่วงที่มีการฝังยาคุมควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงได้

  • คุมกำเนิดด้วย “แผ่นแปะคุมกำเนิด”

ก็คือการนำยาฮอร์โมนมาทำในลักษณะแผ่นแปะภายนอก เหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ และก็ไม่อยากทานยาคุม โดยประสิทธิภาพของแผ่นแปะคุมกำเนิดก็เทียบเท่ากับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด แผ่นแปะจะมีลักษณะเป็นแผ่น บาง ยืดหยุ่น นำมาแปะที่บริเวณสะโพก หน้าท้อง แผ่นหลังช่วงบน หรือต้นแขนด้านนอก จากนั้นฮอร์โมนจะถูกซึมผ่านผิวหนังแล้วเข้าไปตามกระแสเลือดเพื่อคุมกำเนิด ข้อเสียคือ ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะทุก 1 สัปดาห์  และเมื่อใช้ครบ 3 สัปดาห์ต้องหยุดแปะ เพื่อให้ประจำเดือนมา แต่ก็เป็นวิธีคุมกำเนิดระยะสั้นที่ได้ผลดี และหากต้องการมีบุตร ก็สามารถมีได้ใน 1-2 รอบเดือนหลังหยุดใช้ยา

  • คุมกำเนิดด้วย “วงแหวนคุมกำเนิด”

วงแหวนคุมกำเนิด จะมีลักษณะเป็นพลาสติกสีขาวใส อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นง่าย โดยวงแหวนจะมีการบรรจุฮอร์โมน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนโปรเจสโตรเจน และฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดเช่นเดียวกับยาคุมชนิดเม็ด แต่วงแหวนคุมกำเนิดจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์ เมื่อครบ 21 วันต้องถอดออก และเว้นการใส่เพื่อให้ประจำเดือนมาแล้วค่อบกลับมาใส่ใหม่ เช่นเดียวกับการใช้แผ่นแปะ ข้อดีคือสามารถใส่ได้ด้วยตนเอง โดยการดันวงแหวนคุมกำเนิดเข้าไปในช่องคลอดจนสุด หากใส่ถูกวิธีจะไม่รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายใน แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นร่วมด้วยภายใน 7 วันแรกหลังการใส่วงแหวน เพื่อให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • คุมกำเนิดด้วย “การใส่ห่วงอนามัย”

เป็นวิธีที่เหมาะมากกับคนที่ไม่ต้องการคุมกำเนิดด้วยการใช้ยาฮอร์โมน ห่วงคุมกำเนิดจะมีลักษณะคล้ายตัว T ขนาดเล็ก ที่จะถูกใส่ไว้ในโพรงมดลูก เพื่อขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก โดยจะมีสายห่วงออกมาจากปากมดลูกยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ไม่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติ ไม่ส่งผลต่อฮอร์โมน ไม่คลื่นไส้อาเจียน ไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว อายุการใช้งานนาน 3-5 ปี

ข้อเสียก็คือ ต้องหมั่นตรวจเช็กสายห่วงอย่างสม่ำเสมอ คุณแม่หลังคลอดก็สามารถเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยการใส่ห่วงอนามัยได้ แต่แนะนำให้ใส่ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อป้องกันการหลุด

สำหรับใครที่มั่นใจแล้วว่าไม่อยากมีลูกเพิ่ม ต้องการ คุมกำเนิดแบบ “ถาวร” วิธีการที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “การทำหมัน” ซึ่งหลายวิธีคุมกำเนิดข้างต้นที่กล่าวมาเกือบทั้งหมดจะเป็นการคุมกำเนิดโดยคุณผู้หญิง แต่วิธีการนี้คุณผู้ชายทำได้!

  • การทำหมันชาย

ทำง่าย ปลอดภัย ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล… โดยการทำหมันชาย คุณหมอจะทำการผูก หรือตัดท่ออสุจิ เพื่อให้อสุจิที่ถูกสร้างขึ้นไม่สามารถเดินทางออกไปได้ การทำหมันจะไม่ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ยังคงสามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่มีตัวอสุจิอยู่ แต่แนะนำว่าควรคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นร่วมด้วยอย่างน้อย 3 เดือนหลังการผ่าตัด เนื่องจากอาจมีอสุจิหลงเหลืออยู่ หากครบ 3 เดือนพบคุณหมอเพื่อตรวจนับจำนวนอสุจิแล้วก็ไม่ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นอีก

แจกสิทธิรับ “ถุงยางฟรี\" รวมวิธีคุมกำเนิด ป้องกันเบบี๋เกิด ท้องไม่พร้อม

  • การทำหมันหญิง ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆ นั่นก็คือ
  1. การทำหมันเปียก หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การทำหมันหลังคลอดนั่นเอง ยิ่งหากเป็นการผ่าคลอด ยิ่งสามารถทำหมันได้ทันที แต่หากเป็นการคลอดธรรมชาติ หรือคลอดผ่านทางช่องคลอด ถ้าคุณแม่ฟื้นตัวได้ดี ก็สามารถทำหมันได้ทันทีหลังคลอดไปแล้ว 24-48 ชั่วโมง การทำหมันแบบเปียกจะทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากมดลูกยังลอยตัวอยู่ในช่องท้อง ยังไม่หดกลับเข้าไปในอุ้งเชิงกราน จึงสามารถหาท่อนำไข่ได้ง่ายกว่า วิธีการก็คือดมยาสลบแล้ว ลงแผลผ่าตัดใต้สะดือ ขนาดแผลยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปผูกท่อนำไข่ทั้งสองข้าง และตัดท่อนำไข่บางส่วนออก เพื่อให้ไข่ไม่สามารถไปยังโพรงมดลูกเพื่อการปฏิสนธิได้
  2. การทำหมันแห้ง วิธีการเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ช่วงเวลา การทำหมันแห้งก็คือการทำหมันในช่วงเวลาปกติ ที่มดลูกอยู่ในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะทำให้การหาท่อนำไข่ยากกว่า จะสามารถเลือกทำได้ 2 รูปแบบ คือ “การผ่าตัดเปิด” โดยจะเป็นผ่าตัดบริเวณหัวหน่าว และ “การผ่าตัดส่องกล้อง” ซึ่งจะเจ็บน้อยกว่า แผลเล็กกว่า แต่ต้องมีการเพิ่มลมเข้าไปในช่องท้องระหว่างการผ่าตัด จึงไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือมีระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ โดยการทำหมันแห้งจะนิยมช่วงหลังมีรอบเดือน เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์ และจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพจึงจะสามารถทำได้

อ้างอิง : โรงพยาบาลพญาไท ,สปสช. กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และ ธนาคารกรุงไทย