พื้นที่สุขภาวะสำคัญไฉน? เส้นชัย-ก้าวต่อใน 'Active City Forum'

ตอบคำถาม...พื้นที่สุขภาวะนั้นสำคัญไฉน? บทพิสูจน์ถึงความสำเร็จและก้าวต่อไปที่ทุกคนร่วมสร้างเมืองน่าอยู่และสุขภาพในฝันได้ในงาน Active City Forum วันนี้- 23 มี.ค. นี้
ทำไม ‘พื้นที่สุขภาวะ’ ถึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน คำตอบที่ง่ายสุดคือ เพราะพื้นที่สุขภาวะคือทุกพื้นที่รอบตัวเรา และพื้นที่เหล่านั้นเอื้อต่อการสร้างสุขภาวะที่ดี จึงหมายถึงได้ทั้งพื้นที่สาธารณะ ทางเท้า อาคารต่างๆ เป็นต้น ทว่าปัจจุบัน พื้นที่สุขภาวะถูกลดทอนความสำคัญลงไปนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนให้อยู่ติดบ้าน ใช้ชีวิตในโซเชียลมีเดียมากขึ้น ตอกย้ำด้วยวิกฤตการณ์ฝุ่น PM2.5 และมลภาวะต่างๆ ทั้งหมดคือปัจจัยที่ทำให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายลดลงอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงพยายามผลักดันให้เกิดพื้นที่สุขภาวะในเมืองทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งคือการปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้กลับมาเกิดประโยชน์ จนกระทั่งปัญหาดังกล่าวมีทิศทางที่ดีขึ้น
ยศพล บุญสม หัวหน้ากลุ่ม we!park และภูมิสถาปนิกโครงการ HSA กล่าวว่าที่ผ่านมา we!park ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของ สสส. ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร ด้วยการหนุนเสริมองค์ความรู้ อบรมบุคลากรให้มีความรู้เบื้องต้นเพื่อทำงานร่วมกับชุมชน รวมทั้งทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อระดมทุน ระดมทรัพยากร มาพัฒนาสวนและสร้างพื้นที่สุขภาวะ จนได้ตัวชี้วัดว่าสวนที่เกิดขึ้นไม่ได้มีจำนวนมากเพียงเท่านั้น แต่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับสิ่งที่ สสส. ให้ความสำคัญทั้งเหมาะกับทุกคน, ปลอดบุหรี่, เป็นพื้นที่อเนกประสงค์, ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม, เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะและจักรยาน, เชื่อมโยงเชิงศิลปะและวัฒนธรรม สวนที่เป็นพื้นที่สุขภาวะจึงเป็นมากกว่าพื้นที่ออกกำลังกาย แต่เป็นพื้นที่สร้างสุขภาพเมืองด้วย
นอกจากนี้ในพื้นที่ต่างจังหวัด we!park กับ สสส. ยังขยายความร่วมมือในการสร้างพื้นที่สุขภาวะด้วย
“ผมยกตัวอย่างสวนสาน ที่เขตคลองสาน เป็นพื้นที่ของเอกชนที่ยกให้กรุงเทพมหานครใช้เป็นเวลา 12 ปี ก็คือภาษีที่ดินเป็นนโยบายกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำมาพัฒนา ซึ่งเจ้าของที่แปลงนี้เห็นความสำคัญของพื้นที่สีเขียวของเมือง ก็มีการร่วมกับภาคี ระดมทรัพยากรของภาครัฐและเอกชนให้เข้ามาที่ส่วนร่วม จนปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของกระบวนการที่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ผลลัพธ์คือเกิดสวนที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ นี่คือโมเดลของการร่วมคิดร่วมทำจนเกิดการมีส่วนร่วมและมีความเป็นเจ้าของร่วมกัน”
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นจุดประกายให้หลายฝ่ายเข้าใจถึงความสำคัญของพื้นที่สุขภาวะ ซึ่ง ยศพล แห่ง we!park ได้อธิบายถึงความสำคัญให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า
“พื้นที่สุขภาวะไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่สวนอย่างเดียว แต่พื้นที่สุขภาวะเป็นพื้นที่รอบตัวที่เราใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าเปลี่ยนพื้นที่รอบตัวเราให้เรามีสุขภาพดีด้วย เช่น เราขี่จักรยานไปทำงาน เดินไปจ่ายตลาด เดินไปสวนสาธารณะ มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการไปใช้ชีวิตข้างนอก มลพิษไม่มี อุณหภูมิเหมาะสม มีการคำนึงถึงผู้สูงอายุ เมืองจะถูกใช้ชีวิตด้วยผู้คนทุกเพศทุกวัยมากขึ้น
ถ้ามองในทุกวันนี้ เมืองไม่ค่อยเอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ทั้งเรื่องกายภาพ สภาพแวดล้อมต่างๆ นี่เป็นส่ิงที่ออกแบบได้ เปลี่ยนแปลงได้ และอยู่ในทุกอณูของเมือง ไม่ใช่แค่พื้นที่ของรัฐ แต่อยู่ในอาคาร ทางเท้า ในวัด ในโรงเรียน ที่ทำให้เอื้อต่อการเกิดกิจกรรมทางกายได้”
แต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ ยศพล บอกว่า ต้องผ่านหลายขั้นตอน โดยเร่ิมจากมาตรการหนุนเสริมที่ดี แล้วตามด้วยความร่วมไม้ร่วมมือจากหลายฝ่าย และอย่างที่สามคือการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ด้านผังเมือง, เรื่องพื้นที่โล่งว่าง, พื้นที่สีเขียวในอาคาร หรือแม้กระทั่งการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำไปสู่ Health & Wellbeing มากขึ้น
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตของผู้คน เพราะตราบใดที่ผู้คนเห็นความสำคัญ ย่อมเกิดการช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ก็จะหนุนเสริมให้เกิดปัจจัยด้านสุขภาพ
ร่วมพิสูจน์ความสำเร็จของการสร้างพื้นที่สุขภาวะ และเป็นส่วนหนึ่งของก้าวต่อไปในพันธกิจเพื่อทุกลมหายใจได้ที่ งาน "Active City Forum : Activate city for healthier Life ปลุกเมืองให้สุขภาพดี ด้วยเราทุกคน" ที่ สสส. ร่วมกับ กลุ่ม we!park และภาคีเครือข่าย จัดงานนี้เพื่อมุ่งลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ โดยงานจะจัดขึ้นที่ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ในวันที่ 21 – 23 มี.ค. 2568
สำหรับนิทรรศการในงาน Active City Forum ภายในงาน มี 5 ส่วน ได้แก่
- เวทีเสวนาวิชาการระดับนานาชาติ 6 ประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาเมืองเพื่อสุขภาวะ 4 มิติ คือ การออกแบบพัฒนาเมือง วิถีชีวิต นโยบายรัฐ และการลงทุนที่ส่งเสริมสุขภาวะ
- เวทีถอดบทเรียน สร้างข้อเสนอกลไกเพื่อเมืองสุขภาพดีร่วมกันกว่า 30 องค์กร
- กิจกรรมเวิร์กช็อปวางแผนสร้างเมืองสุขภาวะ
- กิจกรรม Public Tour ขยับร่างกาย - เดิน ปั่น ล่อง กับเส้นทางแห่งสุขภาพ
- กิจกรรมสร้างเครือข่ายและนันทนาการ เช่น ออกกำลังกายท่าประยุกต์ ดูหนังในสวน
“ถ้าเราเห็นว่าเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต แล้วคิดว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง และอยากได้แนวคิดใหม่ๆ ได้เครื่องมือ ได้เครือข่าย ได้เพื่อน ที่จะเดินไปในทิศทางการสร้างเมืองและสร้างสุขภาพที่ดีขึ้น งานนี้จะเป็นแหล่งรวมและเครือข่ายในการสร้างเมืองที่มีพื้นที่สุขภาวะที่ดีด้วยกันครับ” หัวหน้ากลุ่ม we!park กล่าว