'รมว.ดีอี' ชี้ ผับย่านบางใหญ่ ถ่ายบัตร ปชช.-ใบหน้า ผิดกฎหมาย PDPA โทษสูง
”ประเสริฐ“ ลั่น ผับย่านบางใหญ่ ถ่ายบัตร ปชช.-ใบหน้า ผิดกฎหมาย PDPA โทษปรับสูง แนะผู้เสียหายแจ้งความแม้ยังไม่เกิดความเสียหาย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สถานบันเทิงย่านบางใหญ่ ถ่ายบัตรประชาชนและใบหน้าของลูกค้า ว่า ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ ถือว่าผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA หลังปรากฏเป็นข่าวได้สั่งการให้รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC ตรวจสอบและดำเนินการ
ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีแล้วประมาณ 65 คน พร้อมแนะนำให้ประชาชนที่ไปร้านแห่งนี้ไปแจ้งความไว้ แม้จะยังไม่ได้รับความเสียหายเพื่อป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะทำให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
นายประเสริฐ กล่าวว่า โดยหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบย้อนหลังไปว่าสถานบันเทิงดังกล่าวได้ข้อมูลส่วนบุคคลไปมากน้อยขนาดไหน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบต้นตอไปพร้อมกัน โดยมีหน่วยงานที่ตรวจสอบเบาะแสที่มีเครื่องมือร่วมตรวจสอบ และยังมีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามาให้ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. (PDPC) มีหน้าที่และภารกิจดูแลหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก เมื่อมีภาคเอกชนเข้ามาก็ต้องร่วมดำเนินการด้วย และต้องยอมรับว่าภาครัฐและภาคเอกชนมีจำนวนมาก บางอย่างรัฐบาลไม่สามารถรับรู้ได้ และกฎหมาย PDPA บังคับใช้แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่ต้องคุ้มครองรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า หากสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองไม่ปลอดภัย ให้แจ้งมายังกระทรวงดิจิทัลฯ ให้แจ้งมาที่หน่วย Eagle Eyes ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคล
นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงโทษนำข้อมูลส่วนบุคคลไปขาย ว่า มีโทษร้ายแรง มีโทษปรับสูง ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมามีบุคคลถูกโทษปรับไป 7 ล้านบาท ส่วนโทษจำคุกจะต้องพิจารณาจากความเสียหาย
นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการออกพระราชกำหนดการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงสัปดาห์ใดนี้นั้น เราได้เสนอสำนักงาน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ สลค.ไปแล้ว แต่ภายหลัง สลค.ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวมีความสมบูรณ์มากขึ้น และกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมกลับไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เป็นไปตามกระบวนการ ว่าจะสามารถเข้าที่ประชุม ครม.ทันพรุ่งนี้ (7 มกราคม 2568) หรือไม่
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการปราบปรามอาญากรรมทางไซเบอร์ โดยระบุว่าต้องเป็นพ.ร.ก.เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยธนาคาร และโอเปอร์เรเตอร์ ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ซึ่งมาตรการที่ออกไปแล้วหากไม่ปฏิบัติแล้วเกิดความเสียหายธนาคารและโอเปอร์เรเตอร์ต้องรับผิดชอบด้วย ทั้งกรณีมีการส่ง SMS แนบ link มาด้วย จะต้องมีการล้างข้อมูลใหม่ทั้งหมด โดยหากมี พ.ร.ก.ออกมาแล้ว ก็สามารถบังคับใช้ได้ทันที