‘ทักษิณ’ โว ไฟใต้ ปีหน้าจบ หลายประเทศร่วมมือ ทัศนคติคนเบาลงเยอะ

‘ทักษิณ’ โว ไฟใต้ ปีหน้าจบ หลายประเทศร่วมมือ ทัศนคติคนเบาลงเยอะ

'ทักษิณ' โวเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สันติภาพชายแดนใต้ หลายประเทศพร้อมร่วมมือ เชื่อภายในปีนี้สัญญานดี ปีหน้าน่าจะจบ ไม่ขออยู่ในคณะพูดคุย แก่แล้วแค่ให้คำแนะนำ

ที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในครั้งนี้  ว่า มีความตั้งใจที่อยากเห็นสันติสุขเกิดขึ้น ซึ่งจากบทบาทที่ปรึกษาประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตนอยากเห็นความร่วมมือในพื้นที่และความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านเป็นหัวใจสำคัญ ในการคืนสันติสุขให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้  ซึ่งในพื้นที่เราต้องมีการพูดคุยกันให้เข้าใจ ตนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้นำประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย ก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนอยากเห็นประเทศไทยและอยากเห็นอาเซียนเป็นที่มีความสงบสุข ทุกคนร่วมมือกันหมด ตนมีความรู้สึกว่าเป็นการร่วมมือที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเหมือนครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเราน่าจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดีกว่าจากความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

เมื่อถามว่า เรื่องที่จะนำไปหารือกับในประเทศอาเซียนนั้นมีเรื่องใดบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่คือเรื่องของการที่บุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งไม่ผิดอะไรเป็นการข้ามไปข้ามมา เพื่อทำมาหากิน และไปเยี่ยมเยียนกัน แต่การข้ามไปข้ามมาในเชิงของ เพื่อก่อการร้ายในประเทศได้แล้วไปหลบซ่อนนั้นเราได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี

เมื่อถามถึงเรื่องของการนิรโทษกรรม นายทักษิณ กล่าวว่า เราต้องคุยกันก่อน หากเราคุยกันจบแล้วทุกสิ่งทุกอย่างสามารถปรับได้หมดว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะให้คนที่มีความผิดไปแล้วและสำนึกผิดได้กลับมาประเทศไทยอย่างเดิม แต่ก็ต้องมีการพูดคุยกันอยู่อีกหลายขั้นตอนอยู่

เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรกับการที่รัฐบาลมีการทบทวนที่จะใช้นโยบาย 66/2523 นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นแนวที่เคยใช้สมัยก่อนก็ได้ผลดี แต่วันนี้อาจจะมีการพูดคุยกันในหลายๆ ฝ่ายแล้วก็ปรับให้เป็นไปได้ทุกอย่างเป็นไปได้

เมื่อถามอีกว่าหลังจากไม่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานมีเป้าหมายอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า 20 กว่าปีก็อยากจะกลับมาเห็นว่าความรู้สึกของคนที่นี่เป็นอย่างไรทัศนคติที่จะเห็นความปรองดองสันติสุขเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร วันนี้เท่าที่ดูแล้วมันฟูขึ้นเยอะ ยิ่งตนไปประสานงานกับต่างประเทศด้วยมั่นใจว่ามันเป็นสิ่งที่หาข้อยุติได้ และรู้สึกดีใจเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เมื่อถามด้วยว่า พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มองว่านายทักษิณเป็นแสงสว่างสุดท้าย และต้องรออีกนานแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่ต้องรอภายในปีนี้มันจะเห็นสัญลักษณ์ที่ดีขึ้นเยอะและปีหน้าน่าจะจบ

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตนมาใน 3 บทบาท ทั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทยที่มีลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ตนมีความรู้สึกว่ายังทำงานไม่จบ ก็อยากจะเห็นสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะเห็นตรงนี้ให้จบ โดยการเอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยก่อนที่เคยทำไปมาแชร์กันว่าเราควรปรับอย่างไร เพราะวันนี้ทัศนคติของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เบาลงเยอะ เข้าใจขึ้นเยอะ

เมื่อถามย้ำว่าหลังจากนี้จะเห็นความชัดเจนในการตั้งคณะพูดคุยหรือการเดินหน้าต่อในการดำเนินการคืนสันติสุขให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายทักษิณ กล่าวว่า ภายในปีนี้ทุกอย่างคงเห็นได้ชัดขึ้นเพราะอดีตรองประธานาธิบดีของประเทศอินโดนีเซีย นายยูซูฟ คัลลา ก็อาสามาช่วย และมีคนอาสาเข้ามาช่วยจากหลายๆ ที่ด้วย

เมื่อถามต่อว่าส่วนตัวจะมีการเข้าพูดคุยด้วยตนเองหรือไม่นั้น นายทักษิณ กล่าวว่า แน่นอน ตนจะพยายามอยู่ห่างๆ และให้คำแนะนำ แต่ว่าเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำงานของเขาโดยตรง

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าตัวเองจะเข้าไปอยู่ในคณะการพูดคุย นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมแก่แล้ว” ส่วนจะมีการถอนกำลังทหารออกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งพูดไปไกล หลังจากวันนี้ที่มีการพูดคุยกันอะไรที่จำเป็นก็อยู่ต่อไป อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ควรอยู่