‘แพทองธาร’พิทักษ์ครอบครัว แจงเอง ชั้น14-ภาษี-ที่ดิน-ธุรกิจ

‘แพทองธาร’พิทักษ์ครอบครัว แจงเอง ชั้น14 การันตีบิดาป่วยจริง-ภาษี-ที่ดิน-ธุรกิจ จับตาโหวต“ขั้วรัฐบาล”เสียงหนุนเพิ่ม ปชน.ฟันดาบสองชง ป.ป.ช.-ศาลรธน.
จบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร แบบบัวไม่ค่อยช้ำ น้ำไม่ค่อยขุ่น แม้จะเป้าล็อก “นายกฯอิ๊งค์ - คนในครอบครัว” ด้วยข้อกล่าวหา “ดีลแลกประเทศ” เพื่อฉายภาพในมิติการเมือง
ทว่าอีกความคาดหวังของเวทีซักฟอก อยู่ที่ตรวจสอบการทุจริตในรัฐบาล แต่ข้อมูล “ขั้วฝ่ายค้าน” กลับไม่ใหม่ และไม่แน่นมากพอ
ต้องยอมรับว่าระยะเวลา 6 เดือนของรัฐบาลแพทองธาร ยังไม่มีแผล ที่เปิดช่องให้ “ขั้วฝ่ายค้าน” ได้ชำแหละ แม้ภาพรวมรัฐบาลเกือบ 2 ปี แต่บรรดาโครงการเรือธง กลับเหมือนอยู่ในช่วงตั้งไข่ แม้จะมีข่าวเล็ดลอดว่ามี “บิ๊กดีล” กับ “บิ๊กเอกชน”แต่ต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน ข้อมูลในมือคู่แข่ง-คู่แค้น จึงยังสาวไปไม่ถึง
ขณะเดียวกัน “ทีมนายใหญ่-ทีมเพื่อไทย” ที่ระดมหาข้อมูลเชิงลึก สามารถเก็งข้อสอบของ“พรรคประชาชน” ได้อย่างแม่นยำ โดยมั่นใจว่าจะโดนโจมตีในประเด็นทางการเมือง ไม่มีประเด็นทุจริตให้ต้องกังวลใจ
การที่ “ขั้วฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติซักฟอกนายกฯแพทองธาร เพียงคนเดียวจึงเป็นเกมเข้าทาง “ขั้วรัฐบาล” เพราะต้องสามัคคีปกป้อง “กล่องดวงใจรัฐบาล” ทำให้ไม่มีพรรคใดวางเกม-วางงาน เตะตัดขากันเอง
บรรยากาศซักฟอก 2 วันที่ผ่านมา “นายกฯหญิง” เดินตามแผนที่ “ทีมนายใหญ่-ทีมเพื่อไทย” วางหมากเอาไว้ โดยจะเน้นชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “ครอบครัวชินวัตร” ส่วนข้อกล่าวหาการทำงานของรัฐบาล ได้มอบหมายให้ “รัฐมนตรี”มีส่วนเกี่ยวข้องชี้แจง ตอบโต้แทน
จึงมีเพียง 3 ประเด็นหลักที่ “นายกฯอิ๊งค์” ชี้แจงลงรายละเอียด เรื่องแรก การรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจของบิดา "ทักษิณ ชินวัตร" ระหว่างรับโทษ โดยไม่เคยก้าวเข้าเรือนจำแม้แต่วันเดียว
ปัดดีลปีศาจแลก“ทักษิณ”กลับ
“รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่าแพทองธารเป็น 1 ใน 10 รายชื่อที่ “ทักษิณ” กำหนดให้เข้าเยี่ยมได้ ไม่เห็นสภาพของพ่อหรือว่า ป่วยหนักขนาดไหน ทำไมจึงให้ทำเรื่องขออภัยโทษเอง
พร้อมทั้งยกตัวอย่าง "นักโทษไม่มีเส้น มาเปรียบเทียบกับนักโทษเส้นเคเบิลสะพานแขวน ต่อไปใครมีเส้น ทำแบบนี้ได้หมด คุกมีไว้ขังคนจน นายกฯ ไม่รู้สึกเลยหรือว่า มีส่วนฆาตกรรมความยุติธรรม ทำให้ความยุติธรรมมีหลายมาตรฐาน”
แพทองธาร ลุกขึ้นชี้แจงว่า "ตั้งแต่คุณพ่อกลับไทยจนถึงวันที่ออกจากชั้น 14 ดิฉันยังไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่มีอำนาจเลย การอภิปรายแบบนี้ต้องเห็นคุณค่าของผู้รักษากฎหมายด้วย ด้อยค่าข้าราชการ"
“ไม่ว่าลูกคนไหนที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดกับคุณพ่อผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด สถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา ทุกคนต้องทราบดี ถึงความยากลำบากที่เราผ่านมา ถ้าจะหาใครสักคนเผชิญเรื่องความไม่ยุติธรรม มั่นใจว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหนึ่งในท็อป ๆ ที่ได้รับความมอยุติธรรม"
แพทองธารยังปฏิเสธปม “ดีลปีศาจ” ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลว่า “100% ไม่ใช่ความจริงเลย เพราะนี่คือการตัดสินใจของท่านอย่างเต็มรูปแบบที่จะกลับมา”
ตั๋ว PN นิติกรรมอำพราง
ประเด็นที่สอง การใช้ “ตั๋วสัญญาใช้เงิน” หรือ “ตั๋ว PN” 9 ฉบับกว่า 4.4 พันล้านบาท ในการซื้อขายหุ้น 7 บริษัทแก่บุคคลใน “ครอบครัวชินวัตร” 5 คน โดย “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามส่อมีพฤติการณ์นิติกรรมอำพราง เข้าข่ายเลี่ยงไม่ต้องจ่ายภาษีกว่า 218 ล้านบาทหรือไม่
แพทองธารยืนยัน โดยยกมาตรฐานที่นักธุรกิจทั่วไปใช้วิธีนี้ ว่า "มีความชัดเจนว่าไม่ได้เป็นนิติกรรมอำพรางแต่อย่างใด ทั้งหมดได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว สามารถตรวจสอบได้แน่นอน วิธีการปรับโครงสร้าง PN ไม่ใช่เรื่องใหม่ ขอให้ท่านไปถามสมาชิกในพรรคของท่านดูว่า มีใครทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องปกติ”
ต้องยอมรับว่าปม “ตั๋ว PN” มีช่องว่างทางกฎหมาย เปิดช่องให้เล็ดลอดได้ เนื่องจากการซื้อขายยังไม่ลงรายละเอียดการชำระเงิน รายละเอียดดอกเบี้ย จึงเสมือนการ “ฝาก” เอาไว้ ส่วนจะเข้าข่ายกฎหมายการรับให้อย่างไรหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะวินิจฉัย
ที่ดินโรงแรมเขาใหญ่ถูกกฎหมาย
ประเด็นที่สาม “ธีรัจชัย พันธุมาศ” สส.กทม. พรรคประชาชน ไล่เรียงบัญชีทรัพย์สินของ “แพทองธาร” ระบุว่าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ โฮเต็ล จำกัด โดยนายกฯ เป็นเจ้าของโรงแรมดังกล่าว และเป็นกรรมการบริษัท ตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการเพื่อมาเป็นนายกฯ
โดยที่ดินที่โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ แบ่งออกเป็น 4 แปลง มีโฉนดทุกแปลง คือโฉนดเลขที่ 22054 76046 76047 และ 76048 อยู่ใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
“ธีรัจชัย” ตั้งข้อสังเกตไว้ 2 เงื่อนปมหลักคือ 1.สิ่งที่ต้องย้อนไปดูอันดับแรก ก็คือที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูของนายกแพทองธารแต่เดิมเป็นที่ดินอะไร พอตรวจสอบย้อนหลังแล้ว จึงพบว่า ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของ “นิคมสร้างตนเองลำตะคอง”
2.แผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน ที่จัดทำโดย GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นแผนที่นี้จัดทำขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการบุกรุกป่าบริเวณเขาใหญ่ในปี 2558
โดยแพทองธารยืนยันว่า “การออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย บริษัทของครอบครัวทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด ในการเข้าประกอบกิจการโรงแรม ทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้อง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้น ริม ถ.ธนะรัชต์ ซึ่งหาไม่ยาก”
การชี้แจงทั้ง 3 ประเด็นที่เกี่ยวพันกับ “คนในครอบครัว” เป็นเรื่องที่แพทองธารเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องปกป้องคนใน“ตระกูลชินวัตร” ที่โยงใยในเรื่องธุรกิจ ในสภาฯ ย่อมไม่มีใครพูดแทน แล้วมีน้ำหนักได้มากกว่า“คนในครอบครัว”
เสียงโหวตพรรคร่วมฯหนุนนายกฯ
สำหรับเสียงโหวตไว้วางใจ นายกฯแพทองธารไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากขั้วรัฐบาลมี 321 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 142 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง (อาจจะมี 4 เสียง ที่ไม่โหวตสนับสนุน อาจจะงดออกเสียง)
พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคกล้าธรรม 24 เสียง
ขณะที่ขั้วฝ่ายค้าน มี 176 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง (กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เปิดตัว ร่วมงานพรรคกล้าธรรม) พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง (มีแนวโน้มโหวตสนับสนุนรัฐบาล 4 เสียง) พรรคเป็นธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยก้าวหน้า พรรคละ 1 เสียง
โดยจำนวน สส. ทั้งหมด อยู่ที่ 493 เสียง หากโหวตเกิน 247 เสียงขึ้นไป จะทำให้แพทองธารยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯต่อไป
ทว่า สถานการณ์ที่น่าจับตามองคือ เสียงโหวตของ “ขั้วพรรคร่วมรัฐบาล” โฟกัสหลักไปที่ “ค่ายสีน้ำเงิน” อย่างพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีปัญหาการทำงานร่วมกับ “นายใหญ่-เพื่อไทย” มาโดยตลอด ถึงถูกจับจ้องว่า การโหวตครั้งนี้ จะมี“ดีลลับ"ต่อรอง เพื่อแลกกับเสียงโหวตไว้วางใจหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ประกาศล่วงหน้าว่า มีเสียงหนุนนายกฯ เพิ่มอีก 10 เสียง โฟกัสไปที่ สส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาชน
จับตาปรับครม.พท.-พรรคร่วมฯ
ชอตต่อไปหลังศึกซักฟอก ต้องจับตาการปรับคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯแพทองธาร อาจจะสอบถามไปยัง “หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล” หากพรรคใดมีความประสงค์ที่จะปรับเปลี่ยน “รัฐมนตรี” สามารถแสดงเจตจำนงมาได้
ตัวแปรหลัก ต้องเช็คเสียงโหวต “นายกฯ” ว่า ทิศทางของ “พรรคร่วมรัฐบาล” แต่ละพรรคเป็นอย่างไร โดยเฉพาะ “พรรคภูมิใจไทย” หากยอดรวม 69 เสียง เทให้ไม่หมด อาจจะทำให้เกมเปลี่ยนได้
เช่นเดียวกับ “พรรคกล้าธรรม” ที่เพื่อไทย รอวัดฝีมือ “ธรรมนัส” ว่าจะสามารถดูด สส.ขั้วฝ่ายค้าน มาเติมเสียง-เติมกำลังให้รัฐบาลได้แค่ไหน หากมาตามนัด โอกาสที่ผู้กองจะขยับเข้าโควตา ครม.ก็เป็นไปได้สูง
ปชน.ยื่นปปช.-ศาลรธน.สอย
ด้านพรรคประชาชน แม้จะรู้ผลลัพธ์เรื่องการโหวต แต่การใช้เวทีสภาฯ เล่นงานรัฐบาล จะเป็นแต้มต่อ โดยเตรียมขยายผลจากศึกซักฟอก เป็นดาบสอง ไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิด
ถึงแม้จะรู้ว่า โอกาสที่สอยแพทองธารลงจากเก้าอี้นายกฯ มีน้อย แต่ก็เป็นชอตต่อเนื่องที่ต้องดำเนินการ เพราะการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน หากเกมเปลี่ยน-ดีลเปลี่ยน การเปลี่ยนตัวผู้นำย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ระบุว่า ปมหุ้น การทำธุรกรรมแบบนี้ กรมสรรพากรจะชี้แจงว่าอย่างไร ขึ้นอยู่กับหน่วยงานด้วยที่จะวางมาตรฐานไว้อย่างไร ส่วนจะยื่นตรวจสอบจริยธรรมด้วยหรือไม่ อาจจะต้องประเมินคำชี้แจงของแพทองธาร
ทั้งหมดคือภาพรวม 2 วัน ในศึกซักฟอกครั้งแรกของ “รัฐบาลแพทองธาร” ระยะเวลาเพียง 6 เดือน แผลอาจจะยังไม่มากพอ แต่ศึกซักฟอกรอบต่อไป โอกาสถูกเหมาทั้ง ครม.เป็นไปได้สูง