สินค้าใช้แล้ว สู่สินค้าสภาพเหมือนใหม่ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี | World Wide View

สินค้าใช้แล้ว สู่สินค้าสภาพเหมือนใหม่ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี | World Wide View

สังคมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ให้ความสำคัญในการนำสินค้าใช้แล้วมาปรับปรุงให้มีสภาพเหมือนใหม่อีกครั้ง หรือ Remanufactured Goods แต่มักถูกกีดกันทางการค้าในบริบทการค้าระหว่างประเทศ

สังคมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ความสำคัญกับการนำสินค้าและวัตถุดิบที่ผ่านการใช้งานแล้วหมุนกลับเข้ามาอยู่ในวงจรการผลิตอีกครั้ง โดยพยายามยืดวงจรการใช้งานและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของสินค้าให้ได้มากที่สุด ด้วยการซ่อมแซม (Repair) การรีไซเคิล (Recycle) หรือการนำมาปรับปรุงให้มีสภาพเหมือนสินค้าใหม่ (Remanufacture)

สินค้าที่ใช้แล้วและนำมาปรับปรุงสภาพให้เหมือนของใหม่ (Remanufactured Goods) เป็นการนำสินค้าที่ผ่านการใช้งานและเสื่อมสมรรถนะแล้ว มาผ่านกระบวนการให้กลับมามีสมรรถนะเหมือนของใหม่ โดยใช้การแยกชิ้นส่วน การทำความสะอาด การเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพแล้วด้วยชิ้นส่วนใหม่ การตรวจสอบ และการทดสอบ อาทิ สินค้าจำพวกอากาศยาน ยานยนต์ อะไหล่รถบรรทุก เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์

อุตสาหกรรมนี้จะช่วยลดการใช้วัตถุดิบและพลังงาน ทั้งยังสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณสมบัติเหมือนของใหม่ในราคาที่ถูกลง และจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจจากทักษะแรงงานและอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง หน่วยงานภาครัฐยังมีความกังวลในเรื่องมาตรฐานการควบคุมสินค้า ความปลอดภัยของผู้บริโภค และความเสี่ยงต่อการฉ้อฉลและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องขยะ

Remanufactured Goods มักถูกกีดกันทางการค้า ในบริบทการค้าระหว่างประเทศ โดยถูกจัดประเภทว่าเป็นสินค้าใช้แล้ว (Used Goods) ซึ่งต้องใช้ใบอนุญาตนำเข้าหรือเป็นสินค้าห้ามนำเข้า นอกจากนี้ กฎหมายภายในของหลายประเทศยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Remanufactured Goods ทำให้เกิดความคลุมเครือและความสับสนในระดับภาคเอกชนและภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศได้มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงมีการบรรจุข้อบทในความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเป็นเครื่องมือส่งเสริมและลดการกีดกันการค้าสินค้าดังกล่าวระหว่างภาคี โดยการ

(1) กำหนดขอบเขตและคำนิยามของ Remanufactured Goods และวัสดุที่นำกลับคืน (Recovered Material)[1]

(2) บรรจุข้อบทด้านการเข้าสู่ตลาด (Market access) เพื่อป้องกันไม่ให้ Remanufactured Goods ถูกจัดว่าเป็นสินค้าใช้แล้ว

(3) กำหนดเงื่อนไขการได้ถิ่นกำเนิดสินค้าของ Recovered Material ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ Remanufactured Goods ผ่านถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ FTA ได้ง่ายขึ้นและได้รับสิทธิยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรในประเทศภาคีผู้นำเข้าได้

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า ไม่มีแบบแผนสากลสำหรับการกำหนดข้อบทเกี่ยวกับ Remanufactured Goods ใน FTA การกำหนดกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายด้านการปรับปรุงสภาพสินค้าในแต่ละประเทศหรือภูมิภาคที่แตกต่างกัน ดังนั้น ประเทศไทยควรกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อ Remanufactured Goods ให้ชัดเจน ใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

(1) การกำหนดนิยามและมาตรฐาน Remanufactured Goods ที่ชัดเจน เพื่อแยกออกจากสินค้าใช้แล้ว และลดความคลุมเครือในการใช้บังคับกฎหมาย

(2) การปรับปรุงกฎระเบียบทางการค้า โดยเฉพาะการแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศและการเจรจาข้อบท Remanufactured Goods ในความตกลงการค้าเสรีให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ

(3) การพัฒนากลไกการควบคุมทางศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อป้องกันการฉ้อฉล และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[1] ชิ้นส่วนที่แยกออกมาจากสินค้าใช้แล้วและผ่านกระบวนการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใช้งานได้ เป็นส่วนประกอบของ Remanufactured Goods