วัดอุณหภูมิ ตลาดรถยนต์ ฝ่าเศรษฐกิจ ลีสซิ่ง ฟื้นตัว หรือ ร่วงต่อ

วัดอุณหภูมิ ตลาดรถยนต์ ฝ่าเศรษฐกิจ ลีสซิ่ง ฟื้นตัว หรือ ร่วงต่อ

เปิดมุมมอง 5 ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ ประเมินตลาด โอกาสร่วง หรือฟื้นตัวเล็กน้อย คาดยอด 5.3-6 แสน คัน หวังมอเตอร์โชว์ มาตรการรัฐกระตุ้น

ตลาดรถยนต์ปี 2567 ทำสถิติที่ผู้ประกอบการไม่มีความสุขนัก คือ ต่ำสุดในรอบ 15 ปี ด้วยยอดขาย 5.7 แสนคัน ลดลง 26% จากปีก่อนหน้า

ส่วนปีนี้หลายฝ่ายคาดหวังว่าปัจจัยลบหลายอย่างจะคลี่คลาย และทำให้ตลาดฟื้นตัว

และช่วงนี้ที่เมืองทองธานีมีงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งเป็นปีที่มีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์​ 41 แบรนด์ และหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะมีส่วนกระตุ้นตลาด และอย่างน้อยตัวเลขยอดจองในงานจะเป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดปีนี้ได้ส่วนหนึ่ง

ซึ่งจากการสอบถามผุ้ประกอบร่วมงาน ต่างก็มีความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ ตลาดจะทรงตัว หรือเติบโตได้เล็กน้อยเท่านั้น ไม่เกิน 6 แสนคัน แต่ก็มีบางคนที่มองว่าอาจจะน้อยกว่าที่ผ่านมา เพราะยังไม่เห็นสัญญาณบวกหรือการคลี่คลายของปัจจัยลบที่ชัดเจน โดยเฉพาะทิศทางเศรษฐกิจ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประเมินว่าตลาดปีนี้จะอยู่ในระดับ 6 แสนคัน แม้ว่าช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ตลาดจะติดประมาณ 10% แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากอัตราการติดลบที่ลดลง

ที่สำคัญคือหากเทียบกับช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2567 พบว่าต้นปี 2568 ดีกว่าชัดเจน ดังนั้นหากสถานการณ์อื่น ๆ ดีขึ้น ก็น่าจะทำให้ตลาดขยายตัวได้เล็กน้อย

นอกจากนี้ตลาดจะได้รับแรงหนุนบางส่วนจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อรถปิกอัพ ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย.​ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน เพราะปัจจุบันปิกอัพซึ่งเกือบทั้งหมดผลิตในไทย และใช้ชิ้นส่วน 90-95% มีซัพพลายเออร์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลดีตามไปด้วย

ขณะที่อัตราการปฏิเสธสินเชื่อแม้จะมีอัตราเฉลี่ยที่ค่อนสูง แต่มองว่าในส่วนตลาดปิกอัพน่าจะดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ จากการใช้งานรถเชิงพาณิชย์

วัดอุณหภูมิ ตลาดรถยนต์ ฝ่าเศรษฐกิจ ลีสซิ่ง ฟื้นตัว หรือ ร่วงต่อ

ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่าตลาดรถยนต์ปีนี้คาดว่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปี 2567 โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ตลาดใหญ่อย่างปิกอัพยังไม่กระเตื้องขึ้น โดยปีที่ผ่านมามียอดขายรวม 1.63 แสนคัน

โดยปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือ การที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นการบ้านให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องแก้ปัญหากันในปีน้ี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในอนาคต

 

ณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ จีลี (Geely) กล่าวว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ปีนี้ยังคงเป็นปีที่เหนื่อยสำหรับผู้ประกอบการ จากปัจจัยลบต่าง ๆ โดยคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 5.8-6 แสนคัน

ซึ่งตัวเลขดังกล่าวหากทำได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากหากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ 

ซึ่งสิ่งที่เอกชนต้องการเห็นเช่น มาตการด้านการสนับสนุนสินเชื่อหรือการผ่อนคลายความเข้มงวด หรือ มาตรการด้านภาษี เช่น การนำไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อ เป็นต้น

ส่วนแนวคิดของเอกชนที่เสนอคือ รถเก่าแลกรถใหม่ ก็มองว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร หากมีการดำเนินการจริง ๆ ในอนาคต

 

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2567 ตลาดหดตัวรุนแรง ขณะเดียวกันการแข่งขันก็รุนแรง โดยเฉพาะสงครามราคา ซึ่งส่งผลกระทบกระทบต่อตลาด

ส่วนปีนี้คาดว่าผู้ประกอบการต่าง ๆ มีประสบการณ์และรู้วิธีการรับมือกับการแข่งขันที่ดีขึ้น ทำให้การปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาครัฐเองก็พยายามหาทางในการแก้ปัญหาเรื่องสินเชื่อที่อัตราปฏิเสธในภาพรวมสูง

ดังนั้นมองว่าภาพรวมตลาดปีนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่ผ่านมามากนัก โดยหากเติบโตก็จะไม่มากนัก อยู่ในระดับ 6 แสนคัน

 

วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลสำหรับตลาดรถยนต์คือ ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในการซื้อรถ แม้บางคนจะมีกำลังซื้อก็ตาม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามราคา ทำให้ผู้บริโภคเกิดความคาดหวังว่าจะได้ข้อเสนอที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา

และเมื่อรวมกับปัจจัยลบต่าง ๆ ทำให้คาดว่าตลาดรถปีนี้จะไม่ขยายตัว หรืออาจจะติดลบ เหมือนดังที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าจะอยู่ในระดับ 5.3 แสนคัน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจ หรือเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีนัก รวมถึงการท่องเที่ยวที่บูมอย่างมากในปี 2567 แต่ปัจจุบันกลับชะลอตัวอย่างชัดเจน

สำหรับงานมอเตอร์โชว์ ปีนี้ จะจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 6 เม.ย. โดยพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดการ ระบุว่าแม้ภาพรวมตลาดรถยนต์และเศรษฐกิจจะไม่ดีนัก แต่การมีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานจำนวนมากเป็นประวัติการณ์

โดยเฉพาะรถจากจีนที่เพิ่มขึ้น 14 แบรนด์ บวกกับการจัดกิจกรรมกระตุ้นการขาย และความต้องการที่จะมีรถยนต์ของผู้บริโภค จะทำให้รายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 10%

ทั้งนี้ปี 2567 ที่ผ่านมา ยอดจองในงานมีทั้งสิ้น 5.3 หมื่นคัน