โบรกเกอร์คาด ไตรมาส 2/65 'กลุ่มแบงก์’ กำไร 5.2 หมื่นล้านบาท

โบรกเกอร์คาด ไตรมาส 2/65 'กลุ่มแบงก์’ กำไร 5.2 หมื่นล้านบาท

โบรกเกอร์ ประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ไตรมาส 2/65 “เอเซียพลัส ”คาด 5.2 หมื่นล้านบาท โต 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังสำรองลด - รายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ด้าน บล.พาย เชื่อใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน ลุ้น กนง.ขึ้นดอกเบี้ย ส.ค. หนุนผลดำเนินงาน ดันทั้งปีกำไร 2 แสนล้านบาท

โบรกเกอร์คาด ไตรมาส 2/65 \'กลุ่มแบงก์’ กำไร 5.2 หมื่นล้านบาท        นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า คาดการณ์กำไรไตรมาส 2 ปี 2565 กลุ่มแบงก์ ประกอบด้วยคือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทิสโก้ ( TISCO) ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB)ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) อยู่ที่  5.2  หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับไตรมาส 2 ปีก่อน (ไม่รวมกำไรพิเศษของBAY) เนื่องจากสถานการณ์หนี้เสียที่ยังทรงตัว ทำให้การตั้งสำรองลดลง และอยู่ใกล้กับไตรมาสแรกที่ผ่านมา

        รวมถึงยังได้รับผลบวกจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ ที่ยังบวกต่อเนื่อง จากสินเชื่อที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยหากดูจากสินเชื่อล่าสุดของทั้ง 8 แบงก์ พบว่า ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมา 0.5% หากเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ดังนั้นน่าจะเป็นแรงหนุนภาพรวมให้เติบโตได้ แต่ในส่วน รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อย่างรายได้ที่มาจากธุรกิจตลาดทุน หลักทรัพย์ ปัจจุบันได้รับผลกระทบ จากตลาดที่ทุนลดลง ทำให้หากเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 จะใกล้เคียงกัน 

      สำหรับคำแนะนำการลงทุน มองว่ากลุ่มแบงก์ มีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง จากผลบวกเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ดังนั้นจึงให้น้ำหนักกลุ่มแบงก์เท่าตลาด

      โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ ที่มีความได้เปรียบจากการขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า โดยแนะนำ KBANK โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 174 บาท ,BBL ที่ 152 บาท และ KTB ที่ 16.10 บาท

      นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากดูแนวโน้มกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ปี 2565 มองว่ากำไรอาจใกล้เคียงหรือลดลงเล็กน้อย หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน หากหักกำไรพิเศษของ BAY 8 พันล้านบาท

     อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา คาดว่า กำไรโดยรวมน่าจะลดลง จากรายได้ค่าธรรมเนียม และพอร์ตการลงทุนในตลาดทุน หลักทรัพย์ที่ลดลง จากความผันผวนของตลาดทุน ทำให้ค่าธรรมเนียมตลาดทุน กองทุนโบรกเกอร์ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร        

    ส่วนสำรองหนี้ คาดว่าจะไม่ต่างกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ที่สำรองอยู่ที่ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ลดลงหากเทียบกับปีก่อนที่สำรองสูงถึง 5.5 หมื่นล้านบาท

     อย่างไรก็ตาม มองทิศทางผลประกอบการของแบงก์ในระยะข้างหน้า มีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง จากสินเชื่อที่ขยายตัวได้ต่อ รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นระยะข้างหน้า ตามคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คาดจะขึ้นส.ค.

    ดังนั้นคาดว่า อาจเห็นแบงก์ต่างๆ ทยอยปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้ แต่คงไม่ได้ขึ้นทั้งกระดาน หมดทุกสินเชื่อ เพื่อลดผลกระทบต่อลูกหนี้

    ส่วนการเติบโตของกำไรแบงก์ปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ระดับ 9% หรือ 2 แสนล้านบาท หากเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่สำรองทั้งปีคาดอยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท ลดลงหากเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 2.1 แสนล้านบาท

      อย่างไรก็ตามจากทิศทางผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อ สำหรับแบงก์ที่ไม่ได้มีพอร์ตรายย่อยมากนัก เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 159 บาท และแบงก์ที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงอย่าง ธนาคารทิสโก้ (TISCO) ให้ราคาเหมาะสมที่ 106 บาท รวมถึง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่มีผลประกอบการโตต่อเนื่อง โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 174 บาท
 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์