คลัง เร่งสร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจ เดินหน้ามาตรการเร่ง GDP โต 3%

"คลัง" เร่งสร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ยันไม่พบสัญญาณเสี่ยงระยะยาว หลังเหตุแผ่นดินไหว พร้อมเดินหน้ามาตรการกระตุ้น GDP ปีนี้ขยายตัวมากกว่า 3%
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น โดยคาดว่าจะมีผลในระยะสั้น แต่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง รัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ GDP เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3% หรือมากกว่านั้น พร้อมทั้งเร่งสร้างความเชื่อมั่นโดยเร็วที่สุด
"ในวันนี้สิ่งที่ทุกภาคส่วนปฏิบัติคือการให้การช่วยเหลือสิ่งที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้ากับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่เรื่องเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังอยากให้ความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีความเข้มแข็งและมีความมั่นคง อีกทั้งขณะนี้ยังไม่มีระบบเศรษฐกิจไหนเลยที่ส่งสัญญาณว่ามีปัญหาและจะสร้างความเสียหายในระยะยาว"
นายลวรณ กล่าวว่า ในวันนี้มีข่าวลือที่ออกมาสร้างความแตกตื่น ก็อยากให้ช่วยกันสร้างข่าวจริงว่าเรามีความเข้มแข็งทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น
โดยเบื้องต้น กระทรวงการคลังได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ ผ่านการออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้จากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 7 แห่งและธนาคารกรุงไทย ทั้งเรื่องการพักชำระหนี้และการให้เงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษให้กับผู้ประกอบการ โดยคาดว่าจะมีการสรุปความต้องการสินเชื่อหลังจากนี้ 1 สัปดาห์
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังได้ออกหลักเกณฑ์ผ่อนปรนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง สามารถดำเนินการจ้างแบบเฉพาะเจาะจงได้เลย เพื่อการซ่อมแซมส่วนราชการที่เสียหายเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่ากรณีตึกถล่ม จะต้องมีการปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุของปัญหา แต่เชื่อมั่นว่ากฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมีความรัดกุมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จะมีการทบทวนกระบวนการดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการจัดเกรดผู้รับเหมาขนาดใหญ่ เพื่อให้การคัดเลือกมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าบริษัทประกันภัยทั้ง 4 แห่ง ที่อาคารที่ประสบเหตุได้ทำประกันไว้ในวงเงินกว่า 2,200 ล้านบาท มีความมั่นใจว่าจะสามารถรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้และไม่กระทบกับสถานะการเงินของบริษัท