CKP "หนึ่งเดียว"โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เติบโตเข้าสู่พลังงานสะอาด
หุ้นไทยนาที ยอมรับว่าเลือกหุ้นลงทุนได้จำกัด แม้ว่าดัชนีปรับตัวขึ้นมาเหนือ 1,600 จุด หุ้นรายตัวกลับเป็นการเวียนหุ้นลงทุน และเปลี่ยนธีมกันอย่างรวดเร็ว ราคาหุ้นขึ้นมารับปัจจัยบวก และราคาหุ้นยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (Laggard) กลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้า
ความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มนี้เจอปัจจัยกระทบพร้อมกันแต่บางบริษัทฉีกตัวไปยังธุรกิจใหม่ (New S Curve) รวมไปถึงการเพิ่มรายได้ที่แน่นอนให้กลายเป็นรายได้ที่เติบโต หุ้นในกลุ่มนี้ที่ราคาหุ้นขยับไม่มาก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP
CKP หุ้นไฟฟ้ารายใหญ่ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,167 เมกะวัตต์ โดยมีฐานรายได้สำคัญ และเป็นรายใหญ่ในสปป.ลาว ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งให้กับ CKP ก็ว่าได้
โรงไฟฟ้าพลังน้ำงึม 2 มีกำลังการผลิต 615 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี มีกำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ตามสิ้นปี 2564 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ ปี 2564 ที่ แบ่งเป็น พลังงานน้ำ 3,414 ล้านบาท (ปี 2563 ที่ 1,716 ล้านบาท ) โคเจนเนอเรชั่น 4,902 ล้านบาท (ปี 2563 ที่ 4,652 ล้านบาท ) และแสงอาทิตย์ 188 ล้านบาท (ปี 2563 ที่ 157 ล้านบาท )
ขณะที่ตามงบปี 6 เดือนแรก ปี 2565 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ รวม 4,792 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ รวมเป็น 5,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ท่ามกลางปัจจัยลบต้นทุนราคาพลังงานทำผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น จนสามารถลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่า Ft งวดเดือนก.ย.- ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ทำให้ลดผลกระทบ และยังสามารถขยับราคาขายไฟฟ้าจากลูกค้าอุตสาหกรรม
ที่สำคัญ CKP ยังมีโครงการที่ลงทุนทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ด้วยมูลค่าลงทุน 21,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการซื้อขายไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมไปถึงโครงการอื่นๆ ตามแผนการเพิ่มกำลังผลิตให้เติบโตเป็นสองเท่าในปี 2567
"นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์” กรรมการผู้จัดการ ซีเค พาวเวอร์ หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า บริษัท มีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้ง ให้เป็น 4,800 เมกะวัตต์ ภายในปี พ.ศ.2567 โดยโครงการใหม่จะเป็นการลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ โดยกำลังการผลิตติดตั้งใหม่ทั้งหมดของเราจะมาจากพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานลม ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าความต้องการพลังงานในภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ภายในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะอยู่ที่ประมาณ 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
CKP คว้ารางวัล SET Awards 2022 กลุ่ม Rising Star Sustainability Awards หรือรางวัลด้านความยั่งยืนประจำปี 2565 หากแต่ยังมีโจทย์ความท้าทายสำหรับธุรกิจพลังงานที่ต้องนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติไปให้ได้คือ แนวโน้มธุรกิจพลังงานระดับโลกที่พบปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพอากาศ และการตอบรับเป้าหมายระดับชาติเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
CKPower ตั้งเป้าในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการทำงานในทุกขั้นตอนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2593 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศไทยที่ตั้งไว้ในปี พ.ศ.2608 ด้วยการผลักดันบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ประมาณ 89% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ภายในระยะเวลา5 ปี จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 95%
และยังดำเนินโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคมทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน ด้วยการพัฒนากลยุทธ์ทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2565 หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
หากประเมินจากแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2565 กำลังจะประกาศ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ให้กำไรในไตรมาสดังกล่าวจะทำตัวเลขสูงสุดของปีนี้ และปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนและปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติ ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ได้แจ้งขายไฟ ไว้ที่ 555 GWh (+42%QoQ, -1%YoY)
ส่วนโรงไฟฟ้าไซยะบุรีคาดจะมีปริมาณขายไฟเพิ่มขึ้น 2,589 GWh (+17%QoQ, +6%YoY) ส่วนโรงไฟฟ้าอื่นๆ คือ BIC และ BKC สมมติฐานให้ขายไฟใกล้เคียงเดิม ดังนั้นคาดกำไรประมาณ 1,200 ล้านบาทใกล้เคียงปีก่อน และหากหักกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจะมีกำไรปกติที่ทำสถิติ รวมปี 2565 คาดที่ 2,300 ล้านบาท เติบโต 7%
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์