ไข้หวัดนก H5N1 ระบาดหนักที่สหรัฐอเมริกา

โรคไข้หวัดนก H5N1 เริ่มระบาดในไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มสหรัฐตั้งแต่ปี 2565 และไม่สามารถควบคุมการระบาดดังกล่าว ตรงกันข้ามโรคไข้หวัดนกแพร่ขยายออกไปและกลายพันธุ์จนไประบาดติดวัว
และต่อมาก็เริ่มระบาดติดคนที่ทำงานในฟาร์มที่เลี้ยงไก่และเลี้ยงวัว โดยล่าสุด พบคนที่เป็นโรคไข้หวัดนกทั้งหมด 67 คน แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการป่วยไม่รุนแรง (ตาบวม เป็นไข้ มีอาการไอ น้ำมูกไหล และอ่อนเพลีย)
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ได้มีผู้เสียชีวิตเพราะไข้หวัดนกคนแรกที่สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ชายสูงอายุที่มีโรคประจำตัวและติดโรคดังกล่าวจากนกป่า ไม่ใช่จากไก่หรือวัวที่ถูกเลี้ยง
แต่เนื่องจากไวรัสไข้หวัดนกระบาดอยู่เป็นเวลานาน ข่าวล่าสุดที่น่าเป็นห่วงคือ การกลายพันธุ์ต่อไปอีกจาก H5N1 พันธุ์ B3.13 ไปเป็นพันธุ์ D1.1 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า พันธุ์ใหม่นี้จะมีอาการรุนแรงกว่าพันธุ์เดิม (B3.13) และผู้ชายสูงอายุที่เสียชีวิตที่กล่าวถึงข้างต้น ก็ติดเชื้อพันธุ์ใหม่ (D1.1) ดังกล่าว และเข้าใจว่าจากนี้ต่อไป ไก่เลี้ยง เป็ด ห่านและนกต่างๆ ก็คงจะเป็นพาหะไข้หวัดนกพันธุ์ D1.1 นี้
การระบาดของไข้หวัดนกล่าสุดนี้ กำลังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐใน 2 ด้านหลักคือ การทำให้ต้องกำจัดไก่ที่ติดโรคเป็นจำนวนมาก ทำให้ขาดแคลนไข่ไก่ ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน และผันผวนอย่างมาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (รูปประกอบ)
และล่าสุด ราคาไข่ก็ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคเริ่มบ่นและตำหนิรัฐบาล
นอกจากนั้นก็ยังมีการตรวจพบไวรัส H5N1 ในน้ำนมวัว ซึ่งทำให้รัฐบาลตักเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการดื่มนมดิบ (raw milk) ที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ซึ่งสามารถฆ่าและกำจัดไวรัส H5N1 ได้
การระบาดของไข้หวัดนกที่ทางการสหรัฐยังไม่สามารถลดทอนและหยุดยั้งได้นั้น แปลว่ามีความเสี่ยงที่เชื้อไข้หวัดนกจะกลายพันธุ์ต่อไปอีกและแพร่ขยายไปติดสัตว์อื่นหรือคนก็อาจเป็นได้
ในขณะที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยมีนโยบายที่จะลดกำลังคนในระบบราชการแบบไม่ให้มีการตั้งตัว และต้องการลดจำนวนเจ้าหน้าที่นับล้านคน จากจำนวนเจ้าหน้าที่ รัฐบาลกลางประมาณกว่า 2 ล้านคน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการติดตามพัฒนาการของการระบาดของโรคนี้
นอกจากนั้น ผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขคือ Robert Kennedy Junior นั้น ไม่ยอมดื่มนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ และยังไม่เชื่อว่าการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีแนวคิดที่สุดโต่งว่า การฉีดวัคซีนอาจเป็นอันตรายจากผลข้างเคียงต่อสุขภาพอีกด้วย
ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐได้ทำสัญญาซื้อวัคซีนไข้หวัดนกจำนวน 10 ล้านโดส แต่เข้าใจว่าเป็นวัคซีนสำหรับไข้หวัดนกสายพันธุ์เก่า และยังไม่อนุมัติให้ใช้กับมนุษย์
ทั้งนี้เพราะ ดังที่กล่าวข้างต้นคือ อาการป่วยในมนุษย์ยังไม่ได้รุนแรงมากและ ณ ปัจจุบัน ยังไม่พบว่าไข้หวัดนกสามารถติดต่อระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่ติดต่อจากสัตว์ไปสู่คนงานที่ทำงานคลุกคลี และทำงานใกล้ชิดกับไก่หรือวัวเท่านั้น
อย่างไรก็ดีมีผู้เชี่ยวชาญบางคนแสดงความเป็นห่วงว่า หากไม่สามารถควบคุมการระบาดได้โดยเร็ว ในที่สุดไวรัส H5N1 ก็อาจจะกลายพันธุ์ จนสามารถระบาดจากคนสู่คนได้ในที่สุด
แนวหนึ่งทางหนึ่งที่อาจพิจารณา รีบนำมาใช้เพื่อควบคุมการระบาดของไข้หวัดนกในไก่ (เพื่อลดทอนความขาดแคลนทั้งเนื้อไก่และไข่ไก่) คือ การฉีดวัคซีนป้องกันให้กับไก่ในสหรัฐ แต่ก็ยังถูกคัดค้านเพราะหากดำเนินการดังกล่าว ก็จะทำให้สหรัฐไม่สามารถส่งออกไก่ได้ เนื่องจากไม่มีประเทศใดพร้อมที่จะรับซื้อไก่ที่ถูกฉีดวัคซีนดังกล่าวได้
เรื่องนี้จึงต้องติดตามต่อไปด้วยความเป็นห่วง เพราะอาจพัฒนาไปในทางที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงได้ ทั้งนี้ จะต้องขอย้ำอีกทีว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยืนยันว่า การที่ H5N1 ยังไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คน และเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
และเนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่คือ วัคซีน mRNA จะสามารถเร่งการผลิตวัคซีนที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว จึงอาจพอวางใจได้ว่า โลกจะไม่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย ดังที่ได้เพิ่งเกิดจากการระบาดของ COVID-19 ครับ