รัฐปักหมุด ‘6 ธุรกิจ’ เป้าหมาย ‘ เศรษฐกิจสุขภาพ ’ สร้างมูลค่า 6.9 แสนล้าน

สธ.แถลง 7 นโยบายขับเคลื่อน เศรษฐกิจสุขภาพ Medical & Wellness Hub คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 6.9 แสนล้าน 3.39 % ของ GDP ตั้งสำนักงานใหม่ระดับกรมรองรับ กำหนด 6 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจสุขภาพ สู่ เมดิคัล&เวลเนส ฮับ (Medical & Wellne
การเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ สู่ Medical & Wellness Hub เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ปี 2568 เพื่อยกระดับให้เป็นกระทรวงด้านสังคมควบคู่เศรษฐกิจ โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ เพิ่มโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และประเทศ
ผ่านการพัฒนา และสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวดสปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมสุขภาพ และชีวการแพทย์ ซึ่งทั้งหมดต้องมีมาตรฐาน และความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวในการเป็นประธานประชุมขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ สู่ Medical & Wellness Hub ว่า สธ.จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ประกอบด้วย 7 นโยบายสำคัญ
1. การจัดตั้ง สำนักงานนโยบาย และเศรษฐกิจสาธารณสุข (สนศส.)
2. การยกระดับภูมิปัญญาไทย สร้างมูลค่าทางตรง 191,016 ล้านบาท
3. การยกระดับสมุนไพรไทย ยาไทย และอาหารไทย มูลค่า 13,543 ล้านบาท
4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มูลค่าทางตรง 63,768 ล้านบาท ผลประโยชน์รวมทางตรง และทางอ้อม 218,087 ล้านล้านบาท
5. การส่งเสริมศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ มูลค่า 216,486 ล้านบาท
6. ศูนย์กลางด้านการแพทย์ และสุขภาพมูลค่าสูง หรือ ATMPs มูลค่าทางตรง 83,870 ล้านบาท
7. การดูแลสุขภาพบุคคล และความงาม มูลค่าทางตรง 123,765 ล้านบาท โดยนโยบายเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น 6.9 แสนล้านบาท
“เป้าหมายที่จะขับเคลื่อนนั้น คาดว่าในปี 2568 ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ประมาณ 6.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.39 % ของ GDP มั่นใจว่า เศรษฐกิจสุขภาพไม่มีตก มีแต่เพิ่ม เพราะการแพทย์ไทย ถือเป็นชั้นนำของโลก และเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก” นายสมศักดิ์ กล่าว
ตั้งหน่วยงานใหม่ระดับกรมขับเคลื่อน
ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการจัดตั้ง สำนักงานเศรษฐกิจสุขภาพว่า ภาพรวม สำนักงานนี้เป็นสำนักงานระดับกรม ทำหน้าที่ วิเคราะห์ วิจัย และกำหนดนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพ และการคลังสุขภาพ นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อสร้างระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน ที่สำคัญยังเป็นหน่วยงานหลักที่พร้อมจะส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยพัฒนา การบริการ และการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
Up Skill หมอนวดไทย
สำหรับมาตรการดำเนินเพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ บริการ และอุตสาหกรรมที่เป้าหมายตามนโยบาย ในส่วนของการยกระดับภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะนวดไทย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ให้ข้อมูลว่า มีการอัปสกิล(Up Skill)หมอนวดไทยทั้งเรื่องของภาษาโดยเฉพาะอังกฤษ อาหรับ จีน เพื่อที่จะไปประกอบอาชีพนวดไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะสร้างรายได้ถึง 4,800 บาทต่อชั่วโมง แต่ที่ไทยได้ราว 200-300 บาทต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ พัฒนาสู่การนวดเชี่ยวชาญพิเศษ 7 กลุ่มอาการ ได้แก่ กลุ่มปวดกล้ามเนื้อ และเยื่อพังผืด (Office syndrome) โรคหัวไหล่ติด โรคนิ้วล็อก ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ ปวดสลักเพชร หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต และกลุ่มระบบสืบพันธุ์
ส่งเสริมสมุนไพรต้น-กลาง-ปลายน้ำ
ส่วนการยกระดับสมุนไพรไทย ปลายน้ำมีเป้าหมายในปี 2570 การใช้ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร เป็น 7,000 ล้านบาท คิดเป็น 10 % ของยอดการใช้ยารวมในระบบบริการสุขภาพปี 2567 กลางน้ำ สร้างโรงงานแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพร 4 แห่ง 4 ภูมิภาค พัฒนาตลาดกลางสมุนไพร และต้นน้ำ ส่งเสริมการปลูกสร้างรายได้ให้เกษตรกร และเกิดวิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นจาก 7,000 เป็น 9,450 แห่ง
โดยผลักดัน ขมิ้นชัน กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร ไพล มะระขี้นก บัวบก มะขามป้อม และกระท่อมเข้าสู่ตลาดระดับโลก
โมเดลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวว่า เรื่องท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ แนวนโยบายในการขับเคลื่อนโดยประชาสัมพันธ์ เส้นทางการท่องเที่ยว เช่น สปา บ่อน้ำพุร้อน แหล่งน้ำแร่ ,การจับคู่โรงแรมกับโรงพยาบาล เพื่อให้บริการแพ็กเกจสุขภาพ
เพิ่มคลินิก Wellness การแพทย์ การแพทย์แผนไทยในโรงแรม ส่งเสริมเวชศาสตร์วิถีชีวิต โดยมีตัวอย่างโมเดลที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว คือ ภูเก็ต เวลเนส แซนบล็อก ,โมเดล Wellcation ของเขตสุขภาพที่ 5
ลดนำเข้า-เพิ่มส่งออกเครื่องมือแพทย์
นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ ประเทศไทย ปี 2566 มีมูลค่าตลาดราว 200,000 ล้านบาท มูลค่านำเข้า 90,000 ล้านบาท มูลค่าการส่งออก 118,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีเป้าหมายใน 3 ปี ที่จะลดการนำเข้าลง 5,600 ล้านบาท เช่น เครื่องมือแพทย์ฝังในร่างกาย ถุงมือศัลยกรรม ฟิลเลอร์ เครื่องมือแพทย์ AI เป็นต้น และเพิ่มการส่งออก 55,000 ล้านบาท เช่น เลนส์แก้วตาเทียม ถุงมือทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ AI และชุดตรวจวินิจฉัย เป็นต้น
ผ่านมาตรการ อาทิ ส่งเสริมการผลิตสินค้านวัตกรรม มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น เช่น กระดูกเทียม รากฟันเทียม โดยใช้วิธีแมชชิง ระหว่างผู้วิจัย และผู้ที่จะผลิตต่อ ,เร่งรัดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และทดสอบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์เพื่อขึ้นทะเบียน และผลักดันเข้าบัญชีนวัตกรรม รวมถึง ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เข้ามาสู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
สถานพยาบาลทดลอง ATMPs Sandbox
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัด สธ. กล่าวว่า การผลักดันศูนย์กลางด้านการแพทย์ และสุขภาพมูลค่าสูงโดยมูลค่าการตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง หรือ (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) ในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ในปี 2567 ตลาด ATMPs ของโลก มีมูลค่า 419,650 ล้านบาท คาดว่าปี 2573 มูลค่าตลาดจะเติบโตถึง 1.25 ล้านล้านบาท โดยดำเนินโครงการ ATMPs แซนด์บอกซ์ ในปี 2568-2569 มีสถานพยาบาล 5 แห่งทดลองใช้
4 บริการดูแลบุคคล-ความงาม
นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า การดูแลบุคคล และความงาม (Personal Care and Beauty) มุ่งเน้น 4 เรื่อง คือ 1.เวชศาสตร์ความงาม มูลค่าตลาดเวชศาสตร์ความงามของโลก ในปี 2564 อยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท
ส่วนไทย อยู่ที่ 50,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.69% ของมูลค่าตลาดโลก อัตราเติบโตของตลาดในช่วงปี 2564 – 2573 อยู่ที่ 10% ต่อปี ทั้งการฉีดโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ผิว ร้อยไหมยกระชับ ลดไขมัน ปรับรูปร่าง รูปหน้า ศัลยกรรมเสริมความงาม
2.จิตเวช และพฤติกรรมบำบัด (Rehab Centre) การดูแลผู้ป่วยจิตเวชแบบพักค้างคืน การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด และพฤติกรรมบำบัดชาวต่างชาติ ค่าบริการ 250,000 - 525,000 บาทต่อเดือน
3.การอุ้มบุญ และเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ มีการนำเสนอพ.ร.บ.ฉบับแก้ไขไปยัง ครม.แล้ว
4. การผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ จากชายเป็นหญิง รพ.เอกชน อยู่ที่ราว 300,000 บาท จากหญิงเป็นชาย รพ.เอกชน อยู่ที่ราว เกือบ 1,000,000 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 480,000 บาท ถูกกว่าอเมริกา 3 เท่า ยุโรป 50%
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์