ศึกษา 'วัคซีนไข้เลือดออก' ในเด็กไทย คิกออฟนครพนม 4 เม.ย.นี้

ศึกษา 'วัคซีนไข้เลือดออก' ในเด็กไทย คิกออฟนครพนม 4 เม.ย.นี้

ศึกษา "วัคซีนไข้เลือดออก"ในเด็กไทย คิกออฟ 4 เม.ย.นี้ นำร่องนครพนม-พระนครศรีอยุธยา ในกลุ่มเด็กอายุ 7-10 ปี จำนวน 3.5 หมื่นคน

นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค  กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแนวทางป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญ 4 โรค หนึ่งในนั้นคือ "โรคไข้เลือดออก" ซึ่งจะมีการศึกษาความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์จริงของ"วัคซีนไข้เลือดออก"ในประเทศไทย โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข จะเป็นประธานเปิดโครงการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนไข้เลือดออกที่ จ.นครพนม ในวันที่ 4 เม.ย. 2568

“ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นเด็กอายุ 7-10 ปี ไม่มีข้อจำกัดว่าเคยป่วยหรือไม่ป่วยไข้เลือดออกมาก่อน เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิผลและความคุ้มค่าคุ้มทุน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี และจะมีการผลักดันเพื่อเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป”นพ.ภาณุมาศกล่าว

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า วัคซีนไข้เลือดออกที่จะศึกษาเป็นวัคซีนของบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายเดียวที่ขึ้นทะเบียน อย.ในประเทศไทย เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นแบบอ่อนฤทธิ์ ลงจนไม่ก่อโรค เหมือนกับวัคซีนโรคหัด ภาพรวมจะมีการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 7-10 ปี

เฉพาะประเทศไทยศึกษาจำนวน 35,000 คน รับอาสาสมัครตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มที่ จ.นครพนม และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาสาสมัครเป็นกลุ่มเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็จะต้องมีการขออนุญาตผู้ปกครองในการยินยอมให้เข้าร่วมในโครงการก่อนด้วย

นพ.นคร กล่าวว่า กลุ่มอาสาสมัครในการศึกษาหลักๆ จะมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กที่เคยป่วยไข้เลือดออกมาแล้ว กลุ่มเด็กที่ยังไม่เคยป่วยไข้เลือดออก ซึ่งจะมีการตรวจก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน และกลุ่มไม่ประสงค์รับวัคซีน โดยกลุ่มที่รับวัคซีนไข้เลือดออกจะมีการฉีดจำนวน 2 เข็ม ติดตามเฝ้าระวังเรื่องของอาการแพ้วัคซีน

และภายในระยะเวลาการศึกษา 3 ปี จะติดตามว่าอาสาสมัครทั้ง 3 กลุ่ม มีอาการป่วยไข้เลือดออกหรือไม่อย่างไร เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลในการป้องกันของวัคซีน และมีความแตกต่างกันหรือไม่ระหว่างกลุ่มที่เคยป่วยแล้วและยังไม่เคยป่วย เพื่อให้เกิดข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนในการใช้วัคซีนไข้เลือดออกของประเทศไทยและเป็นข้อมูลการใช้ในระดับโลกด้วย

“การบรรจุเข้าสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังคงต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องรอผลการศึกษาและต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันฯ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในประเทศไทยมีให้บริการวัคซีนไข้เลือดออก แต่จะอยู่ในภาคเอกชน ถือเป็นวัคซีนทางเลือกที่ยังมีราคาสูง”นพ.นครกล่าว