12 บ้านพักคนชราของรัฐ ผู้สูงอายุอยู่ฟรี ถ้าเข้าเกณฑ์

12 บ้านพักคนชราของรัฐ ผู้สูงอายุอยู่ฟรี ถ้าเข้าเกณฑ์

สวัสดิการผู้สูงอายุ สิทธิที่อยู่อาศัยของรัฐ เปิด 12 บ้านพักคนชรา พม.ให้อยู่ฟรีถ้าเข้าเกณฑ์ ไม่ได้มีแค่บ้านบางแค  ค่าซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ 40,000 บาท พร้อมแนวทางการเข้าอยู่และรับเงินครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ 3,000 บาท

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัย เรื่องที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้อง เตรียมพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นในบ้าน
  • สิทธิสวัสดิการผู้สูงอายุของรัฐเรื่องที่อยู่อาศัย มอบเงินค่าซ่อมแซมบ้าน 40,000 บาท ต่อหลัง จัดให้บริการฟรีใน 12 บ้านพักคนชรากระจายทุกภูมิภาคเต็มเวลา 11 แห่ง และรูปแบบเดย์ เซ็นเตอร์ 1 แห่ง  และการรับเงินครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ  3,000 บาท
  • หลักเกณฑ์การเข้าอยู่บ้านพักคนชราของรัฐใน 12 แห่งสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เข้าอยู่ฟรี หากเข้าเกณฑ์  แนวทางรับเงินสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ   

สิทธิสวัสดิการที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ

ค่าซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ 40,000 บาท

ในการปรับสภาพแวดล้อมในบ้านผู้สูงอายุ หากสำรวจพบว่ามีจุดที่จะต้องปรับปรุง หากเป็นเรื่องเล็กน้อย จะมีช่างชุมชนที่มีความรู้เรื่องการออกแบบอารยสถาปัตย์เพื่อผู้สูงอายุให้บริการ 

นอกจากนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุมีเงินสนับสนุน เรื่องของค่าซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ หลังละไม่เกิน 40,000 บาท โดยตั้งเป้าเบื้องต้นปี 2567ทั่วประเทศให้ได้ 4,000 หลัง

สำหรับซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย เช่น เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์ ติดราวจับเปลี่ยนฝ้าผนัง เพดาน ประตู หน้าต่าง หลังคา ปรับทางเดินให้เรียบ ดำเนินการเป็นอัตราเหมาจ่าย

คุณสมบัติขอรับค่าซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ

  • มีฐานะยากจน หรือรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ
  • ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ
  • ที่อยู่อาศัย ไม่มั่งคง ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยกับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ
  • กรณีที่อยู่อาศัยและ/หรือที่ดินที่เป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นของผู้สูงอายุ หรือทายาท ต้องอาศัยอยู่จริงไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
  • สามารถยื่นได้ที่กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.)

ครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ  3,000 บาท

 ปี 2567 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) จะดำเนินการโครงการใหม่ “ครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นครอบครัวที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้เป็นครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน และไม่มีผู้ดูแลหรือ มีแต่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้

ด้วยการสนับสนุนงบประมาณเดือนละ 3,000 บาทให้แก่ลูกหลาน เครือญาติ หรือคนในชุมชน ที่ดูแลผู้สูงอายุเปราะบางแล้วไม่มีใครดูแล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์พัฒนาการและสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จะให้การสนับสนุนจนกว่าผู้สูงอายุจะเข้มแข็งขึ้นหรือเสียชีวิต ปีแรกตั้งงบประมาณรองรับ 1,100 ราย จากนั้นจะประเมินผลและตั้งงบฯรองรับเพิ่มเติมต่อไป

เงื่อนไข ครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ซึ่งมีความพร้อมและศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุ  อาจได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ เป็นราย ๆ ไป 
  • มีที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักแหล่งและอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับผู้สูงอายุ
  • ได้รับความยินยอมจากสมาชิกทุกคนในครอบครัวว่ามีความพร้อมในการคุ้มครองผู้สูงอายุ
  • ไม่เป็นผู้ต้องหาว่ากระท้าผิดอาญา และอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล
  • ยื่นคำขอได้ที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ ,ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 

บ้านพักคนชราของรัฐ อยู่ฟรี 

สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีที่อยู่อาศัย หรืออยู่อาศัยคนเดียว รัฐโดยกรมกิจการผู้สูงอายุมี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) หรือบ้านพักคนชราของรัฐพร้อมให้การดูแล

 12 แห่ง โดยมีการจัดบริการผู้สูงอายุรูปแบบในสถาบัน ซึ่งเป็นการบริการด้านที่พักอาศัยแก่ผู้สูงอายุแบบเต็มเวลา จํานวน 11 แห่ง และรูปแบบDay Center 1 แห่ง  ประกอบด้วย 

1.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค(กรุงเทพฯ ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์)

2.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต(ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ชุมพร)

3.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง(ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว)

4.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์(rพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี)

5.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดนครพนม(นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุดรธานี ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ หนองคาย บึงกาฬ)

6.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา(สงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรม สุราษฎร์ธานี)

7.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์(เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน)

8.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านทักษิณ(ยะลา สตูล ปัตตานี นราธิวาส)

12 บ้านพักคนชราของรัฐ ผู้สูงอายุอยู่ฟรี ถ้าเข้าเกณฑ์

9.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดขอนแก่น(รูปแบบDay Center)

10.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบุรีรัมย์(บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ ชัยภูมิ มหาสารคาม อุบลราชธานี)

11.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง(ลำปาง พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์)

12.ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี(ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครนายก นครปฐม กาญจนบุรี)
อย่างไรก็ตาม

หลักเกณฑ์เข้าอยู่บ้านพักคนชราของรัฐ

ผู้สูงอายุที่มีความประสงค์เข้าใช้บริการในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ

ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย
  • ไม่เป็นผู้ต้องหาว่ากระทําผิดอาญาและอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล
  • ไม่เป็นโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
  • มีความสมัครใจ
  • สามารถช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจําวัน
  • ไม่มีอาการทางจิตที่รุนแรง หรือมีพฤติกรรมด้านลบที่จะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
  • ไม่ติดสารเสพติด หรือติดสุรา
  • กรณีคนเร่ร่อน ถูกทอดทิ้งหรือคนไร้ที่พึ่ง ต้องผ่านกระบวนการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งพ.ศ. 2557 ก่อน
  • ต้องเป็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้  มีฐานะยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย
  • ขาดผู้อุปการะ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือดูแล

ประเภทของผู้รับบริการ บ้านพักคนชราบางแค

ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค ระบุ ประเภทของผู้รับบริการ

1. ประเภทสามัญ ให้การอุปการะเลี้ยงดูผู้สูงอายุโดยไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ประเภทเสียค่าบริการแบบหอพัก แบ่งออกเป็นห้องเดี่ยว เสียค่าบริการคนละ 1,500 บาทต่อเดือน และห้องคู่เดือนละ 2,000 บาท มีบริการทั้งหมด 40 ห้อง

3. ประเภทพิเศษ (บังกะโล) เป็นบ้านเดี่ยวที่ปลูกสร้างตามแบบแปลนที่กำหนดในที่ดินของศูนย์พัฒนาฯ โดยผู้ปลูกสร้างสามารถพักอาศัยอยู่ได้จนถึงแก่กรรม

  • ค่าบำรุงแรกเข้า เป็นเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมบังกะโลที่จะเข้าพัก
  • ค่าบริการรายเดือนกรณีพักคนเดียว  เดือนละ 1,500 บาท  และในกรณีเข้าพัก 2 คน เช่น คู่สามีภรรยา  หรือพี่น้องเพศเดียวกัน  เดือนละ 2,000 บาท
  • ค่าน้ำประปา  เดือนละ 100 บาทต่อคน  และค่าไฟฟ้าคิดค่าใฃ้จ่ายตามจริง