ได้บทเรียนอะไรจากไฟป่าญี่ปุ่น

ไม่นานมานี้เพิ่งเกิดไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีที่เมืองโอฟุนาโตะ จังหวัดอิวาเตะของญี่ปุ่น เผาทำลายพื้นที่กว่า 2,900 เฮกตาร์ สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศแห้งผิดปกติ
KEY
POINTS
- เกิดไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของ
ญี่ปุ่นเพิ่งเกิดมีไฟป่าไหม้ครั้งใหญ่ ระหว่าง 26 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2025 ที่เมืองโอฟุนาโตะ จังหวัดอิวาเตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ถูกไหม้เสียหาย 2,900 เฮกตาร์ มีคนตายอย่างน้อย 1 คน อพยพหนีไฟอีกราว 4,200 คน บ้านเรือนเสียหาย 210 หลัง ถูกจัดให้เป็นไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี หลังจากที่เคยเกิดที่ฮอกโกโดเมื่อ 1975 ในครั้งนั้นไป 2,700 เฮกตาร์
ขอบเขตของไฟ 2,900 เฮกตาร์ เทียบเป็นไร่เท่ากับ 18,125 ไร่ พื้นที่เสียหายขนาดนี้ แค่ไฟในป่าๆ เดียวของไทย ก็ไหม้มากกว่าแล้ว เพราะของเราว่ากันป่าละเป็นแสนไร่ แต่สำหรับญี่ปุ่นเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ละปีเขาแทบไม่มีไฟป่า นี่เป็นเหตุการณ์พิเศษจริงๆ ...
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องผิดปกติจริงๆ ด้วยเพราะญี่ปุ่นเพิ่งผ่านฤดูร้อนจัดผิดปกติเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับเมืองโอฟุนาโตะ ฤดูร้อนของญี่ปุ่นคือช่วงพฤษภาคม-กรกฎาคม ผ่านร้อนจัดมาฤดูหนึ่งแล้ว มาถึงปีนี้โอฟุนาโตะที่เคยมีฝนเดือนกุมภาพันธ์เฉลี่ย 41 มม. กลับได้ฝนแค่ 2.5 มม. เท่านั้น
ปี 2024 เป็นปีสถิติความร้อนผิดปกติของญี่ปุ่น ตามข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ความร้อนผิดปกติเริ่มตั้งแต่เมษายน ต่อเนื่องถึงกรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนอย่างน้อย 59 ราย และมีจุดตรวจอุณหภูมิอย่างน้อย 62 จุดทั่วญี่ปุ่น ทำลายสถิติอุณหภูมิในเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยที่เกิดขึ้นในช่วงคลื่นความร้อนถือเป็นอุณหภูมิที่ร้อนที่สุด นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1898
สถิติบอกว่า มีหลายเมืองที่อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หากเป็นประเทศไทยก็ปกติ แต่สำหรับเมืองหนาวอย่างญี่ปุ่นมันสูงเกินไปจริงๆ มีผู้ป่วยจากโรคลมแดดจำนวนมาก คนงานก่อสร้างเสียชีวิตกลางแดดจัด
ซึ่งนี่เป็นรูปธรรมของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนที่สุดที่เกิดในญี่ปุ่นเมื่อปีกลาย .. สำหรับไฟป่าที่เกิดในปลายเดือนกุมภาพันธ์ เป็นผลต่อเนื่องจากภาวะร้อนจัดดังกล่าวนั้น ป่าแห้งและแถมไม่มีฝนช่วย
โชคร้ายของโอฟุนาโตะที่ไม่มีฝนช่วย มันก็ตก แต่น้อยมาก สถิติบอกว่าเป็นฝนกุมภาพันธ์ที่น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีสถิติมา ทำลายสถิติฝนน้อยสุด 4.4 มม. ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1957
ไฟป่าครั้งนี้ได้เริ่มปะทุเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และมันขยายลามเร็วมากเป็นไฟผืนใหญ่ชั่วเวลาแค่คืนเดียว ย้อนไปส่องดูจุดความร้อน hotspot ดาวเทียม ยืนยันถึงอาการไหม้ลุกลามขยายวงรวดเร็วมาก เพราะเป็นป่าประเภทสนใบเขียว มีไม้ผลัดใบบางชนิดแซมและภูมิประเทศเป็นสโลปที่สูง ไฟจะไปเร็วกว่าพื้นราบ
สื่อพร้อมใจกันรายงานพิบัติภัยครั้งนี้ เป็นเรื่องใหญ่ขนาดเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 มีนาคม หลังเกิดเหตุไม่นาน นายกรัฐมนตรีอิชิบะ แถลงข่าวการสั่งการให้แก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้วยตัวเอง ขณะที่ในวันเดียวกัน บริษัท มิตซุยแอนด์โค ยักษ์ใหญ่วงการค้าของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของป่า (เอกชนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของพร็อพเพอร์ตีประเภทป่าไม้ได้) ไม่รอให้เหตุการณ์จบ ได้ประกาศมอบเงินบริจาค 5 ล้านเยน ให้แก่ เทศบาลเมืองโอฟุนาโตะ และจะรับผิดชอบการฟื้นฟูสภาพป่า รวมถึงความเสียหายของที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัยทั้งหมด
#ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องเรื่องการอนุรักษ์และดูแลรักษาป่าไม้ มีไฟป่าน้อยมาก แต่ก็ยังถูกผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในรูปแบบคลื่นความร้อนผิดปกติและต่อเนื่องด้วยไฟป่าใหญ่สุดในรอบ 50 ปี
หากขยายภาพให้กว้างขึ้นจากญี่ปุ่น จะพบว่าในรอบ 12 เดือนมานี้ มีเหตุการณ์มากมายทั่วโลกที่เป็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากโลกที่ร้อนขึ้น
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้นำเสนอแผนภาพปรากฏการณ์ผิดปกติชื่อว่า Selected Significant Climate Anomalies and Events: January 2025 ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ภูมิภาคโอเชียเนีย ออสเตรเลีย อินโดนีเชีย บราซิล ที่เกิดมากที่สุดคือ เกิดสถิติใหม่ "อุณหภูมิร้อนที่สุด" ประจำเดือนมากมาย กล่าวคือ แต่ละประเทศก็ได้มีสถิติร้อนจัดสุดเกิดใหม่ขึ้นมาในปีนี้ (ภาพประกอบ)
ความเปลี่ยนของสภาวะอากาศที่เปลี่ยนไปเป็นผลกระทบภาพใหญ่ ไม่เลือกประเทศที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดีอย่างญี่ปุ่น หรือ ประเทศที่ไม่ใส่ใจอะไรมาก เมื่อบทจะโดนก็โดนกันถ้วนหน้า
#บทเรียนไฟป่าญี่ปุ่นถึงประเทศไทย
12 เดือนมานี้ประเทศไทยยังไม่มีปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศเป็นพิเศษ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อยู่ภายใต้ภาวะลานีญ่า แต่ประเทศไทยไม่เหมือนอินโดนีเซียและประเทศตอนใต้คาบสมุทรที่เผชิญฝนตกใหญ่ น้ำท่วม โคลนถล่ม มีฝนมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลดีกับการเผชิญวิกฤติฝุ่นควันไฟป่า
แต่อย่างไรก็ตาม โชคดีคงไม่ได้มาตลอด หลังจากปีลานีญ่าก็จะมักจะสวิงเป็นปีแล้งเอลนีโญ่สลับกัน ปีที่เคยแล้งมากๆ ปีแล้งจัดชนิดแล้งมากจนแม่น้ำปิงแห้ง คนเดินข้ามได้ ชาวนาภาคเหนือตอนล่างไม่มีน้ำทำนา หรือแม้กระทั่งสูบน้ำรดสวนรดไร่ เพราะชลประทานห้ามทำ เพื่อสำรองน้ำไว้ให้พื้นที่ตอนล่าง แล้งจัดรอบล่าสุดเกิดเมื่อปี 2558 นี่ก็ครบ 10 ปีแล้ว ระหว่างนั้นมีปีเอลนีโญ่ชนิดปานกลางคั่น คือปี 2562-63 และปี 2566 แต่ไม่ใช่แล้งจัด นี่เป็นตัวบ่งบอกว่า ปีแล้งจริงๆ ชนิดน้ำไม่มีใช้ที่หายไปนาน ใกล้จะวนกลับมาอีกคำรบ
อุณหภูมิสูงสุดประเทศไทยคือ 44.6 องศาเซลเชียส (2559) ระหว่างหลายปีมานี้เราคุ้นเคยกับอากาศร้อนที่ 42-43 องศาฯ ที่มักจะขึ้นในประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแทบทุกปี แนวโน้มจากภาวะโลกร้อนและการทำลายสถิติอุณหภูมิของแต่ละประเทศศต่อเนื่อง ทำให้น่าเชื่อว่าสถิติดังกล่าวของไทยใกล้จะถูกทำลายลงในไม่ช้า
ในปีแล้ง วิกฤติไฟป่าและมลพิษฝุ่นควันจะยิ่งทบทวี ย้อนไปดูสถิติเดิมค่ามลพิษอากาศจะสูงมากในปีเอลนีโญ่ ในทางกลับกัน วิกฤติรุนแรงน้อยลงในปีลานีญ่าที่มีฝนตกบ้าง ถามว่า สิ่งที่ประเทศไทยพยายามยกระดับการเผชิญเหตุและแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควัน และการเผาที่โล่งเพียงพอกับปีแล้งใหญ่หรือยัง เช่น ขนาดการไหม้และความรุนแรงของไฟป่าหากมันยกระดับขึ้น ภาพจำลองความรุนแรงของมันจะขนาดเท่าไร และเราจำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเพิ่มเติมบ้าง
เรื่องหล่านี้ ต้องเตรียมการทั้งสิ้น ดูเรื่องราวของเพื่อนบ้าน แล้วย้อนดูตัว!
..........................................
เขียนโดย บัณรส บัวคลี่ คอลัมน์จุดประกายความคิด กรุงเทพธุรกิจ