ลุงมาแล้ว “ประวิตร” ควง แกนนำ “พปชร.” ลงพื้นที่สระแก้ว
“ประวิตร” ควงแกนนำ พปชร. ลงพื้นที่ สระแก้ว ดูความพร้อมก่อนเปิดจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอี่ยน - สตึงบท ) ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ชี้ มีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในพื้นที่ สั่ง เตรียมพร้อมทุกด้าน ก่อน ลงติดตามการบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำแซร์ออ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สระแก้ว เพื่อประชุมเตรียมความพร้อมรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ ไทย - กัมพูชา (หนองเอี่ยน - สตึงบท ) ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ร่วมคณะอาทิ น.ส.ตรีนุช เทียนทองรมว.ศึกษาธิการ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส. เขต 1 จ.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ นายชยันต์เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมลงพื้นที่ด้วย โดยมีนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ยังได้รับฟังภาพรวมสรุป ความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพ ไทย - กัมพูชา (หนองเอี่ยน - สตึงบท ) ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ มีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 40 อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ส.ค. 68 ปัจจุบันมีการนำเข้า - ส่งออก การค้าผ่านจุดผ่านแดนชั่วคราวดังกล่าว เฉลี่ยเดือนละ 7,800 ล้านบาท รถสินค้าผ่านแดนกว่า 700 คัน ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจราจรบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก ที่เคยคับแคบมีความคล่องตัวมากขึ้น
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายไทย และกัมพูชา ที่ร่วมขับเคลื่อนการบริหารงานและการก่อสร้างจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ สะพานมิตรภาพ บริเวณบ้านหนองเอี่ยน - สตึงบท ร่วมกัน โดยย้ำว่า จุดผ่านแดนถาวรดังกล่าว มีความสำคัญต่อการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะ จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศในภาพรวม โดยกำชับ ขอให้ทุกส่วนราชการ ให้ความสำคัญเร่งรัดทำงานร่วมกันและประสานการปฏิบัติกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ในการเตรียมความพร้อมทุกด้านทั้งระบบอำนวยความสะดวกคนเข้าเมือง และการผ่านสินค้าให้สามารถเปิดทำการได้อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อยกระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน
จากนั้น พลเอกประวิตร ได้เดินทางไปตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ อ.วัฒนานคร ณ อ่างเก็บน้ำแซร์ออ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยรับฟังการบรรยายสรุป ความคืบหน้าโครงการแก้ปัญหาคลองพรมโหด การก่อสร้างระบบส่งน้ำและอาคารประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำแซร์ออ ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำ 14.85 ตร.กม. พื้นที่รับประโยชน์ 5,065 ไร่หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งสองโครงการ จะสามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ราบลุ่มตอนล่างตำบลท่าข้าม เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับการเกษตร และอุปโภค บริโภคของประชาชนในพื้นที่
พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำ ขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เตรียมมาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกกลุ่มให้เร็วและครอบคลุมทุกด้านสำหรับการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแซร์ออ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งจังหวัดสระแก้ว ขณะเดียวกัน ขอให้เร่งรัดดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำพรมโหด ตามโครงการที่ได้ศึกษาออกแบบไว้เป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาและลดความเสียหาย ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่
โดยขอให้หน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงดูความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำกับกัมพูชา ซึ่งการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองพรมโหด พร้อมสถานีสูบน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำหลากจากไทยไปยังกัมพูชา และลดผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้