‘สว.น้ำเงิน’รุกคืบ ‘ขวา’รุกฆาต ‘องค์กรอิสระ’ จังหวะผลัดใบ
จับตา "สว.สีน้ำเงิน" คลุมจันทรา สัญญาณ "เปลี่ยน-ถ่ายดุลอำนาจ "ฤดูผลัดใบ "อรหันต์" 5องค์กรอิสระ สภาวะปลาสองน้ำจังหวะ "อนุรักษนิยม" เดินเกม“รุกฆาต”สกัดส้มรุกคืบ "ขวาใหม่" เกมอำนาจ จุดเปลี่ยนหัวขบวน?
KEY
POINTS
- สว.สีน้ำเงิน คลุมจันทราจับสัญญาณ "เปลี่ยน-ถ่ายดุลอำนาจ"
- ฤดูผลัดใบ-รัฐธรรมนูญออกแบบ วาระ "อรหันต์" 5องค์กรอิสระ สภาวะปลาสองน้ำ
- "อนุรักษนิยม" เดินเกม“รุกฆาต”สกัดส้มรุกคืบ
- "ขวาใหม่" เกมอำนาจ จุดเปลี่ยนหัวขบวน?
หากไม่มี “อุบัติเหตุ” มาดับฝันการถือตั๋วเข้าสู่สภาไปเสียก่อน แน่นอนว่า ภายในเร็ววัน “สภาจันทรา” หรือ“วุฒิสภา” จะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจาก “สว.ลายพราง” เข้าสู่ยุค “สว.บ้านใหญ่” อย่างเต็มรูปแบบ
อย่างที่รู้กันว่า ตั๋วสภาสูง 200 ใบรอบนี้ ถูกปกคลุมด้วย “สีน้ำเงิน” ค่อนสภา เช่นนี้ต้องจับตาสัญญาณ “เปลี่ยนผ่าน-ถ่ายดุลการเมือง” หลังจากนี้
การที่“สีน้ำเงิน”ถือเสียงเกือบเบ็ดเสร็จในสภาสูงได้ ย่อมถือแต้มต่อรองฝ่ายนิติบัญญัติไว้ในมือ ซึ่งไม่ใช่แค่อำนาจสำคัญในการพิจารณาร่างกฎหมาย ที่ต้องใช้เสียง สว.ในด่านสุดท้าย หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องใช้เสียงประชุมร่วมของ 2 สภา จำนวนนี้ต้องมี สว.ที่เห็นชอบอย่างน้อย 67 เสียง
อีกทั้งยังรวมไปถึง “ดุลอำนาจ”สำคัญ นั่นคือการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะในห้วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาล “ปรับเปลี่ยน-ถ่ายดุลอำนาจ”ภายในองค์กรอิสระ
ไล่เช็กแต่ละองค์กร ตั้งแต่ช่วงปี 2567-2570 ในยุครัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่า
ศาลรัฐธรรมนูญ มีตุลาการ 2 คนจากทั้งหมด 9 คน จะ “ครบวาระ”ในเดือน พ.ย.2567 คือ
- นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
- ปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ ปี2570 จะมีตุลาการ “ครบวาระ” 5 คนจาก 9 คน แบ่งเป็น 4 คน ครบวาระเดือน เม.ย.2570 ประกอบด้วย
- อุดม สิทธิวิรัชธรรม
- วิรุฬห์ แสงเทียน
- จิรนิติ หะวานนท์
- นภดล เทพพิทักษ์
ส่วน บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ครบวาระในเดือน ส.ค.2570
คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มี 3 คน ที่จะ “ครบวาระ”ในเดือนธ.ค.2567 คือ
- พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.
- สุวณา สุวรรณจูฑะ
- วิทยา อาคมพิทักษ์
โฟกัสในส่วนของ “บิ๊กกุ่ย” พล.ต.อ.วัชรพล เป็นที่รู้กันมาโดยตลอดว่า ถือเป็นสายตรง “ลุงบ้านป่าฯ”
ขณะเดียวกัน ยังมีกรรมการ ป.ป.ช.อีก2คนที่จะ “รับตำแหน่ง” ในปี 2567 คือ พศวัจณ์ กนกนาถ และภัทรศักดิ์ วรรณแสง และอีก1คนขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาของวุฒิสภา หลัง สว.ชุดเก่า “ไม่ให้ความเห็นชอบ” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.
นั่นหมายความว่า การให้ความเห็นชอบกรรมการ ป.ป.ช.อีก 1 คนที่เหลือ จะเป็นหน้าที่ของ สว.ชุดใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่สภา
ใน ปี 2570 จะมีกรรมการ 1 คน สุชาติ ตระกูลเกษมสุข จะครบวาระในเดือน ก.ค.2570
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) 6 คนจะ “ครบวาระ” ในเดือน ก.ย.2567 ประกอบด้วย
- พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ ประธานคตง.
- ยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์
- พิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์
- จินดา มหัทธนวัฒน์
- สรรเสริญ พลเจียก
- อรพิน ผลสุวรณ์ สบายรูป
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีกรรมการที่จะครบวาระ ในปี 2568 ทั้งสิ้น 5 คน จากทั้งหมด 7 คน แบ่งเป็น 3 คน ครบวาระในเดือนส.ค.2568 ประกอบด้วย
- อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.
- สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์
- ปกรณ์ มหรรณพ
อีก 2 คน จะครบวาระในเดือนธ.ค.2568 ประกอบด้วย
- เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ
- ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีกรรมการที่จะครบวาระ 1 คน จากทั้งหมด 3 คนคือ สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จะครบวาระในเดือนพ.ย.2568
สภาวะเช่นนี้ ย่อมต้องจับตาการเปลี่ยน“ดุลอำนาจสภาสูง” ในจังหวะเดียวกันกับที่องค์กรอิสระกำลังเข้าสู่ฤดูกาลผลัดใบ ไม่ต่างจากบรรดาคดีความของ “บิ๊กเนมการเมือง” ที่คั่งค้างอยู่ในองค์กรต่างๆ เหล่านี้ บางคดีถึงขั้น“ชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง”ได้เลยทีเดียว
ผลพวงจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ออกแบบมาให้ “กรรมการ” หรือ “ตุลาการ” ในองค์กรเหล่านี้ มีวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลื่อมกัน
จึงทำให้องค์กรอิสระเวลานี้อยู่ในสภาพ “ปลา 2 น้ำ” ระหว่าง “ชุดเก่า” ซึ่งมีจำนวนมากเป็น “สายตรงลุง” ทั้ง “ลุงอดีตเบอร์หนึ่ง” หรือ “ลุงบ้านป่า” บางส่วนยังหลงเหลือปฏิบัติหน้าที่อยู่
ขณะที่บางส่วน กำลังสิ้นสภาพเปลี่ยนผ่านไปสู่ “อรหันต์” ชุดใหม่ ภายใต้การสรรหาโดย “สว.” ชุดที่กำลังจะเข้าสู่ “สภาจันทรา”
ไม่ต่างจาก “ดุลอำนาจ”ทางการเมือง ที่กำลังเข้าสู่โหมดเปลี่ยนถ่ายภายใต้ “อำนาจต่อรอง” ที่ต่างฝ่ายต่างถืออยู่ในมือ
จับสัญญาณสภาสูงเวลานี้ ไล่เช็กเสียงในแต่ละสายดูแล้ว ไม่เพียงแต่จะเห็นจังหวะจากฝั่งอนุรักษนิยมเดินเกม“รุกฆาต”สกัดส้มที่กำลังรุกคืบเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึง สัญญาณถ่ายดุลอำนาจภายใน “ขั้วอนุรักษ์ฯ”ด้วยกัน
โดย“บิ๊กเนม”บางคน เริ่มโชว์บทบาทซื้อใจหัวขบวนอนุรักษนิยม เพื่อวางเกมยาวไปไกลถึงการเข้าสู่อำนาจในอนาคตอันใกล้
ปรากฎการณ์หัวหน้าค่ายน้ำเงินนำทีมใส่เสื้อเหลืองเข้าสภาฯในวันพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ที่สุดจะเป็นเพียงแค่“คอนเทนต์การเมือง”ตามที่บางฝ่ายเปรียบเปรย หรือจะมีนัยสำคัญอะไรมากกว่านั้น ต้องคอยดูกันต่อไป!