'สมชาย' ส่งจม.เตือน 'แพทองธาร' อาจผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมชดเชยที่ดินอัลไพน์

'สมชาย' ส่งจม.เตือน 'แพทองธาร' อาจผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมชดเชยที่ดินอัลไพน์

"อดีตสว." โพสต์เฟซบุ๊ค แนะ 3 ข้อ ถึงทางออกแก้ปมปัญหาที่ดินอัลไพน์ ชี้การโอนกรรมสิทธิ์ ถือเป็นโมฆะแต่ตั้ง ติงการชดเชย "สนามกอล์ฟ-บ้านจัดสรร" ต้องให้คิดให้ดี - ส่อขัดจริยธรรมร้ายแรง

นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.​โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่าเป็นจดหมายเปิดผนึกเพื่อส่งถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ฉบับที่ 4 ต่อการแก้ปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์และหมู่บ้านจัดสรร โอนคืนวัดธรรมิการามเพื่อเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามกฎหมาย และการจ่ายเงินเยียวยาที่อาจเข้าข่ายประโยชน์ทับซ้อนหรือผิดกฎหมาย โดยระบุว่ากรณีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กำลังดำเนินการโอนที่ดินดังกล่าว คืนเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามเดิม แต่จะตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยเยียวยาถึง7,700ล้านบาท ตนกังวลว่าอาจมีการดำเนินการใดๆที่จะทำให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายซ้ำขึ้นอีก ทั้งนี้การพิจารณาจะใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน ชดเชยเยียวยาผู้ซื้อที่ดินไปทำสนามกอล์ฟหรือจัดสรรหมู่บ้านขายได้หรือไม่นั้น จำเป็นต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง กระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายสมชาย ระบุด้วยว่า จากการพิจารณาข้อกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่ได้รับทราบและพิจารณาดำเนินการให้ที่ดินตามพินัยกรรมดังกล่าวที่มีการจำหน่ายจ่ายโอนมิชอบกลับเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามกฎหมาย เห็นว่ามีแนวทางเยียวยา ใน3ประเด็น ดังนี้ 

1.ตามกฎหมาย คำพิพากษา ความเห็นที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่ดินดังกล่าวตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ตั้งแต่วันที่นางเนื่อม ถึงแก่กรรม  โดยวัดธรรมมิการามได้หาประโยชน์ให้เช่าทำนาต่อเนื่องมา ไม่ได้มีการคัดค้านการรับมรดกที่ดินดังกล่าว ดังนั้นการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดิน924ไร่ที่นางเนื่อมทำพินัยกรรมมอบให้วัดเพื่อใช้หาประโยชน์ในการทำนุบำรุงพุทธศาสนา โดยเอาไปจำหน่ายจ่ายโอนขาย เพื่อทำหมู่บ้านจัดสรรและสนามกอล์ฟอัลไพน์ จึงเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น

ประกอบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2497 ระบุว่าที่ธรณีสงฆ์นั้น แม้ผู้ใดจะครอบครองมาช้านานเพียงใด ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ตามกฎหมายท ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 มาตรา 7 ระบุไว้ ว่า ที่วัดก็ดี ที่ธรณีสงฆ์ก็ดี เป็นสมบัติสำหรับพระศาสนาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นอัครศาสนูปถัมภกทรงปกครองรักษาโดยพระบรมราชานุภาพ ผู้ใดผู้หนึ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ที่นั้นไปไม่ได้” และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2546 เจ้าของเดิมอุทิศที่ดินให้แก่วัดโจทก์ตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ การโอนกรรมสิทธิ์จะต้องกระทำตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34 คือ โอนกรรมสิทธิ์โดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

"แม้ที่ดินดังกล่าวจะได้มีการทำนิติกรรมและจดทะเบียนโอนต่อกันมาหลายทอดจนถึงจำเลย เมื่อมิได้กระทำตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34 จึงเป็นการโอนที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" นายสมชาย ระบุ

2.แนวทางเยียวยาให้กับชาวบ้านที่ซื้อบ้านจัดสรรและสนามกอล์ฟให้เช่าได้หรือไม่ เมื่อกรมที่ดินดำเนินการให้ที่ดินคืนเป็นของวัดธรรมมิการามและตกเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว วัดสามารถหารายได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาด้วยการทำสัญญาให้เช่าที่ดินแก่ชาวบ้านหมู่บ้านราชธานีที่ได้รับผลกระทบเพื่ออยู่อาศัย   ย่อมทำได้อย่างถูกกฎหมาย ตามมติมหาเถระสมาคม  ส่วนการพิจารณาให้ เช่าเพื่อทำสนามกอล์ฟต่อไปได้หรือไม่นั้น  เป็นเรื่องที่วัดธรรมิการามวรวิหาร สำนักพุทธศาสนา ที่ต้องเป็นไปตามมติมหาเถระสมาคมเรื่องการให้เช่าที่ดินของวัดต่างๆด้วย  

"ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า การให้เช่าที่ดินเพื่อทำสนามกอล์ฟ  เป็นสถานที่เพื่อการกีฬา สถานที่เพื่อความสนุกสนานบันเทิงหรือเข้าข่ายเล่นพนัน เป็นอบายมุขหรือไม่ หรือเป็นกิจต้องห้ามของพระภิกษุสงฆ์หรือไม่  ดังนั้น การให้เช่าที่ดินวัดทำสนามกอล์ฟต่อ จึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบอย่างยิ่ง" นายสมชาย ระบุ 

3.ตั้งงบประมาณรัฐชดเชยเยียวยา7,700ล้าน ได้หรือไม่   เป็นเรื่องที่นายกฯจะต้องพิจารณาให้รอบคอบระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะหากเป็นเรื่องที่ประชาชนผู้เสียหายที่เป็นผู้ซื้อโดยสุจริต ต้องเป็นผู้ฟ้องไล่เบี้ยจากผู้ขายที่ดินเดิมหรือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ห้ามสิทธิที่จะฟ้องฟ้องกรมที่ดินที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ซึ่งหน่วยงานรัฐคือกรมที่ดินจะต้องให้อัยการสู้คดีอย่างเต็มที่พิสูจน์ว่า ขบวนการซื้อขายที่ดินนั้นไม่สุจริต เจ้าหน้าที่รัฐทำตามกฎหมาย และหากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จ่ายเยียวยา ก็จะเป็นความรับผิดเฉพาะส่วน

"หลักสำคัญต้องพิจารณาว่า การซื้อขายนั้นสุจริตและสำคัญผิดหรือไม่ นายกฯต้องระมัดระวังในเรื่องอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือฝ่าฝืนผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และประมวลจริยธรรมนักการเมือง ด้วยเหตุที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารบริษัทอัลไพน์กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ  แม้จะมีการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นให้กับครอบครัวหลังเป็นนายกฯแล้วก็ตาม"นายสมชาย ระบุ.