เคียงข่าวซักฟอก! คดีเหมืองอัครา ป.ป.ช.สอบ ‘นอมินี’ สินบนข้ามชาติ

พบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัทจดทะเบียนในไทย ถูกร้องเรียนว่ากระทำการทุจริตในการขุดเหมืองแร่ทองคำในไทย
เป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) อิทธิพล ชลธนาศิริ สส.ขอนแก่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันแรก (24 มี.ค.) ที่ผ่านมากับเงื่อนปม “เหมืองอัคราฯ” ชี้ให้เห็นว่า “แพทองธาร” มีเจตนาเป็นนั่งร้านช่วยเหลือบุคคลให้ไม่ต้องรับผิดและอาจต้องเสียค่าโง่เป็นหมื่นล้าน โดยยกการอภิปรายของ “สส.น้ำ” จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้าน ได้ซักฟอกเรื่องนี้อย่างถึงพริกถึงขิงต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ
โดย “อิทธิพล” อภิปรายพยายามชี้ให้เห็นว่า เมื่อ สส.น้ำ และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล กลับไม่ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ แถมยังยกเก้าอี้ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งกำกับดูแลโดยตรงเรื่องเหมือง ให้พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่เคยเป็นนั่งร้านให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ดูแลอีก จึงตั้งคำถามว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ดีลแลกประเทศ” หรือไม่
“อิทธิพล” อภิปรายด้วยว่า ในเรื่องการตรวจสอบ “เหมืองทองอัครา” พบว่ามีการตรวจสอบในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งล่าสุดดีเอสไอได้ส่งเอกสารมาให้กับกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณายกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. พบว่าคดีความต่างๆ ไปไม่ถึงไหน บางเรื่องค้างที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมีบางคดีที่ดีเอสไอทำเสร็จแล้ว เช่น การรุกที่หลวง มีการทำสำนวนให้อ่อน มีการทักท้วงแล้ว แต่การตั้งข้อกล่าวหากับ “อัครา รีซอร์สเซส” ซึ่งไม่มีประเด็นการไม่ขออนุญาตประทานบัตร อาจทำให้เป็นมวยล้มต้มคนดูได้ อีกทั้งบางคดีอัยการสั่งฟ้องแล้วแต่ปีกว่ายังไม่จับตัวผู้บริหารบริษัทมาดำเนินคดี
ด้าน “จิราพร” ในฐานะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ใช้สิทธิถูกพาดพิงชี้แจงประเด็นนี้ สรุปได้ว่า ประเด็นเหมืองทองอัคราที่ถูกอภิปรายเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว และเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศจะมีนายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร ชินวัตร ขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการซึ่งยังไม่เป็นที่ยุติ ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการ
“เวลาที่จะตั้งรัฐบาลท่านต้องเจรจาเพื่อให้มีการตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่เมื่อดีลแล้วท่านตั้งรัฐบาลไม่ได้ วันนี้ท่านจึงเป็นฝ่ายค้าน จึงขอยืนยันว่าไม่มีดีลแลกประเทศ มีแต่ดีลแก้ปัญหาประเทศ” จิราพร กล่าว
อ่านข่าว:
'ปชน.'ชำแหละอัครา 'ดีลแลกประเทศ' พท.ประเคนเก้าอี้รมต.รทสช.
'จิราพร' สวนปชน.จินตนาการปมอัครา เย้ยดีลแล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสารพัดเงื่อนปมการฟ้องร้องกันนัวเนียระหว่างทางการไทย และ “อัครา รีซอร์สเซส” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ ซึ่งสืบเนื่องมาจากการใช้มาตรา 44 สมัยรัฐบาล คสช.นั้น ยังคงต้องรอดูข้อเท็จจริงกันต่อไป
แต่มีสำนวนหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวพันกับกรณี “เหมืองทองอัครา” อยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้น ป.ป.ช.มายาวนานหลายปีแล้ว รวมถึงดีเอสไอ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนควบคู่กันไป และเพิ่งแจ้งความคืบหน้ามาเร็ว ๆ นี้ นั่นคือกรณีมี “นอมินี” ถือครองที่ดินแทน “อัครา รีซอร์สเซส” ส่อฝ่าฝืนกฎหมายตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือไม่ โดยดีเอสไอรับเป็น “คดีพิเศษ” แล้วเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา เลขคดีพิเศษที่ 14/2568 มีส่วนคดีความมั่นคง 4 กองคดีความมั่นคง เป็นผู้รับผิดชอบ
กรณีดังกล่าว ดีเอสไอ เคยชี้แจงกรณีเมื่อปี 2564 ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ดีเอสไอได้มีการดำเนินคดีกับบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด หรือบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ในความผิดอันเนื่องมาจากการเข้าดำเนินธุรกิจเหมืองทองคำ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “เหมืองทองอัครา” ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร รวม 2 คดีมาก่อนหน้านี้ โดยสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษทั้ง 2 คดีดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สรุป และมีความเห็นส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และกรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงสืบสวนในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องตลอดมา
ต่อมา กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ โดยนางอารมย์ คำจริง กับพวก ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินคดีกับบริษัท ดังกล่าวในหลายกรณี กล่าวคือ การถือครองหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ในลักษณะนอมินีในการประกอบกิจการเหมืองทองคำ การทำเหมืองแร่นอกเขตประทานบัตร การปล่อยให้สารพิษรั่วไหลก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเหมืองแร่ รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และการหลบเลี่ยงภาษี
ในเรื่องดังกล่าว พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ (ขณะนั้น) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนหลายชุด เพื่อตรวจสอบและสืบสวนหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องเรียนดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 อธิบดีดีเอสไอ ได้มีคำสั่งให้กรณีการถือครองหุ้นแทนบุคคลต่างด้าวของ บริษัทอัคราไมนิ่ง จำกัด หรือ บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อันเข้าลักษณะของการกระทำความผิดตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เป็นคดีพิเศษ และได้มอบหมายให้พันตำรวจโทสุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
สำหรับประเด็นตามข้อร้องเรียนอื่นๆ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ (ขณะนั้น) ดำเนินการตรวจสอบว่า คดีพิเศษที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านั้น มีประเด็นซ้ำซ้อนกับเรื่องที่มีการร้องเรียน และดำเนินการไปโดยเรียบร้อยหรือไม่ พร้อมทั้งประสานงานพนักงานอัยการ และสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีการสอบสวนไว้แล้ว เพื่อตรวจสอบ และดำเนินการตามข้อร้องเรียนของกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ต่อไป
กรุงเทพธุรกิจ นำเสนออีกแง่มุมหนึ่งเกี่ยวกับกรณีข้างต้น ซึ่งเป็นสำนวนการไต่สวนในชั้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่า ช่วงปี 2558 ก่อนหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งระงับกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯ นั้น มีกลุ่มคัดค้านเหมืองแร่ 5 จังหวัด รวมตัวกันประมาณ 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. (ขณะนั้น) เพื่อขอให้ร่วมตรวจสอบผลการดำเนินการของดีเอสไอ กรณีเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนร้ายแรงต่อประชาชนจำนวนมากในพื้นที่พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ที่อยู่รอบเหมืองแร่ทองคำนั้น
ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยแพร่เอกสารข่าวเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2558 ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคดีดังกล่าวที่กระทบถึงชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ประกอบกับได้มีพยานหลักฐานเบื้องต้นจากคณะกรรมการหลักทรัพย์และการลงทุนของประเทศออสเตรเลีย (ASIC) ที่ส่งมาให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเทศไทย พบบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย ถูกร้องเรียนว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริตในการขุดเหมืองแร่ทองคำ ในประเทศไทย
โดยมีการโอนเงินจากประเทศออสเตรเลีย มายังประเทศไทย ที่อาจเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอใบอนุญาตขุดเหมืองแร่ทองคำ หรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเหมืองแร่ทองคำ และให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศไทย ทางสำนักงาน ก.ล.ต. จึงส่งข้อมูลดังกล่าวมายังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต่อไป
ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตในการทำเหมืองแร่ทองคำบริเวณพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. (ขณะนั้น) เป็นประธานฯ และมีอนุกรรมการ ได้แก่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านกฎหมาย และการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการไต่สวนโดยเร่งด่วนต่อไป
จากการตรวจสอบเชิงลึก พบว่า พล.ท.จารุมาศ เรืองสุวรรณ (เครือญาตินายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) อดีตที่ปรึกษาพิเศษพรรคเพื่อไทย เคยเป็นกรรมการบริษัทในเครืออัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) อย่างน้อย 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท ฟ้าร้อง จำกัด ,บริษัท ฟ้าแลบ จำกัด ,บริษัท อิสระ ไมนิ่ง จำกัด ,บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง จำกัด และ บริษัท ฟ้าใหม่ เอ็กซพลอเรชั่น จำกัด แต่ปัจจุบันมิได้ดำรงตำแหน่งใดๆ แล้ว
อย่างไรก็ดีมีรายงานข่าว นักการเมืองระดับชาติที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้มี 2 ราย ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต รมว.อุตสาหกรรม และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (ปัจจุบันลี้ภัยไปต่างประเทศ หลังรัฐประหารโดย คสช.เมื่อปี 2557) โดยทั้ง 2 รายเป็นรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2563 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ กับพวกรวม 6 ราย กรณีอนุญาตให้ บริษัท อัครา เปลี่ยนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีโดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้เอกชน
เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2563 น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีความซับซ้อน และแยบยล เป็นคดีระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงมีการแยกประเด็นไต่สวนออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และกรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
เบื้องลึกข้อเท็จจริงกรณีข้างต้น น.ส.สุภา เคยให้สัมภาษณ์เมื่อครั้งยังเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ว่า กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ขณะนี้มีข้อมูลจากอีเมลพบว่า มีเส้นทางการเงินเข้ามาจริง มีการพักเงินที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ จึงนำเข้ามาไต่สวนในสำนวน อย่างไรก็ดีขณะนี้อยู่ระหว่างรอการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ โดย ป.ป.ช. ดำเนินการสืบหาเส้นทางการเงินดังกล่าวกับบัญชีอีเมลปลายทาง แต่เหมือนปลายทางจะรับปากบ้าง ไม่รับปากบ้าง เหลือแค่ฝ่าย ป.ป.ช. เดินทางไปต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ให้ความร่วมมือ โดยขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังพยายามเต็มที่เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในอีเมลฉบับนี้ แต่ต้องมีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการจากต่างประเทศก่อน
ล่าสุด เมื่อช่วงต้นปี 2568 กรุงเทพธุรกิจ ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างสืบสวนอยู่ อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายของไทย คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ระบุโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต ทำให้ประเทศซึ่งมีแหล่งข้อมูลเส้นทางการเงินเรื่องนี้ ไม่อาจส่งมอบข้อมูลให้ได้ เนื่องจากมองว่าเป็นหลักกฎหมายที่ขัดต่อสากล จึงทำให้การสอบสวนเรื่องนี้เป็นไปอย่างล่าช้า แม้ว่าสำนักงาน ป.ป.ช.จะอาศัยช่องทางให้อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นผู้ดำเนินการแล้วก็ตาม แต่ก็ยังติดขัดปัญหาเรื่องดังกล่าว
ข้อมูลล่าสุดเมื่อ 25 มี.ค. 2568 พบว่า บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2556 ทุนปัจจุบัน 590 ล้านบาท (ชำระแล้ว) 512 ล้านบาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ที่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร วัตถุประสงค์ ธุรกิจเหมืองแร่และการผลิตทองคำและเงิน กรรมการ 8 คน ได้แก่ นายรอส โดนัลด์ สมิธ-เคิร์ก นายรอส อเล็กซานเดอร์ คอยล์ นายเจมี่ ลี กิ๊บสัน นายสิโรจ ประเสริฐผล นางณุชรีย์ ไศละสูต นายวรงค์ สราญฤทธิชัย นายจำรัส แสงศรีจันทร์ นางไมร์น่า อโบฮาร์บ
นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 31 ต.ค. 2567 นางณุชรีย์ ไศละสูต ถือหุ้นใหญ่สุด 51.7578% บริษัท คิงสเกท แคปปิตอล จำกัด (บริษัทแม่ สัญชาติออสเตรเลีย) ถือรองลงมา 48.2422% ที่เหลือถือคนละ 1 หุ้น ได้แก่ นาย รอส โดนัลด์ สมิธ-เคิร์ก นางสาว สายพิณ รำพรรณ์ นาย วรงค์ สราญฤทธิชัย นาย สิโรจ ประเสริฐผล นาย จำรัส แสงศรีจันทร์ นาย เจมี่ ลี กิ๊บสัน นาง ไมร์น่า อโบฮาร์บ นาย สุรชาติ หมุนสมัย นางสาว ศิวนาถ สอนราช นาย มนตรี ตะเภาลอย นางสาว น้ำผึ้ง กับขุนทด นาย ธไนศวรรย์ ปายะฤทธิ์ และนางสาว นฤอร เกลาเทียน
นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2567 สินทรัพย์รวม 11,664,945,786 บาท ในจำนวนนี้เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 2,359,044,699 บาท หนี้สินรวม 5,382,436,843 บาท รายได้รวม 8,428,392,712 บาท รายจ่ายรวม 3,253,409,726 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 80,557,303 บาท เสียภาษีเงินได้ 41,984,311 บาท กำไรสุทธิ 5,136,409,994 บาท
ส่วนบริษัท สวนสักพัฒนา จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2540 ทุนปัจจุบัน 10 ล้านบาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ที่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร วัตถุประสงค์ ถือครองที่ดินเพื่อการลงทุนและให้เช่า มีกรรมการ 5 คน ได้แก่ นายรอส โดนัลด์ สมิธ-เคิร์ก นายปีเตอร์ วิลเลี่ยม วอร์เรน นายรอส อเล็กซานเดอร์ คอยล์ นายสิโรจ ประเสริฐผล นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ
นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อ 31 ต.ค. 2567 บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่สุด 99.9940% นาย สิโรจ ประเสริฐผล ถือ 0.0030% นาย รอส โดนัลด์ สมิธ-เคิร์ก ถือ 0.0020% นาย วรงค์ สราญฤทธิชัย ถือ 0.0010%
นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 2,663,257,207 บาท หนี้สินรวม 2,858,087,820 บาท รายได้รวม 97,407,932 บาท รายจ่ายรวม 4,959,420 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 116,785,041 บาท ขาดทุนสุทธิ 24,336,529 บาท
สำหรับบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องตามสำนวนของ ป.ป.ช.เบื้องต้นมีอย่างน้อย 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท คิงส์เกต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย 2.บริษัท สวนสักพัฒนา จำกัด เป็นนอมิมี มีถือครองที่ดินแทน และ 3.บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) นั้น ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานที่ตรวจสอบยังไม่มีมติใด ๆ ออกมา ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกพาดพิงทั้งหมดจึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่