แกะรอย 3 คนไทยถือหุ้น บ.จีนเครือ ‘ไชน่า เรลเวย์’ สร้างตึก สตง.

มัดรวมมาครบ! แกะรอย 3 “คนไทย” เข้าไปถือหุ้น “บริษัทจีน” ในเครือ “ไชน่า เรลเวย์” เอกชนกิจการร่วมค้า ก่อสร้างอาคาร สตง. 2.1 พันล้าน
ประเด็นการติดตามตรวจสอบเหตุการณ์อาคารก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ มูลค่ากว่า 2.1 พันล้านบาท ถล่มภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ยังคงเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาคารหลังดังกล่าวเป็นอาคารเดียวใน กทม.และในประเทศ ที่ถล่มลงมาหลังเกิดเหตุ ทั้งที่มีมูลค่าก่อสร้างสูง และใช้บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ระดับชาติ และหุ้นส่วนเอกชนที่เป็นเครือข่ายรัฐวิสาหกิจจากจีน
เบื้องต้น กรุงเทพธุรกิจ สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า
1.โครงการนี้ มีการชงของบประมาณเพื่อขอก่อสร้างมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 หรือราว 18 ปีก่อน ต่อมามีการขอปรับเปลี่ยนงบประมาณในปี 2563 ออกเป็น 2 แบ่งเป็นงานก่อสร้างอาคารดังกล่าว วงเงิน 2.1 พันล้านบาทเศษ ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด
และงานผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง วงเงิน 74.6 ล้านบาทเศษ ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จํากัด บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จํากัด และ บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้น จํากัด)
2.พบ “เอกชนจีน” ที่มาร่วมเป็นกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ดำเนินการก่อสร้างอาคาร สตง.ดังกล่าวคือ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด โดยจากการตรวจสอบพบมีชื่อจีนว่า บริษัท จงเที่ยสือจวี่จี๋ตวน (China Railway No.10 Engineering Group – CRCC) หนึ่งในบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจจีนขนาดใหญ่ โดยสื่อจีนเคยรายงานข่าวเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาว่า บริษัทแห่งนี้ ดำเนินงานในโครงสร้างหลักของอาคารเสร็จสมบูรณ์แล้ว ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความคืบหน้าในระดับกายภาพ แต่ยังถือเป็น โครงการอาคารสูงพิเศษ (超高层建筑) แห่งแรกในต่างประเทศของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันด้านวิศวกรรมจีนที่กำลังก้าวรุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด พบข้อเท็จจริงว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป คัมปะนี (สัญชาติจีน) ถือหุ้นใหญ่สุด 49% และมี “คนไทย” ร่วมถือหุ้น 3 คน คือ โสภณ มีชัย มานัส ศรีอนันท์ และประจวบ ศิริเขตร
โดยพบว่า “โสภณ-มานัส” ได้ร่วมถือหุ้น “บริษัทในเครือทุนจีน” อีกหลายสิบแห่ง ขณะเดียวกันที่ตั้งของ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด ใช้ที่อยู่เดียวกันกับบริษัทที่ “โสภณ-มานัส” ร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการอีก 9 แห่ง
ล่าสุด กรุงเทพธุรกิจ พบอีกว่า ยังมีตัวละคร “คนไทย” อีก 1 ราย เข้าไปเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นใน “เครือข่ายบริษัทจีน” ของ “ไชน่า เรลเวย์” ดังกล่าว คือ “ประจวบ ศิริเขตร” โดยพบว่าเขาเป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 4 แห่ง (เท่าที่ตรวจสอบพบ) ได้แก่
1. บริษัท วีล มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
2. บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
3. บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด
4. บริษัท สันติภาพ การขนส่ง ไทย-จีน จำกัด (สถานะปัจจุบัน ถูกนายทะเบียนขีดชื่อว่าร้าง)
ประจวบ ศิริเขตร ถือหุ้นอย่างน้อย 8 แห่ง ได้แก่
1. บริษัท วีล มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (ถือ 9.08%)
2. บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด (ถือ 10%)
3. บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด (ถือ 37.48%)
4. บริษัท เอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ถือ 27.9%)
5. บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ถือ 40%)
6. บริษัท สแตร์ ลาเบล อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (ถือ 20%)
7. บริษัท โชคนิมิต บิสซิเนส แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (ถือ 30%)
8. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด (ถือ 10.2%)
นับรวมกับ 2 ตัวละครคนไทยที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ คือ
โสภณ มีชัย เป็นกรรมการบริษัท 4 บริษัท คือ
1. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด
2. บริษัท ไซเบอร์ เทเลคอม จำกัด
3. บริษัท ไฮห่าน จำกัด
4. บริษัท เอที แคปปิตอล โซลูชั่น จำกัด (เสร็จชำระบัญชีแล้ว)
โสภณ ยังถือครองหุ้น 5 บริษัท ได้แก่
1. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ถือ 40.8%
2. บริษัท เอที แคปปิตอล โซลูชั่น จำกัด (เสร็จชำระบัญชี)
3. บริษัท ไฮห่าน จำกัด ถือ 51%
4.บริษัท ยูไนเต็ด สตาร์ กรุ๊ป จำกัด ถือ 25.5%
5. บริษัท สยาม ไบโอเมดิคอล ไซเอนซ์ จำกัด ถือ 10%
ส่วนมานัส ศรีอนันท์ เป็นกรรมการบริษัท 9 บริษัท ได้แก่
1. บริษัท วีล มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
2. บริษัท สยาม ไบโอเมดิคอล ไซเอนซ์ จำกัด
3. บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
4. บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด
5. บริษัท สแตร์ ลาเบล อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
6. บริษัท เอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
7. บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด
8. บริษัท โชคนิมิต บิสซิเนส แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
9. บริษัท บี เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (เสร็จชำระบัญชี)
มานัส ยังถือครองหุ้น 12 บริษัท
1. บริษัท เลนเยส อี-พาวเวอร์ จำกัด ถือ 51%
2. บริษัท สแตร์ ลาเบล อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ถือ 31%
3. บริษัท เอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือ 52.1%
4. บริษัท โชคนิมิต บิสซิเนส แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ถือ 40%
5. บริษัท บี เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ถือ 1%
6. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด
7. บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถือ 30%
8. บริษัท ยูไนเต็ด สตาร์ กรุ๊ป จำกัด ถือ 25.5%
9. บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด ถือ 48%
10. บริษัท สยาม ไบโอเมดิคอล ไซเอนซ์ จำกัด ถือ 70%
11. บริษัท วีล มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ถือ 45.03%
12. บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด ถือ 62.48%
จะพบว่าทั้ง โสภณ มีชัย มานัส ศรีอนันท์ และประจวบ ศิริเขตร ต่างเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น ในบริษัทเครือจ่าย “ทุนจีน” ที่เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน หรือที่ตั้งบริษัทเดียวกันกับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งใน “กิจการร่วมค้า” ที่ก่อสร้างอาคารใหม่ของ สตง.ซึ่งพังถล่มลงมาจำนวนหลายบริษัท
มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ปรากฏชื่อ พล.อ.ภัสสร อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ กระทรวงกลาโหม เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทแห่งนี้ด้วย ต่อมาเมื่อ 4 มี.ค.2566 สื่อหลายสำนักรายงานข่าวตรงกันว่า พล.อ.ภัสสร ทำการอัตนิวิบาตกรรมภายในอาคารเลขที่ 493 ซอยพุทธบูชา 44 แยก 11 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน “ไชน่า เรลเวย์ฯ”
สำหรับคนไทยทั้ง 3 คนข้างต้น ถูกเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังอย่าง “CSI LA” โพสต์ข้อความกล่าวอ้างว่า คนไทยเหล่านี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจเข้าไปถือครองหุ้นแทน (นอมินี) ให้กับบริษัทจีน ทว่าเรื่องนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงยืนยันจากการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด
ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า คนไทยทั้ง 3 รายดังกล่าว ถูกร้องเรียนเรื่องการกระทำลักษณะในการเข้าไปถือครองหุ้นแทน (นอมินี) ของคนต่างชาติ รวมถึงบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ และบริษัทในเครือข่ายข้างต้น ยังไม่ถูกร้องเรียนประเด็นการก่อสร้างอาคาร สตง.แห่งใหม่ที่กำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในตอนนี้แต่อย่างใดด้วย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์