เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม 'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ 'ปธน.สหรัฐ' มากแค่ไหน

เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม 'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ 'ปธน.สหรัฐ' มากแค่ไหน

การประท้วงต่อต้านอิสราเอลตามมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วสหรัฐ ก่อให้เกิดประเด็นเปรียบเทียบการประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามในสมัยก่อน แม้ปัจจุบันรุนแรงน้อยกว่า แต่จับกุมนักศึกษาแล้วกว่า 2,000 คน และสร้างความกังวลว่า ฐานเสียงคนรุ่นใหม่อาจสะเทือนเก้าอี้ปธน.สหรัฐ !

เมื่อวันเสาร์ (4 พ.ค.) ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 54 ปี “เหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยเคนต์” ซึ่งเป็นวันที่กองกำลังป้องกันชาติในรัฐโอไฮโอ ใช้กำลังปราบปรามการชุมนุมต่อต้านสงครามเวียดนามในมหาวิทยาลัย ส่งผลให้นักศึกษาเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และก่อให้เกิดความไม่สงบทั่วประเทศ

ขณะที่การประท้วงต่อต้านอิสราเอลของนักศึกษาอเมริกันในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความแตกต่างกับเหตุกราดยิง 4 พ.ค. ในหลายด้าน แม้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีการจับกุมนักศึกษาแล้วกว่า 2,000 คน

สหรัฐสูญทหาร vs กาซาสูญพลเรือน

ในปี 2513 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สงครามเวียดนามดำเนินมาแล้ว 5 ปี ขณะนั้นประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน จากพรรครีพับลิกัน ได้ประกาศขยายสงครามไปยังกัมพูชา และช่วงสิ้นปี 2513 มีการเกณฑ์ชายหนุ่มอเมริกันไปเกือบ 1.8 ล้านคน และสูญเสียกองกำลังเกือบ 30,000 นาย

ขณะที่สงครามในกาซา สหรัฐไม่ได้ส่งกองทัพลงพื้นที่ แต่พลเมืองสหรัฐจำนวนมากสูญเสียครอบครัวจากสงครามนี้

กลุ่มติดอาวุธอิสลาม “ฮามาส” บุกโจมตีชายแดนอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. คร่าชีวิตพลเรือนไป 1,200 คน และจับตัวประกันไปอีก 253 คน ส่วนการโจมตีของอิสราเอลคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์มากกว่า 35,000 ราย และประชาชนพลัดถิ่น 2.3 ล้านคน

นักศึกษาหลายสิบมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐจึงออกมาประท้วง เพื่อต่อต้านการทำสงครามของอิสราเอล และเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาเลิกลงทุนกับบริษัทที่สนับสนุนการทำสงครามในกาซา

เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม \'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ \'ปธน.สหรัฐ\' มากแค่ไหน

เห็นสงครามผ่านออฟไลน์ - ออนไลน์

ความเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามเวียดนาม ส่วนหนึ่งมีผลมาจากสื่อโทรทัศน์ที่รายงานและเผยแพร่ภาพ การนำร่างทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม กลับสหรัฐในทุก ๆ วัน (ปัจจุบันสหรัฐงดเผยแพร่ภาพเหล่านี้แล้ว)

ขณะที่ “คริสเตียนนา ลีฮี” อดีตสมาชิกคณะกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแมคแดเนียล ในรัฐแมรีแลนด์ บอกว่า การชุมนุมของนักศึกษาอเมริกันในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากการรับรู้ข่าวสารสงครามที่กำลังดำเนินอยู่แบบ "เรียลไทม์" ผ่านโทรศัพท์ของตนได้ 24 ชั่วโมง
 

ความสูญเสียเปลี่ยนใจผู้สนับสนุน

จำนวนผู้เสียชีวิตและความเสียหายเป็นวงกว้างในกาซา ทำให้ความคิดเห็นของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป

กลุ่มคนที่สนับสนุนการโจมตีของอิสราเอล ลดลงจาก 50% ในเดือน พ.ย. 2566 สู่ระดับ 36% ในเดือน มี.ค. 2567

ขณะที่การลงนามให้งบประมาณช่วยเหลืออิสราเอลเพิ่มเติม 14,000 ล้านดอลลาร์ ก็เผชิญกับคำวิพากวิจารณ์มากมาย และส่งผลให้ผู้ลงคะแนนเสียงหลายแสนคนในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เลือกกาช่อง “uncommitted” ซึ่งหมายถึง ไม่เลือกผู้สมัครรายใดให้เข้าชิงปธน.สหรัฐ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการสงครามในกาซาของรัฐบาลไบเดน

ด้าน "เบอร์นี แซนเดอร์ส" สมาชิกวุฒิสภา ได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ชุมนุมปัจจุบันกับช่วงสงครามเวียดนาม ว่า สมัยนั้นประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน ตัดสินใจไม่ลงสมัครเลือกตั้งในปี 2511 ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวของประชาชนที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการทำสงครามในเวียดนาม


แซนเดอร์ส เผย ตนมีความกังวลเป็นอย่างมาก ว่า สิ่งที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ดำเนินการอยู่ จะสร้างความบาดหมาง ซึ่งไม่ได้สร้างความบาดหมางแค่กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่รวมถึงฐานเสียงเดโมแครตจำนวนมาก

เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม \'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ \'ปธน.สหรัฐ\' มากแค่ไหน

ชุมนุมรุนแรง vs ชุมนุมสงบ

เควิน ครูส” ศาสตรจารย์จากมหาวิยาลัยพรินซ์ตัน กล่าวว่า กลุ่มประท้วงในปี 2513 ขยายตัวได้มากและรุนแรงมากขึ้น โดยบางกลุ่มสามารถดึงดูดคนมาร่วมชุมนุมได้หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน และผู้ประท้วงบางคนในสมัยนั้นมีความรุนแรง ไม่เหมือนกับการประท้วงอย่างสงบของกลุ่มนักศึกษาสหรัฐในขณะนี้

โดยกลุ่มผู้ประท้วง ได้เผาอาคารของกองกำลังฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สำรอง (ROTC) ก่อนเกิดเหตุกราดยิงสลายชุมนุมในวัน 4 พ.ค. 2513

นอกจากนี้ เหตุกราดยิงสลายชุมนุมในวันดังกล่าว จุดชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามทั่วสหรัฐ โดยมีคนออกมาประท้วงเกือบ 100,000 คนในกรุงวอชิงตันดีซี และลามไปถึงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีคนออกมาประท้วงราว 100,000 คนเช่นกัน

ครูสบอกว่า การตอบสนองต่อการประท้วงของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียไม่นานมานี้ ก่อให้เกิดการประท้วงที่มีขนาดเล็กกว่า และการประท้วงในมหาวิทยาลัยอาจจบลง หากบรรดาผู้บริหารปล่อยผ่านไปอย่างเงียบ ๆ จนถึงช่วงฤดูร้อน

เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม \'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ \'ปธน.สหรัฐ\' มากแค่ไหน

ท่าทีรัฐบาล เรียกพวกสนับสนุน vs ทำเป็นหูหนวก

ไม่นานหลังจากเกิดเหตุกราดยิงในม.เคนต์ ปธน.นิกสันได้เชิญกลุ่มแรงงานก่อสร้าง หรือที่เรียกว่า “Hard Hat Riot” ซึ่งประกอบไปด้วยแรงงานก่อสร้าง 400 คน และพนักงานออฟฟิศ 800 คน ไปพูดคุยที่ทำเนียบขาว ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่โจมตีผู้ประท้วงสงครามเวียดนามในนิวยอร์กซิตี้ราว 1,000 คน

ขณะที่การแสดงความเห็นของปธน.ไบเดน ต่อการชุมนุมประท้วงที่รุนแรงตามมหาวิทยาลัยในช่วงที่ผ่านมานั้น หลายคนมองว่าเขาเป็นผู้นำที่ “หูหนวก” ต่อสงครามในกาซา 

เช่นเดียวกับที่นักเคลื่อนไหวชาวอเมริกันเชื้อสายอาหรับและชาวมุสลิมมองว่า ทำเนียบขาวไม่รับฟังความวิตกกังวลของพวกเขาเกี่ยวกับการสนับสนุนอิสราเอล

เทียบ นศ.ประท้วงสงคราม \'อิสราเอล VS เวียดนาม’ สะเทือนเก้าอี้ \'ปธน.สหรัฐ\' มากแค่ไหน

แบ่งแยกระหว่างวัย เสี่ยงหนุน “ทรัมป์เป็นปธน.” สมัย 2

เจมส์ คาร์วิลล์” นักยุทธศาสตร์พรรคเดโมแครตวัย 79 ปี เตือนเมื่อวันอาทิตย์ (5 พ.ค.) ว่า กลุ่มนักศึกษาประท้วงอาจช่วยหนุนโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ได้ หากเกิดการแบ่งแยก

ผลสำรวจของยูกอฟ (YouGov) ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (2 พ.ค.) แสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ 53% รู้สึกว่าการตัดสินของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพื่อระงับการชุมนุมและขับไล่ผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์เป็น "สิ่งที่ถูกต้อง” หรือ “ยังไม่รุนแรงพอ” และในกลุ่มวัย 65 ปีขึ้นไป เห็นด้วยมากถึง 60%

ด้าน “ดิลารา ซายีด” ประธานแนวร่วมพลเมืองมุสลิม (Muslim Civic Coalition) องค์กรไม่แสวงหากำไรในชิคาโก บอกว่า พรรค (เดโมแครต) ยังคงไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่และคนผิวสี

"แอบบาส อลาเวียห์" อดีตผู้ช่วยระดับอาวุโสของรัฐสภาสหรัฐ และผู้จัดชุมนุม ที่ช่วยรณรงค์กา "Uncommitted" ไม่เลือกใครเข้าชิงปธน. บอกว่า ผู้นำพรรคมีความเสี่ยงสร้างความผิดพลาดเหมือนกับสงครามเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม “มีอา เอห์เรนเบิร์ก” โฆษกหาเสียงของไบเดน กล่าวว่า การหาเสียงของไบเดนนั้น กำลังเร่งดึงดูดผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงอย่างแข็งขัน 

ด้าน “จิม ซอกบี” ผู้ประท้วงในสมัยสงครามเวียดนาม และผู้ก่อตั้งสถาบันอาหรับอเมริกัน เผยว่า ความแตกแยกระหว่างคนรุ่นใหม่และรัฐบาล อาจปะทุในช่วงประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคเดโมแครตในเดือน ส.ค. แต่มีโอกาสน้อยที่จะสร้างความท้าทายต่อรัฐบาลไบเดน  

อ้างอิง: Reuters