‘ราคาทองคำ’ ทำนิวไฮใหม่ พุ่งแตะ 2,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หวั่นภาษีทรัมป์

‘ราคาทองคำ’ ทำนิวไฮใหม่ พุ่งแตะ 2,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หวั่นภาษี ‘ทรัมป์’ จ่อขึ้นภาษีนำเข้าแคนาดาและเม็กซิโก25% และ ‘เงินเฟ้อ’ กระทบเศรษฐกิจสหรัฐ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน “ราคาทองคำ” พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก หลังจากพุ่งขึ้น 1.3% วานนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องภาษีศุลกากรของสหรัฐ และยังเฝ้าติดตามรายงานเงินเฟ้อที่สำคัญเพื่อประเมินแนวทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)
ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” กล่าวว่าเขาจะจัดเก็บ ภาษี นำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก25% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รวมถึงการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจีนด้วย แต่ยังไม่ได้เปิดเผยความชัดเจน
ด้านสมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน(London Bullion Market Association) ระบุว่า ตลาดทองคำของสหรัฐมีการซื้อขายที่ระดับพรีเมี่ยมนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อไม่นานนี้ และเสริมว่าทางสมาคมฯได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ CME Group และทางการของสหรัฐเพื่อติดตามแนวโน้มดังกล่าว
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน เนื่องจากการขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์ทำให้เกิดความกลัวสงครามการค้าที่อาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่านโยบายลดภาษีและปฏิรูปการย้ายถิ่นฐานอาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและ “เงินเฟ้อ” ของสหรัฐ
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกเฟดกล่าวเมื่อวันพุธว่าธนาคารกลางสหรัฐอยู่ในโหมด "รอและดู" เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของรัฐบาลกลางสหรัฐประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในสัปดาห์นี้ตามที่คาดไว้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในการประชุมสามครั้งก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือนกันยายน
อ้างอิง Bloomberg