FTX เผยมี ‘เงินสด’ เหลือจ่ายผู้เสียหาย หลังบริษัทเจอวิกฤติจนล้มละลายในปี 65

FTX เผยมี ‘เงินสด’ เหลือจ่ายผู้เสียหาย หลังบริษัทเจอวิกฤติจนล้มละลายในปี 65

FTX บริษัทคริปโทที่ล้มละลายในปี 65 เผยมีเงินสด 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังการขายสินทรัพย์ในช่วงราคาฟื้น มากพอที่จะจ่ายชดใช้ค่าเสียหาย แถมให้ดอกเบี้ยกับลูกค้ากว่า 2 ล้านคน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานถึงแถลงการณ์ของบริษัท  FTX แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ล้มละลายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ได้ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการจากขายสินทรัพย์ทั้งหมด ทำให้บริษัทมี"เงินสดสะสม" สูงถึง 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์ มากพอสำหรับการจ่ายชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้าจากเหตุการณ์ล้มละลาย ซึ่ง FTX ติดหนี้ลูกค้าและเจ้าหนี้ที่ไม่ใช่ภาครัฐบาลประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้วยเหตุนี้ ลูกค้า FTX น่าจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนภายใต้กระบวนการฟื้นฟูบริษัท เงินสดส่วนเกินนี้จะถูกนำไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากว่า 2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก  เนื่องจากปกติแล้วเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายของสหรัฐมักจะได้รับเงินคืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 

จอห์น เรย์ ซีอีโอคนใหม่ของ FTX ที่เข้ามาบริหารบริษัทหลังจากการล้มละลาย กล่าวว่า “ผลลัพธ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับการล้มละลายใดๆ”

แม้ว่าหนี้สินทั้งหมดจะได้รับการชำระเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย แต่จะไม่มีเงินเหลือสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามเอกสารศาลที่ยื่นที่ศาลกลางสหรัฐ ในวิลมิงตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดำเนินคดี FTX

การชำระหนี้ของ FTX

แม้ว่าลูกค้า FTX จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน แต่จำนวนเงินที่ได้รับจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของหนี้ ดังนั้นเจ้าหนี้บางรายอาจได้รับเงินคืนมากถึง 142% ของยอดหนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของสิทธิ์ที่ถือครองในคดีนี้ โดยคาดว่าลูกค้าส่วนใหญ่ น่าจะได้รับเงินคืน 118% ของยอดเงินที่พวกเขามีอยู่ในแพลตฟอร์ม FTX ณ วันที่บริษัทประกาศล้มละลาย

ที่ปรึกษาการฟื้นฟูกิจการของ FTX ซึ่งบริหารงานบริษัทอยู่ในขณะนี้ ได้เสนอจัดตั้งกองทุนเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้บางราย  รวมถึงผู้ที่ให้ยืมสกุลเงินดิจิทัลกับ FTX ด้วยเงินก้อนนี้ ซึ่งเดิมทีจะต้องจ่ายให้กับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล โดยกระบวนการชำระหนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน เนื่องจาก FTX อยู่ในระหว่างการดำเนินการขั้นตอนสุดท้ายของคดีล้มละลาย

 FTX เอาเงินสดมาจากไหน?

เมื่อต้นปี 2567 ทาง FTX มีเงินสดเพียงประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันกลับมีเงินสดเหลือจ่ายสำหรับชำระหนี้ลูกค้าเต็มจำนวน  เหตุผลสำคัญมาจาก 2 เรื่องหลักๆ

ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งสูงขึ้น โดยมูลค่าของคริปโทหลายสกุล รวมถึง Solana ซึ่งเป็นโทเคนที่ได้รับการสนับสนุนจากแซม แบงค์แมน-ฟรีด(Sam Bankman-Fried) ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ถูกตัดสินโทษฐานฉ้อโกงนั้นมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ FTX มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากสกุลเงินดิจิทัลแล้ว FTX ยังได้ขายสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ อีกหลายสิบรายการรวมถึงโครงการร่วมลงทุนต่างๆ เช่น การขายหุ้นในบริษัทปัญญาประดิษฐ์ Anthropic ที่ FTX ร่วมลงทุน

การฟื้นฟูกิจการของ FTX ใกล้จบ

แม้ FTX จะเคยเผชิญกับปัญหาทางการเงิน แต่ที่ปรึกษาการฟื้นฟูกิจการก็ได้ดำเนินการติดตามทรัพย์สินของบริษัททั่วโลก รวมถึงคลี่คลายบัญชีที่กระจายอยู่ต่างๆ  กระบวนการเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากตลาดสกุลเงินดิจิทัลฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาของบิตคอยน์ (Bitcoin) เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่านับตั้งแต่ปลายปี 2565

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่ปรึกษาการฟื้นฟูกิจการได้ยื่นเอกสารซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอแผนการกระจายเงินสดไปยังเจ้าหนี้  เพื่อยุติการดำเนินคดีตาม Chapter 11  เอกสารดังกล่าวเรียกว่า "disclosure statement" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าหนี้ลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับแผนการชำระหนี้ที่เสนอ  ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยให้กับลูกค้า FTX 

จอห์น ดอร์ซีย์ ผู้พิพากษ์ศาลล้มละลายจะพิจารณาผลการลงคะแนนเสียงของเจ้าหนี้ ประกอบการตัดสินอนุมัติแผนการชำระหนี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการจัดแถลงเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการชำระหนี้และกระบวนการลงคะแนนเสียง