ข้อมูลลับ '5 ดีล' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

ข้อมูลลับ '5 ดีล' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

ข้อมูลลับ '5 ดีล' ร้อนต้อนนายกฯ ศึกครั้งสุดท้ายค่ายสีส้ม จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่ เดิมพันเรตติ้งการเมือง ต่อยอดศึกเลือกตั้งใหญ่

KEY

POINTS

  • ศึกซักฟอกครั้งแรกของ "นายกฯ อ

ข้อมูลลับ \'5 ดีล\' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

ประเดิมศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ครั้งแรก แม้จะเพียง 2 วัน แต่ฝ่ายค้านจะลากยาวต่อเนื่อง 24-25 มี.ค.68 ก่อนโหวตในวันที่ 26 มี.ค.68 

อีเวนต์แห่งปีครั้งนี้ ทั้ง “ขั้วรัฐบาล” และ “ขั้วฝ่ายค้าน” ต่างเตรียมความพร้อม ทั้งทีม และข้อมูลเป็นอย่างดี

แม้ฝ่ายค้านจะรู้ดีว่าเสียงโหวต หลังศึกซักฟอกไม่เพียงพอที่จะโค่นนายกฯ ให้พ้นจากเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารได้ แต่อย่างน้อยการชำแหละผลงาน จุดอ่อนทางการเมือง ย่อมทำให้รัฐบาลเสียเครดิตได้ไม่น้อย และอาจเพิ่มคะแนนนิยมทางการเมืองให้ฝ่ายค้านได้ หากทำถึง 

ต้องยอมรับว่าฐานคะแนนนิยมของ “ขั้วแดง-ขั้วส้ม” ในหลายส่วนยังทับซ้อนกันอยู่ แม้ในเขตเมือง “พรรคส้ม” จะมีฐานคะแนนเข้มแข็ง เนื่องจากการตัดสินใจของประชาชนไม่อิงกับการเมือง “บ้านใหญ่” แต่พื้นที่นอกเขตเมือง โดยเฉพาะภาคเหนือ-ภาคอีสาน “พรรคแดง” ยังถือแต้มต่อ

อย่างไรก็ตาม คะแนนจากการเลือกตั้งปี 2566 บ่งบอกชัดเจนว่าในพื้นที่ “สีแดง” ทั้งภาคเหนือ-ภาคอีสาน โดน “สีส้ม” รุกไล่จ่อคอหอย แถมบางพื้นที่ “ขุนพลสีส้ม” เข้าวินแบบฉิวเฉียด

ดังนั้นเป้าหมายของ “พรรคประชาชน” ไม่ใช่การโค่นล้มรัฐบาลแพทองธาร แต่เป็นการเก็บแต้มทางการเมือง ดิสเครดิตคู่แข่ง-คู่แค้น เติมแต้ม-เพิ่มคะแนนนิยมให้ “ทีมสีส้ม” แข็งแกร่ง และเข้มแข็งมากกว่าเดิม

ปมซักฟอก "นายกฯ แพทองธาร"

สำหรับเงื่อนปมซักฟอก โฟกัสไปที่ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้ฝ่ายค้านจะยอมถอย ใช้วิธีกาชื่อออกจากญัตติ โดยใส่ “บุคคลในครอบครัว” แทน เพื่อเปิดทางให้ “ประธานสภาฯ” บรรจุญัตติ แต่กลับมีช่องให้ชำแหละ “ตระกูลชินวัตร” ได้ครอบคลุมมากขึ้น

แน่นอนว่า ความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรม กรณีการกลับมารับโทษของ “ทักษิณ” แต่เจ้าตัวไม่เฉียดเข้าเรือนจำแม้แต่วันเดียว โดยเข้ารับการรักษาตัว ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ทำให้มีคำถามถึงความเป็น “อภิสิทธิ์ชน” ที่ได้มาจาก “ดีลลับ” หรือไม่

แม้ระหว่างที่ “ทักษิณ” รับโทษชั้น 14 จะอยู่ในช่วงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โดยแพทองธาร ลูกสาว ยังไม่มีตำแหน่งในฝ่ายบริหาร แต่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งกระทรวงตราชั่ง ต่อเนื่องมายังรัฐบาลปัจจุบัน เอื้อประโยชน์ให้หรือไม่อย่างไร

จึงไม่แปลกหากฝ่ายค้านจะซักฟอกพาดพิงไปถึง “บิ๊กวี” กรณีเอื้อ “ทักษิณ” ปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประเด็นนี้ จึงถูกจับตาข้อมูลจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ว่าจะมีข้อมูลลึก และลับเป็นเซอร์ไพรส์ หรือไม่

ขณะเดียวกัน “ขั้วรัฐบาล” เก็งข้อสอบในเรื่องการบริหาร และปัญหาที่เกิดขึ้นว่า “ขั้วฝ่ายค้าน” อาจจะซักฟอกปม “จีนเทา” ซึ่งอาศัยช่องว่างทางกฎหมายประกอบธุรกิจสีเทา ส่งผลเสียต่อประเทศ

ข้อมูลลับ \'5 ดีล\' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

พ่วงด้วยการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอย่างหนัก ใช้มาตรการตัดน้ำ-ตัดไฟ-ตัดน้ำมัน บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ไม่ให้หล่อเลี้ยงเมืองชเวโก๊กโก จนสามารถลดปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ไปได้ไม่น้อย แต่ต้องจับตาข้อมูลของฝ่ายค้านว่า จะเปิดข้อมูลแฉใคร โยงใยผลประโยชน์ในขบวนการนี้อีกหรือไม่

เช่นเดียวกับการส่ง “ชาวอุยกูร์” กลับไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “กัณวีร์ สืบแสง” สส.พรรคเป็นธรรม ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลทางลับในหลายประเด็น

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ฝ่ายค้านปิดลับ ไม่ปรากฏเป็นข่าว เพราะต้องการเปิดแผลก่อนยื่นให้ “ป.ป.ช.” รับช่วงตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลต่อ โดยฝ่ายค้านเชื่อว่ามี 3-4 ปมที่จะทำให้นายกฯแพทองธารต้องรับมือ

ผ่า 5 ปมดีลแลกประเทศ

การโหมโรงเปิดฉากซักฟอกของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนด้วยคีย์เวิร์ด “ดีลแลกประเทศ” เมื่อตรวจสอบประเด็นที่นายกฯ และรัฐบาล คาดว่าจะถูกถล่ม ประกอบด้วย 

ปมแรก “ดีลลับ” การกลับมาของ “นายใหญ่” แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า โจทย์ของพรรคประชาชนต้องการโฟกัสที่ชื่อของ “ทักษิณ” และถึงแม้ต้องเปลี่ยนคำในญัตติเป็น “บุคคลในครอบครัว” กลับส่งผลให้อภิปรายได้กว้างกว่าเดิม

“ขุนพลสีส้ม” ต้องการฉายภาพดีลลับของ “ทักษิณ-เพื่อไทย” ที่ได้รับข้อเสนอของ “หัวขบวนอนุรักษนิยม” จนต้องยอมหักสัญญา “เอ็มโอยู” ที่จะจับมือกับ “อดีตพรรคก้าวไกล” ผลักดันให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นั่งเก้าอี้นายกฯ

โดยจะขมวดเงื่อนปมอภิสิทธิ์ชนที่ นายใหญ่-นายหญิง จะได้รับการอุปถัมภ์ในแบบที่ “ตระกูลชินวัตร” ไม่เคยได้รับมาก่อน

ฟากฝั่ง “เพื่อไทย” เล็งแก้เกมด้วยการเปิด “ดีลลับฮ่องกง” ที่ “เอก”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำจิตวิญญาณพรรคประชาชน เคยบินไปเจรจาดีลจัดตั้งรัฐบาลกับ “ทักษิณ” แม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่การได้พบเจอกัน ย่อมสะท้อนภาพ “เบอร์หนึ่งสีส้ม” เล่นเกมดีลไม่ต่างกัน

ปมสอง ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่ากันว่า พรรคประชาชนมีข้อมูล “บริษัทเอกชน” ระดับประเทศที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้ามารับหน้าเสื่อ ดำเนินโครงการซอฟต์พาวเวอร์ให้กับรัฐบาล โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยจะตั้งข้อสังเกตว่า อาจมี “ดีลลับ” และ “ดีลใหญ่” หรือไม่

ปมสาม เงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต  ฝ่ายค้านมีข้อมูล “ดีลลับ” ในโครงการนี้ ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับ “บริษัทเอกชน” ที่เข้ามาดูแลระบบหลังบ้าน รวมถึงการเปิดให้ร้านสะดวกซื้อ “บิ๊กเอกชน” มีส่วนร่วมในโครงการ

ปมสี่ เงื่อนงำการครอบครองที่ดินของ “นายใหญ่ในทำเนียบรัฐบาล” โดยไม่ใช่ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งต้องจับตาว่า ข้อมูลจะเชื่อมโยงถึง “เบอร์หนึ่ง” ตึกไทยคู่ฟ้าได้มากน้อยเพียงใด

ปมห้า เงื่อนงำ การครอบงำ “บริษัทจดทะเบียน” กรณีนี้ฝ่ายค้านยังไม่เปิดข้อมูลออกมา ส่วน “ทีมนายกฯ” อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อปิดช่องวางไม่ให้ถูกโจมตี

ข้อมูลลับ \'5 ดีล\' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

ศึกสุดท้าย "ขุนศึกสีส้ม"

อย่างไรก็ตาม ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ อาจจะเป็นศึกครั้งสุดท้ายของ “ขุนศึกสีส้ม” ระดับแม่เหล็ก เนื่องจากต้องรอลุ้นคดีร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในสมัยอดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

หาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจะทำให้ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที โดยมี สส.เขต จำนวน 8 คน ได้แก่ 1. ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี 2. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. 3. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. 4. จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา 5. จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี 6. ศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด 7. วุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ 8. ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.

สส.บัญชีรายชื่อ 17 คน ได้แก่ 1. ศิริกัญญา ตันสกุล 2. นิติพล ผิวเหมาะ 3. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 4. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ 5. ณัฐวุฒิ บัวประทุม 6. วรภพ วิริยะโรจน์ 7. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 8. คำพอง เทพาคำ 9. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 10. องค์การ ชัยบุตร 11. มานพ คีรีภูวดล 12. วาโย อัศวรุ่งเรือง 13. วรรณวิภา ไม้สน 14. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร 15. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 16. รังสิมันต์ โรม 17. สุรวาท ทองบุ

เมื่อสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดาในคดีนี้ จึงทำให้ขุนศึกสีส้ม ต้องฝากผลงานทิ้งทวนสภาฯ เอาไว้ 

ข้อมูลลับ \'5 ดีล\' ร้อนต้อนนายกฯ จับตาเปิดเกมรุกข้อมูลใหม่

“บิ๊กป้อม” จั่วหัว - ลูกพรรคชำแหละ

ด้านพรรคพลังประชารัฐ ที่ตกมาเป็นฝ่ายค้าน งานนี้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ถูกดันให้ออกมาโชว์การนำในศึกซักฟอกเที่ยวนี้

โดย “ลุงบ้านป่า”  จะอภิปรายในกรอบกว้าง 4 เรื่อง ประกอบด้วย เงื่อนปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ปมเอ็มโอยู 44 และโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อีกทั้งยังมีประเด็นปิดลับอีก 2 เรื่อง หลังจากนั้นจะส่งไม้ต่อให้ “ลูกพรรค” ลงลึกในรายละเอียด

โดยวางตัว “สุธรรม จริตงาม” สส.นครศรีธรรมราช เอาไว้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ขยี้ปมลึก เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพการทำงานของนายกฯ แพทองธาร ที่อาจจะเข้าข่ายเอื้อพวกพ้อง

ขณะเดียวกันยังมีการวางตัว สส.บ้านใหญ่ พุ่งเป้าไปที่ สส.เพชรบูรณ์ โดยให้ “สันติ พร้อมพัฒน์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เลือกลูกทีมที่จะขึ้นอภิปราย ว่ากันว่าถือเป็นโนติสที่ “บิ๊กป้อม” สั่งให้ทำ เพราะรับรู้ความเคลื่อนไหวของ “ทีมมะขามหวาน” ว่ามีแนวโน้มตีตัวออกห่างหรือไม่ จึงต้องลากให้มาร่วมศึกซักฟอก

วาง 3 ทีมป้อง ‘นายกฯ อิ๊งค์’

ตัดกลับมายังฝ่ายรัฐบาล  “นายกฯ แพทองธาร-พรรคเพื่อไทย” เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเช่นกัน โดยเตรียมรับศึกครั้งนี้ ด้วย 3 ทัพหรือ 3 ทีมหลัก 

ทีมแรก จะมอบหมายให้ สส.เพื่อไทย ตอบโต้ในสภาฯ ให้น้ำหนักไปที่ “ 20 ขุนพล” พิทักษ์ข้อบังคับการประชุม โดยมีการตั้ง “กลุ่มไลน์” ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รวดเร็วในการแอ็กชันประเด็นสำคัญ

ทีมสอง มี “หมอมิ้ง” พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เป็นศูนย์กลาง รวบรวมข้อมูลจากทุกกระทรวง ก่อนส่งต่อให้ “นายกฯ อิ๊งค์” เคลียร์ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน โดยเน้นทั้งความรวดเร็ว และข้อมูลที่ถูกต้อง

ทีมสาม จะปฏิบัติการสื่อสาร ตอบโต้ และทำความเข้าใจในโซเชียลมีเดีย ใช้บริการทีมงานพรรคเพื่อไทย ทีมนาตาชา ทีมวอยซ์เก่า เบื้องต้นมีการเตรียมภาพ-กราฟิก เพื่อชี้แจงไว้แล้วจำนวนหนึ่ง

วัดเสียงโหวตพรรคร่วมรัฐบาล

สำหรับเสียงโหวตแต่ละขั้ว โดยเฉพาะรัฐบาล คะแนนที่จะเทให้นายกฯ แพทองธาร ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากขั้วรัฐบาลมี 317 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 142 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง (จาก 25 เสียง ส่วนอีก 4 เสียงอยู่ในขั้วฝ่ายค้าน)

พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคกล้าธรรม 24 เสียง

ขณะที่ขั้วฝ่ายค้าน มี 176 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง (กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เปิดตัวร่วมงานพรรคกล้าธรรม) พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง (มีแนวโน้มโหวตสนับสนุนรัฐบาล 4 เสียง) พรรคประชาธิปัตย์ 4 เสียง พรรคเป็นธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยก้าวหน้า พรรคละ 1 เสียง

โดยจำนวน สส. ทั้งหมดจะอยู่ที่ 493 ทำให้เสียงโหวตของฝ่ายค้าน ที่หวังโค่น “นายกฯ อิ๊งค์” ซึ่งต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ย่อมไม่เพียงพออย่างแน่นอน 

ทว่า สถานการณ์ที่น่าจับตามองคือ เสียงโหวตของ “ขั้วพรรคร่วมรัฐบาล” โฟกัสหลักไปที่ “ค่ายสีน้ำเงิน” อย่างพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีปัญหาการทำงานร่วมกับ “นายใหญ่-เพื่อไทย” มาโดยตลอด ถึงถูกจับจ้องว่า การโหวตครั้งนี้ มี “ดีลต่อรอง” โครงการขนาดใหญ่ เพื่อแลกกับเสียงโหวตไว้วางใจหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ประกาศล่วงหน้าว่ามีเสียงหนุนนายกฯ เพิ่มอีก 10 เสียง จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะหากเป็นผลงาน ที่เป็นรูปธรรม ก็อาจส่งผลต่อสถานะของพรรคกล้าธรรม และร.อ.ธรรมนัส อีกระดับ จนอาจขยับเพิ่มโควตารัฐมนตรีได้อีกเก้าอี้ 

ศึกซักฟอกครั้งแรกของ “นายกฯ แพทองธาร” ซึ่งอาจจะเป็นศึกครั้งสุดท้ายของ “ขุนศึกสีส้ม” ต่างฝ่ายจึงมุ่งมั่นในการต่อสู้ยิ่งกว่าครั้งใด เพราะต่างมีเดิมพันทางการเมือง ที่จะต่อยอดไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ที่จะดุเดือดยิ่ง 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์